Connect with us

Subscribe

Life

ปราดเปรียวไปกับ
รถยนต์อัจริยะแห่งโลกอนาคต

เมื่อความหรูหราผนวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัด กระแสรถอเนกประสงค์ SUV หรือ Crossover ยังคงครองตลาดต่อเนื่องยาวนาน รวมไปถึงรถยนต์สำหรับผู้หญิงที่ตอบโจทย์คนเมือง เน้นความอัจริยะของเทคโนโลยี ความสะดวกสบายและรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

เรื่อง: ธนา เศรษฐ์พานิช

เมื่อความหรูหราผนวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัด กระแสรถอเนกประสงค์ SUV หรือ Crossover ยังคงครองตลาดต่อเนื่องยาวนาน รวมไปถึงรถยนต์สำหรับผู้หญิงที่ตอบโจทย์คนเมือง เน้นความอัจริยะของเทคโนโลยี ความสะดวกสบายและรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

Nissan Kicks

หนึ่งในรถที่โดดเด่นและถูกกล่าวถึงเมื่อ 5-6 ปีก่อนอย่าง Nissan Juke ที่มีรูปทรงเปรี้ยวจี๊ดสะกดใจ ถึงวันนี้ก็ลดความเผ็ดร้อนลงไปมาก จึงถึงเวลาแล้วที่นิสสัน ประเทศไทย จะผลักดัน Sub Compact SUV ตัวใหม่ออกมาขับเคี่ยวกับเหล่าคู่แข่งอีกครั้ง 

หวยเลยออกที่ Nissan Kicks รถอเนกประสงค์ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม V Motion ที่รูปทรงละม้ายแทบจะเรียกได้ว่าฝาแฝด แต่เพิ่มเหลี่ยมมุม โดยเฉพาะกระจังหน้าแบบ V Motion ที่เล่นกับความสดใสของสีทูโทนที่หลังคา กระจกข้าง และสเกิร์ตต่างๆ

ห้องโดยสารของนิสสันรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มาพร้อมจออินโฟเทนเมนต์ไซส์บิ๊ก ใน Nissan Kicks ก็เลือกใช้เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัย Safety Shield 360 และกล้องมองภาพรอบคัน เตือนจุดอับสายตาเมื่อมีวัตถุ รวมถึงการเตือนขณะถอย พร้อมทั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เบรกอัตโนมัติขณะถอย ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนหรือช่องทาง ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

สำหรับในต่างประเทศ Nissan Kicks เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 154 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตร และรุ่นท็อปนั้นเอาใจวัยรุ่นด้วยการติดตั้งเครื่องเสียง Bose Personal Plus ลำโพงจาก Bose UltraNearfield ขนาด 2.5 นิ้ว ไว้บริเวณพนักพิงศีรษะ พร้อมซับวูฟเฟอร์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศดุจคอนเสิร์ตฮอลล์ในรถ

แต่ในเมืองไทยยังไม่มีการยืนยันว่า Nissan Kicks จะหันมาคบกับระบบเทอร์โบที่กำลังฮิต ช่วยสร้างแรงบิดและเพิ่มความประหยัดหรือไม่ ซึ่งถ้าใช่ นิสสันก็มีเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่วางอยู่ในอัลเมรา ใหม่ พร้อมรออยู่แล้ว และถ้าเปิดตัวด้วยราคาเร้าใจสัก 6-7 แสนบาทในรุ่นเริ่มต้น ก็น่าจะกวาดยอดจองกันถล่มทลาย 

Mercedes-Benz Vision AVTR 

เบนซ์อวตาร

เริ่มจากรถต้นแบบของ Mercedes-Benz Vision AVTR ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเชื่อมต่อจิตวิญญาณของชาวนาวี ในภาพยนตร์เรื่องอวตารกับสิ่งต่างๆ ถึงขั้นที่ Mercedes-Benz แตะมือกับเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับฯ เพื่อขอคำแนะนำในการทำรถต้นแบบ ผลลัพธ์คือรถรูปทรงล้ำยุคที่มองดูเหมือนอำพันที่เรืองแสง ภายในห้องโดยสารไม่มีพวงมาลัย เพราะขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ และระบบประสาทของ Vision AVTR รวมถึงฮาร์ดแวร์ที่เรียกว่า “นิวโรมอร์ฟิค”

ด้านหลังของตัวรถมีแผ่นเกล็ด 33 จุด ที่เรียกว่า Bionic Flaps ทำหน้าที่สื่อสารกับผู้คนและพาหนะด้านนอก และจัดการอากาศพลศาสตร์ด้านท้ายรถด้วย ในส่วนของที่นั่งในห้องโดยสารทำจากหวายสาน ชวนให้นึกถึงเปลญวนใบไม้ใน Home Tree หุ้มด้วยผืนผ้า DINAMICA เป็นไมโครไฟเบอร์ตัวแรกที่รีไซเคิลจากเสื้อผ้าเก่า และขวดพลาสติก PET  

Vision AVTR ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่ติดอยู่ใน 4 ล้อ มีพละกำลัง 350 กิโลวัตต์ สามารถขับเคลื่อนทุกล้ออย่างอิสระ แล่นไปข้างๆ ได้เหมือนปู มาพร้อมกับแบตเตอรี่ยุคอนาคตที่ทำจากเซลล์ชีวภาพ ไม่มีโลหะพิษ รีไซเคิลได้ 100% และใช้เวลาชาร์จกลับเพียง 15 นาทีก็สามารถเดินทางต่อได้ไกลถึง 700 กิโลเมตร

Woven City 

เมืองอัจฉริยะ แห่งอนาคตของ toyota

ในขณะที่ค่ายรถยนต์อื่นนำเสนอรถยนต์อัจฉริยะเป็นคัน แต่ Toyota ผู้ผลิตรายใหญ่จากญี่ปุ่นคิดการใหญ่กว่านั้นด้วยการใช้พื้นที่ของเวที CES 2020 นำเสนอโปรเจกต์เมืองอัจฉริยะที่มีทั้งหุ่นยนต์บ้านสมาร์ทโฮม และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

โดยเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต Woven City จะอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 60 ไมล์ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของโรงงาน Toyota ได้ถูกนำมาปรับเปลี่ยนเป็นเมืองอัจฉริยะที่รองรับผู้คนราว 2,000 คน

โดย Mr.Akio Toyoda ซีอีโอของโตโยต้าได้อธิบายถึงเมืองใหม่ที่จะเป็น ‘ห้องปฏิบัติการมีชีวิต’ ที่จะจำลองการทำงานร่วมกันระหว่างอาคาร ผู้คน และยานพาหนะที่เชื่อมต่อและสื่อสารกัน รูปแบบของการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนด้วยโรงงานผลิตไฮโดรเจนแบบฟิวเซลล์เพื่อนำมาใช้กับรถยนต์ไฮโดรเจนของ Toyota และหลังคาของอาคารที่ติดโซลาร์เซลล์ทั้งหมด

 SONY Vision-S

เซอร์ไพรส์ซีดาน

ที่ซุ่มเงียบยิ่งกว่าใครคือ Sony แบรนด์ยักษ์ด้านสินค้าไอที แต่ลุกขึ้นมาโชว์รถยนต์ต้นแบบคันแรกกลางงาน CES 2020 จนหลายคนหันไปมองกันเลิกลั่กว่าเขาไปแอบทำรถยนต์กันตอนไหน แต่เอาจริงๆ เราคิดว่า Sony ต้องการประกาศความพร้อมในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเซ็นเซอร์อัจฉริยะให้กับผู้ผลิตรถยนต์มากกว่า 

เพราะ Sony Vision-S ยังไม่มีเส้นสายตัวรถที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนบอกว่ามันคล้ายรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย Porsche เสียด้วยซ้ำ แต่ Sony Vision-S ก็อัดแน่นด้วยเซ็นเซอร์ถึง 33 จุด ที่คอยตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถ แผงหน้าปัดใช้หน้าจอสัมผัสแบบ Panorama และจอแอลอีดีขนาดใหญ่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมทั้งระบบ 360 Reality Audio ที่ Sony เชี่ยวชาญ 

รถคันนี้ขับเคลื่อน 4 ล้อ พละกำลัง 400 กิโลวัตต์ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 4.8 วินาที แต่ Sony ก็ยังไม่แจ้งราคาและกำหนดเวลาที่จะผลิตจำหน่ายจริง 

Avatar
Written By

10 เรื่องที่ชาวโซเชียลสนใจมากสุดช่วงเปิดเทอม

Calendar

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup