Connect with us

Subscribe

Entertainment

OnePiece มหากาพย์เพื่อปลดปล่อยคนรุ่นใหม่

เรื่อง : วณัช บัณฑิตาโสภณ 

มีคนบอกผมว่าแท้จริงแล้ว OnePiece คือการ์ตูนการเมือง

เห็นไหมในเรื่องเต็มไปด้วย “ทหาร(เรือ)” “รัฐบาลโลก” “โจร(สลัด)” “ชนชั้นสูง (เผ่ามังกรฟ้า)” ไหนจะยัง “คณะปฏิวัติ” อีก

ถ้าไม่ใช่การเมืองก็เป็นได้เพียงการ์ตูนปาหี่ที่จับอะไรทั้งหลายมามั่วๆ รวมกันนั่นล่ะ

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับช่วงเวลาที่ OnePiece กำเนิดและดำเนินมา อาจารย์โอดะ (Eichiro Oda ; 1975-) จัดได้ว่าเป็นคน Generation X ที่เติบโตมาในยุคที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศฝั่งโลกเสรีที่มั่งคั่งเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ คนรุ่นนี้ชอบอะไรง่ายๆ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง หลายอย่างใน OnePiece จึงดูเหมือน “มันง่ายจะตายไป อะไรก็เป็นไปได้ในโลกของ OnePiece”

การมีชีวิตอย่างอิสระในท้องทะเลคงเป็นมโนทัศน์ของเสรีภาพที่โอดะมองเห็น กระนั้นเสรีภาพเองก็มีหลายระดับ การจะมีเสรีภาพได้อย่างแท้จริงคือการสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในท้องทะเลที่จะมีก็แต่เจ้าแห่งโจรสลัดเท่านั้นที่ทำได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าภาพของการเดินทางไปยังที่ต่างๆทางทะเลมีรากความคิดของจักรวรรดิญี่ปุ่นที่เคยแผ่แสนยานุภาพทางทะเลทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกในสมัยสงครามโลกหรือไม่นะ

ผมคิดว่าการเรียกว่า “OnePiece” คือการทำให้เสรีภาพนั้นกลายเป็นตัวตนหรือเป็นวัตถุขึ้นมาซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร OnePiece คือมิตรภาพหรือ มันคือการทำทะเลทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียวหรือ มันคือการไขความจริงเผยเรื่องราวของ 800 ปีที่สูญหาย หรือ หรือมันจะคือทุกอย่าง ทุกเป้าหมาย ทุกคำอธิบายที่มารวมกันจนเป็นชิ้นเดียว?

ว่ากันว่าจุดหมายไม่สลักสำคัญเท่าเรื่องราวระหว่างทาง ตอนจบของ OnePiece ก็อาจจะไม่สลักสำคัญเท่าตัวละครและรายละเอียดมากมายให้เราได้เรียนรู้และเอามันมาเปรียบเทียบกับโลกความเป็นจริงของเรา

ตั้งแต่วันที่ลูฟี่ออกเดินทาง เขาพบเจอสหายมากมาย หลายคนขึ้นมาบนเรือและกลายเป็นสมาชิกกลุ่มหมวกฟางเดินทางผจญภัยไปด้วยกัน สหายบางคนก็ใช้ชีวิตในเส้นทางของตนต่อไป ตัวอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าเห็นชัดคือโคบี้ โคบี้กับลูฟี่นั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ลูฟี่เลือกเดินเส้นทางของเจ้าแห่งโจรสลัดขณะที่โคบี้เลือกเดินเส้นทางของวีรบุรุษแห่งกองทัพเรือ โคบี้อาจเป็นตัวละครที่ดูไม่เก่งกาจ ไม่สลักสำคัญเท่าไรในความคิดของใครหลายคนแต่โอดะก็เขียนให้เขาพูดไว้ประมาณว่าถ้าลูฟี่ได้เป็นเจ้าแห่งโจรสลัดเมื่อใด เขาจะไม่ยอมน้อยหน้าอย่างแน่นอน สภาวะปัจจุบันโคบี้พัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆแถมยังเป็นศิษย์คนหนึ่งของก๊าป (พลโทก๊าป ปู่ของลูฟี่) อีก

ชีวิตของลูฟี่ก็เหมือนชีวิตของเด็กทั่วไปที่เติบโตเป็นวัยรุ่นและใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ เป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายบางอย่างซึ่งก่อนที่จะไปสู่เป้าหมายต้องพบพานการผจญภัยมากมาย โลกเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนของผู้คน มีตั้งแต่ ผู้ปกครอง ผู้ถูกปกครอง คนที่กดขี่คนอื่น การกระทำหลายอย่่างดูไม่เท่าเทียมและไม่ยุติธรรม แต่ก็มีผู้คนที่คอยให้ความช่วยเหลือ มีการกระทำหลายอย่างที่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เมื่อเดินทางมากก็ยิ่งทำให้เห็นโครงสร้างของโลกที่เป็นอยู่มากขึ้น โลก OnePiece เป็นโลกที่ทหารเรือคอยคุมกฎระเบียบ มีรัฐบาลโลกปกครองผ่านทหารเรืออีกที มี 5 ผู้เฒ่ากำหนดนโยบายว่ารัฐบาลโลกควรทำอย่างไร และดูเหมือน 5 ผู้เฒ่าจะนอบน้อมต่อเผ่ามังกรฟ้าซึ่งเป็นชนชั้นที่อยู่บนสุดอีกทีหนึ่ง

