นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคพิเศษกู้บันทึกของนักโทษค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ที่หมึกจางไปตามกาลเวลาจนไม่สามารถอ่านรู้เรื่อง และถอดใจความในบันทึกสุดรันทดได้ ผู้เขียนเล่าสภาพการทำงานในค่ายสุดรันทด ต้องเก็บศพเพื่อนร่วมเชื้อสายจากห้องรมแก๊สไปกำจัด เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่อยากอยู่เพื่อแก้แค้นให้คนในครอบครัวมากกว่า
 
พาเวล โพเลียน นักประวัติศาสตร์เชื้อสายรัสเซีย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านข้อมูล ถอดรหัสข้อความในบันทึกที่เขียนโดยมาร์เซล นาดจารี นักโทษเชื้อสายกรีก-ยิวซึ่งมีหน้าที่เก็บศพที่เสียชีวิตในห้องรมแก๊สไปกำจัดทิ้งตามขั้นตอนของค่ายกักกันเอาชวิทซ์  
 
การถอดรหัสใช้เทคนิคการวิเคราะห์ที่เรียกว่า multispectral สามารถถอดใจความอักษรที่บันทึกด้วยหมึกซึ่งลางเลือนไปตามกาลเวลาได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ข้อความที่ถอดได้จะมีสถาบันศึกษาประวัติศาสตร์ร่วมสมัยในมิวนิก ประเทศเยอรมนี เป็นผู้เผยแพร่ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ 
 
เจ้าของบันทึกเป็นชาวกรีกเชื้อสายยิว ทำงานในค่ายกักกันเอาชวิทซ์ คาดว่าเขาเขียนบันทึกและใส่ในกระติกที่พันด้วยผ้าหนังแล้วฝังในป่าใกล้แคมป์ที่พักในปี 1944 บันทึกถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปี 1980 แต่ไม่สามารถอ่านข้อความได้เนื่องจากสารสี (หมึก) จางหายไปเป็นส่วนใหญ่
 
จนล่าสุด สื่อเยอรมันรายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญเมื่อนักวิทยาศาสตร์ร่วมกับนักประวัติศาสตร์ถอดใจความด้วยเทคนิคพิเศษได้แล้ว 
 
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ผู้เขียนบันทึกหวังให้ผู้ค้นพบจะนำไปมอบให้นักการทูตในกรีซเพื่อให้นำไปส่งมอบเพื่อนหรือญาติในบ้านเกิด
 
เนื้อหาในบันทึกแสดงให้เห็นว่า มาร์เซล ท้อแท้จากสภาพการทำงานในค่ายกักกัน และมีแนวโน้มฆ่าตัวตาย แต่ความคิดอยากแก้แค้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขายังมีชีวิตต่อไป
 
ใจความในบันทึกตอนหนึ่งเขียนว่า “ถ้าคุณอ่านเกี่ยวกับงานที่ผมทำ คุณคงจะคิดว่า ผมหรือคนอื่น ๆ มาทำงานนี้ได้อย่างไร งานที่เผาเพื่อนร่วมแนวคิด...หลายครั้งผมคิดจะเข้าไป(ในห้องรมแก๊ส)ร่วมกับพวกเขาเพื่อยุติเรื่อง แต่ผมยังเก็บความคิดอยากล้างแค้นเสมอ ผมอยากมีชีวิตเพื่อล้างแค้นให้พ่อและแม่ และเนลลี พี่สาวที่รักของผม” 
 
“งานของเราคือการเก็บพวกเขาขึ้นมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาไม่รู้สาเหตุที่มาอะไรเลย เมื่อพวกเขาถอดเสื้อผ้าออก ก็เดินไปในห้องปลิดชีพ ซึ่งพวกเยอรมันวางท่อไว้บนเพดานเพื่อให้คนเหล่านั้นคิดว่าพวกเขาจะเข้าไปอาบน้ำ พวกเยอรมันบังคับให้คนในห้องขยับชิดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้คนเข้าไปในห้องได้มากที่สุด จากนั้นประตูก็ปิดล็อกลง”
 
“หลังผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า เราเปิดประตูห้อง แล้วงานของพวกผมก็เริ่มต้น เราแบกร่างของผู้บริสุทธิ์ทั้งผู้หญิงและเด็กไปที่ลิฟต์ นำร่างพวกเขาไปที่เตา และเอาเข้าเตาหลอม แล้วก็เผาโดยไม่ใช้น้ำมัน” 
 
ผู้เขียนบันทึกรู้ดีว่าชีวิตเขาใกล้จุดจบลงเรื่อย ๆ เพราะพวกเขารู้ข้อมูลมากเกินไป และจะต้องถูกนำไปกำจัดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวเผยว่า มาร์เซล รอดชีวิตจากค่ายกักกันที่มีผู้เสียชีวิตในค่ายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่า 1 ล้านราย เขาเดินทางกลับกรีซหลังสงครามจบลง และย้ายไปอาศัยในสหรัฐอเมริกา ก่อนบันทึกของเขาจะถูกพบ เขาเสียชีวิตที่นิวยอร์กในวัย 54 ปี 
 
บันทึกของมาร์เซล เป็นหนึ่งใน 9 บันทึกที่เขียนโดยสมาชิกกลุ่ม Sonderkommando จำนวน 5 ราย (กลุ่มที่ทำงานเก็บศพจากห้องรมแก๊ส) สมาชิกของผู้ทำงานลักษณะนี้มักถูกฆ่าและแทนที่ด้วยสมาชิกใหม่ คาดว่าชาวยิวกว่า 2,000 ราย เสียชีวิตจากการทำหน้าที่นี้ มีผู้รอดชีวิตเพียงหลักร้อย