ภาพประกอบ: คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจูงมือ มุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ข้ามเส้นพรมแดนไปยังฝั่งใต้ หลัง มุนก้าวข้ามไปฝั่งเหนือก่อน ในการประชุมสองเกาหลีซึ่งมีขึ้นเมื่อ 27 เมษายน 2018 ในปันมุนจอม ประเทศเกาหลีใต้ (Korea Summit Press Pool/Getty Images)
 
เกาหลีเหนือประกาศยกเลิกการเจรจาระดับสูงกับเกาหลีใต้แล้ว ในวันพุธที่ 16 พฤษภาคม อ้างการซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เป็นการเตรียมตัวรุกรานฝ่ายเหนือ และเป็นการยั่วยุท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ดี่ขึ้น
 
“การซ้อมรบครั้งนี้ซึ่งมีขึ้นในฝั่งเกาหลีใต้มีเป้าหมายอยู่ที่เรา นับเป็นการท้าทายปฏิญญาแห่งปันมุนจอมอย่างไร้ยางอาย และเป็นการจงใจยั่วยุทางการทหารเพื่อต่อต้านพัฒนาการทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลีที่กำลังดำเนินไปด้วยดี” สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือประกาศ ทั้งนี้จากรายงานของ Yonhap สื่อของเกาหลีใต้ 
 
“สหรัฐอเมริกาจำต้องใคร่ครวญให้รอบคอบถึงอนาคตของการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ตามแผนที่ได้วางไว้ หลังมีการยั่วยุทางการทหารนี้ขึ้นอย่างโจ๋งครึ่มด้วยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้”
 
การซ้อมรบดังกล่าวใช้ชื่อว่าปฏิบัติการ Max Thunder เริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กินเวลา 2 อาทิตย์ มีเครื่องบินรบราว 100 ลำที่นำมาใช้ในการฝึกซ้อม รวมถึงเครื่ืองบินไฮเทคแบบ F-22 ซึ่งสามารถหลบการตรวจจับของเรดาร์ได้
 
คิม คี-กวาน (Kim Kye-gwan) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือยังได้มีแถลงการณ์ไปถึงสหรัฐฯ ระบุว่าฝ่ายเหนือไม่ต้องการพูดคุยในเรื่องนิวเคลียร์หากสหรัฐฯ คาดหวังว่าจะบังคับให้พวกเขายอมทิ้งโครงการนิวเคลียร์แต่ฝ่ายเดียวได้
 
“หากสหรัฐฯ พยายามบีบเราให้จนมุม เพื่อบังคับให้เราต้องทิ้งโครงการนิวเคลียร์แต่ฝ่ายเดียว เราจะไม่สนใจและไม่อาจร่วมการพูดคุยเยี่ยงนั้น และจะพิจารณาถึงการเจรจา DPRK-U.S.[เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ] ที่จะมีขึ้นอีกครั้ง” (Yonhap)
 
รมช.คิม ยังแสดงความไม่พอใจกับการเอากระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ เคยใช้กับลิเบียมาใช้กับเกาหลีเหนือ โดยชี้ว่าประเทศที่มีนิวเคลียร์แล้วอย่างเกาหลีเหนือกับประเทศที่โครงการพัฒนานิวเคลียร์พึ่งจะอยู่ในชั้นต้นอย่างลิเบียไม่อาจเอามาเทียบเคียงกันได้ พร้อมย้ำความสำคัญลำดับแรกของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่สหรัฐฯ จะต้องเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ
 
“เราได้บอกวัตถุประสงค์ของการปลดอาวุธนิวเคลียร์จากคาบสมุทรเกาหลีไว้แล้ว และได้แสดงออกอย่างชัดแจ้งหลายโอกาสว่า เงื่อนไขก่อนที่จะนำไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์คือการยุตินโยบายอันเป็นปฏิปักษ์ต่อ DPRK ของสหรัฐฯ และภัยคุกคามนิวเคลียร์ต่อรัฐบาล[เกาหลีเหนือ]” รมช.คิมกล่าว