โดยเนื้อแท้การเป็นโจรสลัดนั้นเป็นปฏิปักษ์กับโครงสร้างที่เป็นอยู่ตั้งแต่ต้น ในมุมหนึ่งโครงสร้างการปกครองแบบพีระมิดนี้ก็เป็นรูปแบบอำนาจนิยมสุดขั้วที่เราพบในนวนิยาย 1984 (มีคนกลุ่มน้อยที่เรียกว่า ‘Big Brothers’ มองเห็นและบงการทุกอย่าง) ขณะที่การกระทำของโจรสลัดก็เป็นการกระทำของอนาธิปไตย (Anarchy) ที่ไม่ต้องการให้ใครมาปกครองตนและกลุ่มของตน ในที่นี้การแบ่งโลกออกเป็นโลกเก่าและโลกใหม่ก็เป็นคำตอบในตัวเองอยู่แล้วว่าโครงสร้างการปกครองรูปแบบเดิมคืออดีต ส่วนการปกครองแบบอนาธิปไตยคืออนาคต

หากจะกล่าวถึงแนวคิดประชาธิปไตย ถามว่าการ์ตูน OnePiece เชิดชูแนวคิดนี้หรือเปล่า ณ จุดนี้ก็คงยังตอบไม่ได้ เบื้องต้นเห็นได้ว่าอาณาจักรต่างๆที่กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางเดินทางผ่านมักจะปกครองโดยคนคนเดียวซึ่งหากไม่เป็นกษัตริย์ก็เป็นโจรสลัดในลักษณะของมาเฟีย ขณะที่โครงสร้างของรัฐบาลโลกก็แน่นอนตายตัวว่าถูกควบคุมโดยคนไม่กี่คน นอกจากนี้ OnePiece ก็ยังไม่เคยมีฉากของการเลือกตั้งปรากฎให้เห็น เหตุการณ์ที่อาจใกล้เคียงแนวคิดประชาธิปไตยที่สุดก็คงจะเป็นการประชุมโลกที่เชิญผู้ปกครองทั่วโลกมารวมกันแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้สะท้อนถึงเสียงของประชาชนในโลก OnePiece อยู่ดี

ฤๅมันจะเป็นการบอกใบ้ว่าหนทางที่ควรจะเป็นในโลก OnePiece คือการก้าวออกสู่ทะเล เป็นโจรสลัดแล้วแสวงหาเสรีภาพด้วยตนเอง เหล่าผู้แสวงหาเสรีภาพในโลก OnePiece ไม่สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในเมืองที่ตนอยู่ ในเกาะ หรือในอาณาจักรเพื่อเลือกตั้งคนที่จะมาเป็นรัฐบาลโลกได้

อย่างไรก็ตามแต่ บางทีสิ่งสำคัญในชีวิตมันอยู่ที่ว่าเราจะเลือกเป็นใคร ความพรั่งพรูของตัวละครและกลุ่มก้อนที่หลากหลายเสนอทางเลือกให้กับการดำเนินชีวิต เราเลือกจะเป็นกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่หากเปรียบเทียบแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการทำ Startup สักชิ้น เราอยากเป็นนายตัวเอง อยากมีอิสระทั้งทางการคิดและการเงิน และไม่อยากอยู่ใต้ระบบ อยู่ใต้การบงการของใคร หรือเราเลือกจะเป็นสมาชิกคณะปฏิวัติ เรามองเห็นความไม่เท่าเทียมในเชิงโครงสร้าง เราคิดว่าไม่ว่าจะทำอะไรลงไปก็ตามหากไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้วก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้จริงๆ การเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดอาจไม่มีความหมายหากไม่จัดการเผ่ามังกรฟ้าให้ราบคาบ เราอาจเลือกเป็นทหารเรือ เราคิดว่าความสงบสุขและกฎระเบียบเป็นสิ่งสำคัญ มันอาจมีเรื่องเลวร้ายและการกระทำหลายอย่างออกสีเทาๆอยู่บ้างแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้โลกดำรงอยู่ ทหารเรือควบคุมท้องทะเลได้กว่าครึ่งโลกแล้วก็ควรจะเป็นองค์กรนี้นี่ล่ะที่จะปกครองโลกทั้งใบภายใต้รัฐบาลโลกอีกที หรือเราจะเลือกเป็นเผ่ามังกรฟ้า เอ การเลือกเองก็มีขัดจำกัดของมัน เราไม่สามารถเลือกเป็นคนบางกลุ่มได้แม้จะอยากเป็นใจจะขาดเพียงไรก็ตาม

ผมไม่เชื่อในการตัดสินอะไรผิดอะไรถูกง่ายๆ ทั้งโลก OnePiece และโลกความเป็นจริงไม่เหมือนการทำข้อสอบแบบปรนัย แถมมันยังเป็นยิ่งกว่าข้อสอบอัตนัยเสียอีก โลกความเป็นจริงเป็นโลกของการตั้งคำถามและบทสนทนา คงเป็นเรื่องไร้สาระหากจะบอกว่าลูฟี่เป็นคนดีเพราะคำว่า ‘โจรสลัด’ ก็ต่อต้านกฎหมายในตัวมันเองอยู่แล้ว หากจะบอกว่าทหารเรือเป็นคนเลวอยากจะพูดก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ละคนล้วนมีเหตุผลของตัวเอง ซึ่งจุดนี้เอง เหตุผลต่างๆ ควรมาถกเถียง มาปะทะประสานกันในเวทีการเมืองที่เรียกว่า “รัฐสภา”

แต่กรอบคิดที่เรามีเกี่ยวกับโลก OnePiece ทั้งหมดอาจเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือเลยก็ได้หากมีข้อมูลเพิ่มขึ้น ประวัติศาสตร์ที่สูญหายไป 800 ปีคืออะไร อะไรคือ OnePiece อะไรคือความหมายที่แท้จริงของเจตนารมณ์แห่ง D ฯลฯ การเคลื่อนกรอบความคิด (Paradigm Shift) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในชีวิตจริงและเป็นหลักฐานที่บอกว่าเรากำลังเติบโต โลกที่เคยมีแค่บ้านกับโรงเรียนขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเราเรียนสูงขึ้น โลกที่เคยเป็นดำกับขาว เป็นดีเป็นชั่วชัดเจนเปลี่ยนแปลงไปเมื่อใดเจอผู้คนหลากหลาย ลูฟี่เองก็เช่นกันโลกที่เคยมีแต่เกาะ อย่างมากก็ทะเลอีสต์บลูค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเดินทางเข้าแกรนด์ไลน์ ข้ามเรดไลน์มายังโลกใหม่

การเมืองเป็นเรื่องของโลกทัศน์ เป็นเรื่องของความคิดและความทรงจำ โลก OnePiece ที่ปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นปึกแผ่นภายใต้กองทัพเรือ, รัฐบาลโลกและเผ่ามังกรฟ้าได้นั้นเพราะมีการ “ลบประวัติศาสตร์” ไป 800 ปี กระนั้นก็มีคนจำนวนหนึ่งรวมถึงนิโคโรบินพยายามกู้คืนความทรงจำที่หายไปนี้กลับมาด้วยการรวบรวมโพเนกลีฟ (หลักศิลาจารึกในโลก OnePiece) ให้ครบ ขณะที่เหล่าโจรสลัดทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ (Rookie) รวมถึงคณะปฏิวัติก็ท้าทายโครงสร้างอำนาจของโลกอยู่ตลอดเวลา แล้วจะไม่ให้ OnePiece เป็นการ์ตูนการเมืองไปได้อย่างไร อย่างน้อยๆผมก็คิดแบบนั้นนะ

ทั้งนี้ OnePiece เป็นการ์ตูนเรื่องยาวที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่หลายคนเป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวหรือเด็กกว่าลูฟี่ ทุกวันนี้พวกเราเติบโตขึ้น เช่นเดียวกับ ลูฟี่ โคบี้ โซโล ซันจิ ฯลฯ ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางเผชิญเรื่องราวและผู้คนมากมายในโลก OnePiece เราทั้งหลายก็พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาที่แตกต่างหลากหลายมากยิ่งกว่าในการ์ตูนเสียด้วยซ้ำ คุณูปการสำคัญอย่างหนึ่งของการ์ตูนเรื่องนี้นอกจากจะแสดงทางเลือกที่หลากหลายในการดำเนินชีวิต ให้แรงบันดาลใจ ให้ความมันส์ความสนุกสนานแล้วก็คือการที่มันเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมๆกับเรานี่ล่ะ อย่างไรก็ตาม เรื่องทุกเรื่องล้วนมีวันสิ้นสุด เราต้องมาดูกันว่าเรื่องแต่งเรื่องนี้กับชีวิตจริงของเราอันไหนจะจบก่อนกัน …

ขอบคุณภาพจาก Eiichiro Oda / Shueisha, Toei Animation

Written By

ราคาของคนไม่เท่ากัน : ความเจ็บช้ำในระบบสาธารณสุขไทย

Vision

พิพิธภัณฑ์แห่งวัยเด็ก เมือง Edinburgh

Entertainment

คนรุ่นเก่าที่น่าเคารพ : แนวทางการใช้ชีวิตจากกรีกโบราณ

Vision

เมื่อ Story (Instagram) เป็นเครื่องมือฉกฉวยเวลา

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup