x

เมื่อสองชาติชั้นนำแห่งธุรกิจบันเทิงเอเชียอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จับมือกันทำอภิมหาโปรเจกต์ Produce48  โดยความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากสถานี Mnet ในเครือ CJ Group เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงจากเกาหลีใต้ และ อากิโมโตะ ยาสุชิ ผู้ก่อตั้ง AKS บริษัทต้นกำเนิด 48 Group ซึ่งในวัย 60 ปีก็ยังไม่หยุดคิดอะไรที่สร้างสรรค์ เล็งเห็นโอกาสร่วมกัน (อ่านเพิ่มเติมที่ 60 ปี ‘อากิพี’ ผู้ก่อตั้ง คลับลูกแมว-48 Group-ซากะมิจิ และขับเคลื่อนวงการไอดอลญี่ปุ่น)
 
ต้องเท้าความก่อนถึงโปรเจกต์ดั้งเดิมคือ Produce101 ที่คอดนตรี K-Pop รู้จักกันดี รายการเรียลลิตีค้นหากลุ่มไอดอลสาว ที่ผู้ชมสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนโหวตได้ ถือเป็นโปรเจกต์ขนาดยักษ์ที่ใช้เงินกว่า 4,000 ล้านวอน และเริ่มต้นในปี 2016 โดยเป็นการนำเด็กฝึกหัดไอดอลในเกาหลีใต้จำนวน 101 คนจากสังกัดต่างๆเข้ามาคัดเลือก เพื่อให้ได้ “เกิร์ลกรุปแห่งชาติ”
 
รูปแบบรายการเรียลลิตีจะทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการส่ง SMS มาโหวตสำหรับคนที่ชื่นชอบ และได้เทรนเนอร์ฝีมือดีที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงเกาหลีใต้มายาวนานทั้ง เจอา แห่งวง Brown Eyed Girls และกาฮี อดีตเมมเบอร์จาก After school  และซีซั่นแรกได้สมาชิก 11 คน มาทำงานกันในชื่อ I.O.I. (Ideal Of Idol) ซึ่งก็ได้ออกซิงเกิ้ลออกมาจำนวนหนึ่งอย่างที่โด่งดังสุดก็คือ Very Very Very ที่ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ของ Gaon Chart ของเกาหลีใต้
 

 
ด้วยความสำเร็จจึงเกิดซีซั่นที่ 2 ในครั้งนี้กลับมาเพื่อค้นหาเหล่าบอยแบนด์บ้าง ซึ่งก็ได้ตำนานวงการเพลงเกาหลีอย่าง BoA มาเป็นผู้ดูแล และมีการเปิดตัวเพลงประจำรายการอย่าง “Pick Me” โดยท้ายที่สุดได้ 11 หนุ่มหล่อ ที่เดบิวท์ในชื่อ Wanna One  ซึ่งผลงานก็ได้รับการตอบรับอย่างดี อย่างเพลง Energetic ก็สามารถขึ้นอันดับที่ 1 เช่นกัน
 

 
และซีซั่น 3 นี้ก็ทำฮือฮาด้วยการประกาศความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ทางญี่ปุ่นอย่าง AKS  โดยมีการเปิดตัวในงาน “2017 MAMA in Japan” ซึ่งภายในงานดังกล่าวมีการมอบรางวัล “Inspired Archievement” ให้กับอากิพีด้วย  และในงานมีการแสดงร่วมกันระหว่าง AKB48 และศิลปินจากทางเกาหลีใต้ ถือเป็นมิติใหม่ที่น่าสนใจ
 

 
ถึงแม้ในงานนั้นจะมีวิวาทะในโลกออนไลน์ระหว่างแฟนเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่ฝ่ายเกาหลีใต้จะรู้สึกว่าทำไมการแสดงของ AKB48 นั้นมีความไม่พร้อมเพียง เต้นไม่แข็งแรงเท่ากับสาย K Pop ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าฝั่งเกาหลีใต้นั้นดูจะเหมือนเกร็งๆ และไม่เข้าถึงแฟนๆ เท่าที่ควร 
 
ก่อนอื่นต้องอธิบายวิธีคิดที่แตกต่างกันระหว่างสองประเทศในการทำวงดนตรีก่อน ของเกาหลีใต้จะให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมที่เคี่ยวเข็ญเพื่อให้พร้อมที่สุดก่อนที่จะเดบิวท์ ส่วนญี่ปุ่นเองนั้นหลายๆ วงจะเน้นการดึงเอาเสน่ห์ของแต่ละคนออกมาให้มากที่สุดและดูพัฒนาการของศิลปิน ซึ่งจริงๆ แล้ววงไอดอลของญี่ปุ่นที่ขายความพร้อมเพียงและการแสดงอย่างเข้มแข็งก็มี เช่น วงอย่าง Momoiro Clover Z ก็ถือว่าเป็นไอดอลแถวหน้าที่มีการแสดงสดสุดเหวี่ยงเช่นกัน
 
วิธีคิดอีกอย่างที่ค่อนข้างแตกต่างก็คือ ตลาดเพลงในเกาหลีใต้นั้นไม่ได้แข็งแรงเท่ากับญี่ปุ่นชาติที่ยังซื้อซีดีเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ดังนั้นทำให้วงจากเกาหลีใต้จึงเน้นการตีตลาดต่างประเทศ เช่นการทำให้กระแส Korea Wave ที่ส่งออกวัฒนธรรม K Pop ไปยังประเทศต่างๆ ในขณะที่ญี่ปุ่นเองตลาดเพลงในประเทศค่อนข้างเข้มแข็ง จึงไม่ค่อยมุ่งเน้นการส่งออกเท่าไหร่นัก เรามักจะไม่ค่อยพบวงจากญี่ปุ่นในการออกทัวร์ต่างประเทศมากนัก 
 
ซึ่งหลายๆ วงจากเกาหลีใต้เองก็มาเจาะตลาดญี่ปุ่นและทำเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่น อย่างปี 2017 เกิดกระแสนิยมวง TWICEวงจากเกาหลีใต้ที่มีเมมเบอร์ชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่ง ในประเทศญี่ปุ่นจนได้ขึ้นแสดงในงานที่ยิ่งใหญ่อย่างมหกรรมดนตรีขาว-แดงในปีที่ผ่านมา
 

 
กลับมาที่โปรเจกต์ Produce48 ก็ได้มีการเปิดให้ทั้งญี่ปุ่นในเครือ 48Group และเกาหลีใต้มาร่วมสมัคร ซึ่งสมาชิกระดับแถวหน้าของ48 Group ตบเท้าร่วมสมัคร ทั้งคู่ชิงเลือกตั้งเซมบัตสึปีนี้อย่าง มัตสึอิ จูรินะ แห่ง SKE48 และ มิยาวากิ ซากุระ แห่ง HKT48 สมาชิกระดับแถวหน้าคนอื่นๆก็เช่น ทาคาฮาชิ จูริ AKB48 และ “มิรุรุน” ชิโรมะ มิรุ แห่ง NMB48 ซึ่งรวมได้ประมาณ 30 กว่าคนที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้
 
ความสนุกในครั้งนี้ก็คือแฟนๆ ที่ขึ้นชื่อว่าชาตินิยมสองชาติจะต้องโหวตเลือกไขว้กัน ก็คือถ้าคุณเป็นคนเกาหลีใต้คุณจะโหวตสนับสนุนได้เพียงเมมเบอร์จากญี่ปุ่น และชาวญี่ปุ่นก็โหวตเลือกเมมเบอร์เกาหลีใต้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความท้าทายของสองชาติที่มีวัฒนธรรมดนตรีแถวหน้าของเอเชีย ซึ่งก็จะมีทั้งการบันทึกรายการ การถ่ายทำมิวสิควีดีโอ 
 
ซึ่งมีการเปิดตัวงาน M!Countdown ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก  โดย ซากุระ แห่ง HKT48 เป็นเซนเตอร์ฝั่งญี่ปุ่น และ ลี กาอึน จาก After School เป็นเซนเตอร์ฝั่งเกาหลีใต้ ในเพลง Pick Me  
 

 
ต้องดูว่าท้ายที่สุดซีซั่นนี้จะจบลงอย่างไร แต่ในฐานะแฟนชาวไทย ที่นิยมทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็คงสนุกกับอภิมหาโปรเจกต์ไปด้วยกัน