Connect with us

Subscribe

Entertainment

‘Parasite’ ชนชั้นแห่งผู้พึ่งพาอาศัย (ฉบับไร้สปอยล์)

ภาพยนตร์เรื่อง Parasite จะทำให้เราเห็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง ‘คนรวย’ กับ ‘คนจน’ ที่เหมือนอยู่กันคนละโลก แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขาดกันและกันได้ เพราะ ‘คนรวย’ ก็ยังต้องการคนมา ‘รับใช้’ ส่วนคนจนก็ยังต้องการ ‘รายได้’ มาจุนเจือเลี้ยงชีพตัวเอง

บทความโดย กัลปพฤกษ์

Reason to Read

  • ภาพยนตร์เรื่อง Parasite จะทำให้เราเห็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง ‘คนรวย’ กับ ‘คนจน’ ที่เหมือนอยู่กันคนละโลก แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขาดกันและกันได้ เพราะ ‘คนรวย’ ก็ยังต้องการคนมา ‘รับใช้’ ส่วนคนจนก็ยังต้องการ ‘รายได้’ มาจุนเจือเลี้ยงชีพตัวเอง

เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างเอกฉันท์ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญถึงคุณภาพระดับคับแก้วของภาพยนตร์จากเกาหลีใต้เรื่อง Parasite ของผู้กำกับ บอง จุนโฮ ตั้งแต่หนังเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2019 ด้วยรอบสื่อที่เริ่มฉายเสียดึก ณ เวลา 22.00 น. ซึ่งเหล่าบรรดาสื่อและนักวิจารณ์ต่างรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรงจากการดูหนังมาทั้งวัน แต่ทันทีที่หนังจบกลับได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวพร้อมเสียงตะโกน bravo! อย่างเอิกเกริกคึกคักจนกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งปีอย่างที่หนังประกวดเรื่องอื่น ๆ ไม่เคยได้รับ

ก่อนจะตามมาด้วยคำวิจารณ์สดุดีและดีกรีคะแนนดาวอันสูงลิ่ว กลายเป็นงานเต็งหนึ่งไปตั้งแต่ยังฉายหนังประกวดได้ไม่ครบเสียด้วยซ้ำ และเมื่อถึงวันประกาศผลรางวัลคณะกรรมการนานาชาติทั้งเก้าท่านก็ยินดีเทคะแนนให้หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลปาล์มทองคำอย่างพร้อมเพรียงเป็นเอกฉันท์โดยไร้ข้อกังขา ซึ่งก็เป็นอีกปรากฏการณ์ที่พบเจอไม่บ่อยนักในการประกวดหลักของเทศกาลเมืองคานส์

และเมื่อหนังเริ่มออกฉายทั้งในประเทศเกาหลีใต้บ้านเกิด และประเทศอื่นๆ Parasite ก็กวาดโกยรายได้ระดับหลายพันล้าน กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของสาธารณชนทั่วไป ราวมิใช่หนังรางวัลที่ต้องปีนกระไดดูเลย อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ Parasite ชนะใจได้ทั้งนักวิจารณ์หนังศิลปะสายแข็ง คณะกรรมการตัดสินรางวัลจากกลุ่มคนในวงการด้วยกัน และผู้ชมสามัญที่ต้องการดูหนังเพื่อเสพความบันเทิงได้อย่างครบถ้วนเช่นนี้ ก็คงต้องสรุปฟันธงเลยว่า มันคือฝีมือในการทำหนังแบบล้วน ๆ ของผู้กำกับ บอง จุนโฮ เอง ที่มุ่งมั่นจัดเต็มในทุกๆ องค์ประกอบ 

บอง จุนโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ Parasite

ตั้งแต่ไอเดียเรื่องของการปะทะกันทางชนชั้นอันสร้างสรรค์และเป็นสากล ตัวบทที่อุดมไปด้วยลูกล่อลูกชนอันละเอียดยิบ การแสดงของนักแสดงที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ส่งรับกันได้อย่างแสนวิเศษ ไปจนถึงเทคนิคเชิงภาพยนตร์ทั้งการใช้ภาพ เสียง บรรยากาศ สถานการณ์ ไปจนถึงสัญลักษณ์อันชาญฉลาดและแพรวพราว ด้วยจังหวะหนังอันกระชับลื่นไหล อุดมไปด้วยจุดหักมุมสุดเซอร์ไพรส์ จนไม่รู้สึกเลยว่าหนังมีความยาวถึง 132 นาที

ภาพตัวอย่างจากหนังเรื่อง Parasite

Parasite เล่าเรื่องราวการเกี่ยวโยงกันของครอบครัวต่างฐานะสองครอบครัว โดยครอบครัวแรกเป็นครอบครัวยากจนอันประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูกสาว และลูกชาย ที่ต้องแออัดอาศัยอยู่ในห้องใต้ถุนตึกอันซอมซ่อ และต้องง้อของานหารายได้ประทังชีพด้วยการรับจ้างพับกล่องพิซซ่าเพราะไม่สามารถหางานอื่น วันหนึ่งเมื่อลูกชายมีโอกาสสวมรอยเป็นบัณฑิตหนุ่มรับเป็นติวเตอร์วิชาภาษาอังกฤษให้แก่บุตรสาวของครอบครัวเศรษฐีไฮโซ และทราบว่าคุณนายหญิงกำลังหาครูสอนศิลปะที่สามารถจะกำราบความคิดสร้างสรรค์อันรั้นซนของบุตรชายคนเล็กได้ ติวเตอร์ชายจึงชวนให้น้องสาวตัวเองมาสวมรอยเป็นครูสอนศิลปะจบนอกมารับงานเสียเลย

แต่ทว่าเนื้อหาทั้งหมดหลังจากนี้ เอกสารบริการสื่อหรือ press kit จากบริษัทหนังที่ตั้งแจกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ได้ลงถ้อยแถลงพร้อมคำวิงวอนจากผู้กำกับเอาไว้ตั้งแต่หน้าแรกเลยว่า ขอได้โปรดอย่าแถลงไขเรื่องราวใดๆ หลังจากจุดนี้ให้ผู้ชมที่ยังไม่ได้ชมรับทราบอะไรล่วงหน้า โดยขอความกรุณาอมพะนำเรื่องราวความลับทั้งหมดหลังจากนี้ไว้โดยไม่แพร่งพรายอะไรออกไป เมื่ออ้อนวอนกันชัดเจนถึงขนาดนี้ จึงจะขอรีวิวกันแบบไม่บอกว่าเกิดอะไร ซึ่งก็ช่างเป็นความท้าทายที่จะพิเคราะห์องค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ของหนังให้ผู้อ่านที่ยังไม่ได้ดูไม่ได้รับรู้รายละเอียดหนังอันอาจจะทำให้เสียอรรถรส

เมื่อมองจากประเด็นเนื้อหาของ Parasite ในภาพใหญ่ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะเป็นการสะท้อนกลไกในการพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง ‘คนรวย’ กับ ‘คนจน’ ที่แม้ว่าพวกเขาจะเหมือนอยู่กันคนละโลกคนละระดับชั้น แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถขาดกันและกันได้ เมื่อ ‘คนรวย’ ก็ยังต้องการคนมา ‘รับใช้’ และคนจนก็ยังต้องการ ‘รายได้’ มาจุนเจือเลี้ยงชีพตัวเอง กลไกอันนี้เองที่นำไปสู่จุดงัดข้อขัดแย้งอันเป็นเงื่อนปมสำคัญของหนัง ซึ่งต้องนับถือกันเลยว่าตัวบทซึ่งเขียนโดยผู้กำกับ  บอง จุนโฮ ร่วมกับ จิน วอนฮัน วางรายละเอียดต่างๆ เอาไว้อย่างแน่นยิบ เดินหน้าส่งทอดเหตุการณ์ต่างๆ อย่างชาญฉลาดและสมเหตุสมผล แม้จะปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าตัวหนังเองเลือกใช้ลีลาล้นเยอะในลักษณะงานการ์ตูนจนทำให้ทุกอย่างดูเว่อร์วัง ทว่าตัวบทก็ยังสามารถรักษาพลังแห่งความสมจริง จนชวนให้เชื่อได้ว่าทุกเงื่อนงำที่วางไว้ ล้วนเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงทั้งสิ้น

ตัวละครหลักของเรื่องเกือบสิบรายล้วนได้รับบทบาทโดดเด่นสลับกัน เป็นผู้กำหนดสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างถ้วนทั่วและเท่าเทียม แถมนักแสดงทุกๆ รายก็สามารถทำหน้าที่ได้กลมกลืนเป็นอันหนึ่งกันเดียวกันอย่างดิบดี แต่ละคนมีบุคลิกเฉพาะตัวที่เด่นชัด และต่อให้ความจัดจ้านของเรื่องราวจะทำให้พวกเขาต้องรับบทบาทในลักษณะเล่นใหญ่กันขนาดไหน ทว่าทุกคนก็ยังอุตส่าห์สามารถเติมมิติแห่งความสมจริงให้กับตัวละครได้ ทำให้ผู้ชมเชื่อสนิทใจว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ

สิ่งที่น่าประทับใจคือ บอง จุนโฮ นำเสนอภาพชีวิตของตัวละครกลุ่มคนรวยผ่านฉากหลังสำคัญคือคฤหาสน์หรูล้ำนำสมัยที่ดีไซน์โดยสถาปนิกชื่อดังอันสวยงามสะดุดตา และแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละครครอบครัวเศรษฐีให้มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากภาพพิมพ์ของตัวละครสูตรสำเร็จของผู้มีอันจะกินทั่วไป ซึ่งก็ทำให้เรื่องราวของหนังมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น  ครอบครัวเศรษฐีตระกูลนี้มิได้หยิบโหย่งเอาแต่ใจคอยแต่จะชี้นิ้วสั่งคนอื่นอยู่ร่ำไป แต่ก็ยังหยิบจับทำอะไรเองในบางช่วงหากจะไม่ใช่สิ่งที่ลำบาก ทว่าก็ยังฝากพลังอำนาจแห่งการควบคุมด้วยเงินตรา ผ่านความคิดที่ว่าธนบัตรจะสามารถ ‘จัด’ ทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ทุกครั้ง 

ในขณะที่ตัวละครชนชั้นล่างก็ไม่ถึงกับยากจนแร้นแค้นอนาถา ทว่ายังมีสติปัญญาในการรู้จักเอารัดเอาเปรียบงัดข้อกับผู้ที่อยู่ในชนชั้นเหนือกว่าอย่างไม่ยอมจำนน ‘คนรวย’ และ ‘คนจน’ ใน Parasite จึงมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากบุคลิกสำเร็จรูปของตัวละครกลุ่มนี้ทั่วไป ให้ภาพของตัวละครในแบบใหม่ๆ เสริมให้การคานน้ำหนักอำนาจระหว่างพวกเขาดูมีสีสันที่แตกต่างมากขึ้น ไม่ต่างจากกลุ่มตัวละคร ‘รวย’ และ ‘จน’ จากหนังเรื่อง The Housemaid (2010) และ The Taste of Money (2012) ของผู้กำกับ อิม ซางซู จากเกาหลีใต้ ที่ล้วนได้ร่วมฉายในสายประกวดเทศกาลคานส์กันมาก่อนแล้ว

ความพิถีพิถันและริเริ่มสร้างสรรค์ของบทหนังเรื่องนี้เห็นได้จากการหยิบเอาสิ่งที่ละเอียดอ่อนซึ่งหลายๆ คนคงนึกไม่ถึง อาทิ ประสาทสัมผัสพื้นฐานหรืออาการแพ้ มาเป็นชนวนสำคัญในการผลักดันเรื่องราวให้สถานการณ์พลิกผันไป จากเรื่องที่ไม่น่าจะส่งผลใหญ่หลวงอะไรจึงกลายเป็นประเด็นลุกลามบานปลายนำไปสู่บทสรุปอันเกินคาดหมายของหนัง

ด้านการกำกับ ทั้งการสื่อความหมายด้วยภาพ ตั้งแต่ระดับง่ายๆ อย่างตำแหน่งต่ำกว่าและสูงกว่าระดับพื้นของบ้าน ‘คนจน’ และ ‘คนรวย’ ไปจนถึงหายนะจากกระแสน้ำ การใช้เสียงและดนตรีประกอบอันเร่งเร้ามาเล่าเหตุการณ์ผ่านแอ็กชันของตัวละครอย่างได้มีจังหวะจะโคนโดยไม่ต้องใช้คำพูด หรือแม้กระทั่งภาพอันขำขันของการพยายามเปิดประตูที่ดูพิลึกพิกลจนชวนให้นึกถึงความไม่ชอบมาพากลที่ซ่อนอยู่ ล้วนผ่านการออกแบบและคิดมาอย่างแพรวพราว นับเป็นตัวอย่างชั้นดีของทักษะการทำหนังที่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แม้จะยังมีส่วนที่ชวนให้รู้สึกหนักมือและล้นเกินอยู่บ้าง เช่น การแอบสื่อสารผ่านรหัส หรือสัญลักษณ์แท่งหิน ที่ออกจะนำเสนออย่างตรงมาตรงไปจนไม่ชวนให้เชื่อเหมือนรายละเอียดส่วนอื่นๆ เป็นต้น

แต่กับผู้ชมที่ต้องการดูหนังเพื่อเสพความบันเทิงแล้ว Parasite ถือได้ว่ามีให้ในระดับคุ้มเกินคุ้ม ทั้งจุดเซอร์ไพรส์อันน่าใจหาย มุกตลกที่แสนจะแสบร้าย และเทคนิคการถ่ายทำที่สวยงามสะดุดตา โดยไม่จำเป็นจะต้องนำพากับเนื้อหาสาระหรือสัญลักษณ์อื่นๆ ซึ่งหนังก็ได้หยิบยื่นให้ผู้ชมไปพร้อมๆ กัน

ความครบเครื่องถึงรสถึงชาติ และสามารถเลือกดูได้หลายระดับของ Parasite ทำให้ทั้งเหล่าคอหนังศิลปะ นักวิจารณ์ รวมทั้งผู้ชมที่ต้องการเพียงความบันเทิงเริงใจ สามารถเทคะแนนให้ได้โดยไม่ต้องกังขาลังเล นับเป็นปรากฏการณ์ความสำเร็จระดับน่าอิจฉา ซึ่งก็ล้วนเป็นผลมาจากฝีไม้ลายมือที่เข้าฝักและอยู่ตัวของผู้กำกับ บอง จุนโฮ จริงๆ โดยไม่มีการอิงความฟลุกอะไรใดๆ เลย

Parasite มีกำหนดเข้าฉายโรงในประเทศไทยตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

อ้างอิงภาพ : IMDB Gisaengchung (2019)

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup