Connect with us

Subscribe

Interview

NEW NORMAL OF DIGITAL TRANSFORMATION

เรื่อง : กิตยางกูร ผดุงกาญจน์
ภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม

Digital Transformation เป็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาแล้วระยะหนึ่ง ที่ผ่านมาหลายองค์กรได้พยายามปรับเปลี่ยนอย่างช้าๆ จนกระทั่งเมื่อต้นปี ไวรัสโควิด-19 ได้เป็นเชื้อเพลิงที่เร่งรัดให้พวกเราเดินหน้าเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัวเพียงในชั่วข้ามคืน ทั้งรูปแบบการทำงานแบบใหม่ที่ทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home ไปจนถึงการใช้ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติแทนที่แรงงานคน เพื่อเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่ New Normal ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ หลายอย่างเป็นสิ่งที่ Atos ประเทศไทยได้ให้บริการกับลูกค้ามานานพอสมควรจนเหมือนไม่ใช่เรื่องใหม่ และช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถรับมือกับคลื่นสึนามิแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ Atos ประเทศไทย ดร.กษิภณ อภิมุขคุณานนท์ จึงเป็นอีกคนที่น่าพูดคุยที่สุดในนาทีนี้ ถึงแนวคิดการ Digital Transformation เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในช่วง New Normal ที่กำลังเกิดขึ้น

“ผมเริ่มทำงานที่ Atos ประเทศไทย เมื่อ 7 ปีที่แล้ว บริษัทเรามีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส และอีก 75 สาขาทั่วโลก ธุรกิจของเรา คือบริษัทที่ปรึกษาที่ดูแลครบวงจร ตั้งแต่งานด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ อย่าง Digital Transformation Strategy ทำ Business Process Improvement มีงานด้าน Configuration ระบบ SAP ซึ่งทำครบทุกโมดูล ตั้งแต่ Production Planning, Warehouse Management ไปจนถึง CRM ส่วนในฝั่ง Infrastructure เรามีบริการทางด้าน Cloud Services ดูแลระบบ Data Center เป็นการให้บริการครบวงจรที่เรียกว่า End-to-End Consulting Services

“ในเมืองไทยเราดูแลลูกค้าครบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ราชการ รัฐวิสาหกิจ ค้าปลีก เช่น AOT ที่เราพัฒนาระบบให้กับสนามบินทั้ง 6 แห่ง เรายังพัฒนาออกแบบระบบให้กับองค์การเภสัชกรรม ตั้งแต่ใช้ระบบ SAP ในการสั่งซื้อ การผลิต การบำรุงรักษา การปิดบัญชี ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบ Point-of-Sale ที่หน้าร้านยา แล้วยังพัฒนาระบบ SAP ให้กับโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ รวมทั้งเบทาโกร ที่ใช้ระบบ SAP ที่เราพัฒนาครบทุก 24 โมดูล”


แนวโน้มของ Digital Transformation

: แนวโน้มที่ทุกคนต้องตระหนัก คือเราจะสามารถ Transform Business ไปสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างไร ประเทศไทยเองยังมีความล่าช้าในเรื่องความพร้อมเทียบกับประเทศในอเมริกาและยุโรป Solution ของเรา คือ Business Consultant เป็นที่ปรึกษาที่พัฒนากลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรในประเทศไทยให้กลายเป็นองค์กรดิจิทัล ซึ่งเราได้ทำ Digital Transformation Strategy ให้กับลูกค้าหลายราย โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง Mobility ซึ่งช่วยให้องค์กรของลูกค้าสามารถทำงานผ่าน Device หรืออุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ได้ เช่น การอนุมัติเรื่องต่างๆ การเข้าไปแก้ไขเอกสาร หรือการรับอีเมล เราต้องสามารถทำผ่าน Device ที่เป็นมือถือ แท็บเล็ตได้หมด

เรื่องที่สอง คือการทำ Digital Marketing ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเราจะต้องทำให้ลูกค้ารู้ว่าวิธีการทำ Digital Marketing ที่ประสบความสำเร็จทำอย่างไร เพราะ Digital Marketing ให้ผลตอบรับที่คุ้มค่า ลงทุนไม่มาก และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องที่สาม บริการ Cloud Services ในอดีตลูกค้าเองก็ต้องซื้อ Server มี Data Center ของตัวเอง แต่ตอนนี้สามารถใช้บริการ Cloud Services ที่เก็บเงินตามปริมาณใช้งาน ซึ่งทำให้ต้นทุนเกี่ยวกับ Server หรือ Infrastructure ต่ำลง

เรื่องสุดท้ายคือเรื่อง Big Data ที่ต้องนำข้อมูลจากภายนอกมาวิเคราะห์กับข้อมูลภายในองค์กร เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น เพราะโลกอนาคตคือการ Personalization เราต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค แล้วตอบสนองความต้องการได้ทันที เป็นการเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุกมุมมองที่เรียกว่า 360 องศา นั่นคือสิ่งที่ทาง Atos ประเทศไทยสามารถช่วยได้ในการพัฒนากลยุทธ์และแนวทางให้กับลูกค้า เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรดิจิทัลได้


โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิด New Normal เร็วขึ้นไหม

: คำว่า New Normal สำคัญที่สุดคือมันเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน เวลาเราพูดถึง New Normal ก็คือว่าเราไม่จำเป็นจะต้องทำงานที่ออฟฟิศ การ Work From Home เป็นเรื่องที่ทำกันอยู่แล้วในอเมริกา อย่าง Atos ในประเทศสหรัฐอเมริกามีพนักงานกว่า 3,000 คน ก็ Work From Home กันหมด เราไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานเลย ทุกคนทำงานที่บ้าน แต่ Work From Home ในไทยยังไม่นิยม เพราะไม่ค่อยมีบริษัทที่ลงทุนในระบบ Infrastructure ที่จะทำให้อยู่ที่บ้านแต่สามารถทำงานได้รวดเร็วเหมือนอยู่ออฟฟิศ

ทุกวันนี้หลายองค์กรยังใช้วิธี VPN จากโน้ตบุ๊กเข้ามาทำให้ทำงานได้ช้ามาก มันมี Solution ที่เรียกว่า Direct Access ซึ่งเน็ตเวิร์กสามารถต่อตรงเข้ามาเหมือนนั่งที่ออฟฟิศ และในแง่ความปลอดภัย เรื่อง Cyber Security สำคัญมาก แต่บริษัทในประเทศไทยยังไม่นิยมลงทุนใน Solution ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันการเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญที่เป็นความลับของบริษัท ส่วนในเรื่อง Data บริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ไม่ได้เก็บในส่วนกลาง ซึ่งมี Solution ที่สามารถจะเก็บข้อมูลไว้ได้ใน Database ที่พนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงเอกสารหรือข้อมูลเดียวกันได้ ไม่มีการเก็บเอกสารการทำงานไว้ในโน้ตบุ๊กส่วนตัว

3 สิ่งนี้จะช่วยทำให้เกิด New Normal ได้ในเมืองไทย แต่สิ่งที่สำคัญคือวัฒนธรรม เรายังมีวัฒนธรรมการประชุมที่เห็นหน้ากันอยู่ ต้องเปลี่ยนให้รู้สึกว่าการทำงานผ่าน Video Conference ไม่ได้ต่างจากการมาเจอหน้ากัน ดังนั้นผมมองว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับ New Normal ในวันนี้คือ Software Solution ในฝั่งที่เป็น Infrastructure ที่ยังไม่เป็นที่นิยมในการลงทุน ซึ่งพอเกิดเรื่องโควิด-19 ขึ้นมา บริษัทต่างๆ เริ่มจะตระหนักถึงความสำคัญ และความจำเป็นที่จะต้องลงทุนใน Solution ที่เกี่ยวกับ Infrastructure Network และ Solution ที่เกี่ยวกับ Security แล้ว

เมื่อไหร่ที่สามารถทำงานแบบ New Normal ได้จริงๆ ผมมองว่าเราจะลดต้นทุนได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในการเดินทาง ต้นทุนในการเช่าสำนักงาน นั่นก็คือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของ Security หรือ Infrastructure ที่ต้องมาช่วยในการทำงานที่ไหนก็ได้ผ่านเครื่องมืออุปกรณ์อะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่ออฟฟิศเสมอไป


Atos ต้องปรับตัวไหม

: ต้องปรับตัวครับ เราต้องยอมรับว่าในเมืองไทย ทักษะความชำนาญงานในเชิงดิจิทัลอาจมีน้อยกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว เราเป็นบริษัทที่ปรึกษาจำเป็นต้องเป็น
บริษัทแรกที่มีองค์ความรู้นี้ ซึ่งองค์ความรู้เรามาจาก 2 ทาง อย่างแรกคือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง รวมทั้งการได้รับความรู้จากสาขาที่อยู่ในยุโรปหรืออเมริกา เราก็ Conference Call ขอถ่ายทอดความรู้ หรือให้เขาบินมาที่ประเทศไทยเพื่อแชร์ความรู้ สองคือการปฏิบัติ เรามีโครงการแลกเปลี่ยนที่ปรึกษากับสาขาของ Atos ทั่วโลก เพื่อที่จะได้รับความรู้จากการปฏิบัติจริง แล้วกลับมาทำ Solution ให้กับลูกค้าในเมืองไทยจริง ๆ นอกจากนี้ต่อไปในยุค Cloud Services เราไม่สามารถที่จะขาย Hardware หรือ Server ได้แล้ว เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยน Business Model เพื่อหารายได้ใหม่ๆ ให้เราสามารถข้ามผ่านยุคดิจิทัลนี้ไปได้


Solution ของ Atos จะเปลี่ยนโลกนี้ได้อย่างไร

: Solution ของเราช่วยให้บริษัทลูกค้าทำงานได้เร็วขึ้น จากการออกแบบกระบวนการการทำงานที่ดี หรือในเรื่อง Big Data Analytic ที่มี Software Solution หรือ Robot ที่ช่วยในการวิเคราะห์ ช่วยในการตัดสินใจ แทนการคิดคำนวณตัวเลขเอง ช่วยให้ลูกค้าหรือพนักงานมีเวลามากขึ้น หรือทุกวันนี้ที่ใช้ Chatbot ช่วยในการตอบโต้กับลูกค้า เราก็ไม่จำเป็นจะต้องมีพนักงานเพื่อตอบรับสายจากลูกค้าแล้ว เพราะเราสามารถใช้ Chatbot ที่สามารถจะเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าพูด หรือส่งข้อความมา Chatbot ก็สามารถตอบคำถามได้

เรายังเอาข้อมูลมาจากการวิเคราะห์โดยใช้ Software Solution แล้วใช้ Automation ในการที่จะยิงโปรโมชั่นไปยังกลุ่มลูกค้าได้เลย ดังนั้นผมมั่นใจว่าพนักงานบริษัทที่เป็นลูกค้าเราก็จะมีเวลามากขึ้นเพราะว่าเขาสามารถที่จะมี Software Solution ช่วยในการวิเคราะห์ และตัดสินใจ จากนั้นเขาก็ใช้เวลาในเรื่องเกี่ยวกับกลยุทธ์มากขึ้น แทนที่จะมาทำงานที่เป็นแอดมิน ผมว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ

สิ่งที่สองก็คือว่าเมื่อความต้องการของ End Customer มีมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ในยุคอนาคต เพื่อจะทำให้ยอดขายของบริษัทลูกค้าเรามากขึ้นตามไปด้วย ผมมองว่า Solution ของ Atos สามารถช่วยตอบสนองได้แน่นอนในยุคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้

Avatar
Written By

หลากหลายอุปกรณ์เพื่อคนสายเทคโนโลยี

Gadget

วิกฤติคนตกงาน
กับ ปากีสถานโมเดล!! เมื่อรัฐจ้าง
คนตกงานช่วงโควิด-19 ปลูกต้นไม้หมื่นล้านต้น

Vision

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup