x

ภาพประกอบ: กูดรัน เบอร์วิตซ์ (ซ้ายสุด) กับครอบครัว (Bundesarchiv, Bild 146-1969-056-55, via Wikimedia Commons
 
กูดรัน เบอร์วิตซ์ (Gudrun Burwitz เดิมสกุล ฮิมม์เลอร์) ลูกสาว ไฮริช ฮิมม์เลอร์ อดีตผู้นำระดับสูงของนาซีผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ชาวยิว เสียชีวิตในเมืองมิวนิคเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 88 ปี  
 
รายงานของ Washington Post กล่าวว่า ข่าวการเสียชีวิตของเธอเพิ่งมีการรายงานเป็นครั้งแรกโดย Bild สื่อเยอรมัน ซึ่งได้ยืนยันด้วยว่า เบอร์วิตซ์เคยทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของเยอรมันตะวันตกเป็นเวลาสองปีในช่วงต้นทศวรรษที่ 60 ภายใต้ชื่อสมมติ ซึ่งปกติทางหน่วยฯ จะไม่ให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสมาชิกเว้นแต่จะเสียชีวิตไปแล้ว
 
เบอร์วิตซ์เกิดเมื่อปี 1929 ในระหว่างที่พ่อของเธอกำลังซ่องสุมอำนาจในฐานะผู้นำกองกำลัง SS ฮิมม์เลอร์ยังเป็นหัวหน้าหน่วนตำรวจลับเกสตาโป และเป็นผู้วางระบบคุมขัง และค่ายกักกันซึ่งกลายเป็นที่สังหารชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มโดยเฉพาะชาวยิว รวมไปถึงยิปซี และผู้รักเพศเดียวกัน
 
เบอร์วิตซ์เป็นลูกคนโต และเป็นลูกตามกฎหมายเพียงคนเดียวของฮิมม์เลอร์ (เขายังมีลูกนอกสมรสและลูกบุญธรรมด้วย) เธอมักถูกเรียกไม่ว่าจะจากผู้สนับสนุนผู้ต่อต้านว่าเป็น "เจ้าหญิงนาซี" เวลาที่ฮิมม์เลอร์ออกงาน เขามักจะพาลูกสาวผู้มีผมบลอนด์ และตาสีฟ้าไปด้วยเป็นประจำเพื่อแสดงถึงตัวอย่างของเยาวชน "อารยัน" ในอุดมคติ
 
เธอยังคงภักดีต่อพ่อของเธอเสมอ แม้เธอจะบอกว่าตัวเองเคยเดินทางไปยังค่ายกักกันซึ่งเป็นแดนสังหารผู้คนนับหมื่นเมื่อครั้งยังเด็กและได้เห็นแทบทุกอย่างในค่ายแล้ว แต่เธอก็ยังยืนยันว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่เคยเกิดขึ้น เธอยังมีส่วนช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและกำลังใจให้กับบรรดาอดีตนาซีที่ถูกลงโทษ หรือถูกต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมสงคราม
 
ทั้งนี้ หลังการล่มสลายของนาซีเยอรมนีเธอในวัย 15 ปีและแม่ได้หลบหนีไปยังตอนเหนือของอิตาลีก่อนถูกจับตัวโดยทหารอเมริกัน พวกเธอถูกคุมตัวเป็นเวลานาน 4 ปี และถูกย้ายสถานที่คุมตัวหลายครั้งในอิตาลี ส่วนฮิมม์เลอร์ถูกฝ่ายโซเวียตจับตัวไว้ได้ในวันที่ 20 พฤษภาคมและถูกส่งตัวต่อให้กับฝ่ายอังกฤษ สามวันต่อมาเขาฆ่าตัวตายด้วยแคปซูลไซยาไนด์ที่เขาแอบซ่อนไว้ แต่เธอเชื่อว่าพ่อของเธอถูกสังหารมากกว่า