Connect with us

Subscribe

Life

Muxes เพศที่สามของเม็กซิโก

เรื่องและภาพ : กรกฎ พัลลภรักษา 

ทันทีที่ประตูบานใหญ่ของห้องประชุมแห่งหนึ่งในย่าน ซาน ราฟาเอล ของเม็กซิโก ซิตี้ เปิดผางออกไป ก็ดูเหมือนมีอีกมิติปรากฏขึ้นด้วย ห้องประชุมกว้าง เพดานสูง มีโต๊ะกลมคลุมด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวแบบงานเลี้ยงโต๊ะจีนห้องนี้ เว้นที่ว่างตรงกลางให้เป็นฟลอร์เต้นรำ

และในจังหวะที่ฉันสาวก้าวพร้อมกับเพื่อนที่พาฉันมางานนี้ เราก็ต้องคอยระวังเลี่ยงหลีกให้ทาง กับหญิงสาวในชุดเต็มยศสวย ที่มีกลิ่นและสีไม่เพี้ยนไปอย่างเสื้อผ้าที่ฟรีด้า คาร์โลชอบใส่ ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงกลางกระหม่อม

ชุดกระโปรงเป็นผ้ามีน้ำหนัก เต็มไปด้วยลายปักดอกไม้ดอกใหญ่สีสดซับซ้อนซ่อนทับกัน บอกศักยภาพของความเป็นดอกไม้ที่คนปักตั้งใจจับวางให้สวยที่สุดในจักรวาล จากเอวโปรยลงไปถึงปลายกระโปรง ยังไม่หมดความอลังการ เพราะยังมีส่วนที่เป็นผ้าขาวจับจีบเป็นพลีตสะบัดวงลงกรอมได้องศากับพื้นพอดี ไม่ให้เห็นแม้แต่รองเท้า ส่วนบนขึ้นไป คือเสื้อสวมหัวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมพอครอบเอว

บางคนที่เดินผ่าน เต็มไปด้วยลายดอกไม้แบบเดียวกันที่ดูต่อเนื่อง เสื้อของบางคนไม่ดอก แต่เป็นลายเดินจักรสีสดละเอียดแบบกราฟฟิกซิกแซกบนผ้าพื้น หรือไม่ก็ผ้าลาย และทับด้วยลายเดินจักรที่เน้นเป็นเส้นกรอบสี่เหลี่ยม ช่วงคอ เหมือนเป็นสร้อยที่ติดกับเสื้อ

สีหน้าสดชัดคมด้วยการแต่งหน้าแนวนางงามขึ้นเวที เน้นความชัดทั้งคิ้ว ตา โหนกแก้ม และปาก เหมือนทุกคนคือนางงาม และที่นี่คือเวทีนางงาม! ยิ่งทรงผม แบบฟรีด้า คาร์โล หรือเป็นเพราะฟรีด้า คาร์โล ทำให้โลกรู้จักทรงผมออกงานในชุดเต็มยศ ริบบิ้นพันแล้วถักพร้อมผมเป็นเปีย จนกลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับผม ตลบเปียสองข้างขึ้นไปทบกันอยู่กลางหัว แล้วเสียบดอกไม้ให้เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของศีรษะ ที่ยิ่งกว่ากว่าเป็นมงกุฎ คือชัดและสว่างกว่า และเข้ากันกับดอกลายทั้งหลายที่ร่ายรำบนเสื้อผ้าห่มร่างกาย

งานวัฒนธรรมคืนนั้นมหัศจรรย์ด้วยบรรยากาศมาก มันเป็นงานเต้นรำของรัฐวาฮาก้า (Oaxaca) จัดขึ้นเพื่อหารายได้สมบททุนอะไรสักอย่าง ด้วยการขายบัตรให้คนมารื่นเริงเหมาราคากันเป็นโต๊ะๆ สำหรับฉันมันไม่ใช่งานกุศล งานเต้นรำแสงดี ดนตรีสดเล่นเพลงเม็กซิกันคลาสสิคเพราะเท่านั้น เพราะสีสันที่แท้จริงคือ มูเช…

พวกเธอคือ มูเช (Muxe) ที่แปลว่า เพศที่สาม

พวกเธอเป็นของขวัญจากพระเจ้า

หลังจากการเข้าห้องน้ำร่วมกันของทั้งสามเพศในคืนนั้น ฉันก็เริ่มเข้าใกล้มูเชมากขึ้นๆ และได้รับการช่วยแนะนำจากเพื่อนช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ที่เมืองไทย ว่าให้ไปหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งทะเลตะวันตกของรัฐวาฮาก้า หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ ‘ฮูจิตัน’

ฉันนั่งรถบัสออกจากเมืองวาฮาก้าแต่เช้าเพื่อไปเมืองฮูจิตัน ที่อยู่ห่างออกไป เราค่อยๆ ข้ามเขาลงใต้ปลายชี้ออกไปทางตะวันตกหน่อยๆ ค่อนข้างใกล้ทะเล เมืองที่ประหลาดที่สุดในเม็กซิโก คือแปลกทั้งเรื่องอากาศ ผู้คน และการยอมรับที่ใจกว้างกว่าเมืองไหนๆ ในประเทศ

ความจริง สำหรับคนไทยอย่างฉัน การเห็นผู้ชายแต่งตัวเป็นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แต่ฉันประหลาดใจตรงที่ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในประเทศเม็กซิโก มีมูเช – เพศที่สาม เป็นสถานะหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเอิกเกริกจนเป็นมากกว่าเป็นกลุ่ม เป็นธรรมเนียม แต่เป็นถึงวัฒนธรรมของคนฮูจิตัน ที่มีพื้นที่ของตัวเอง จัดตั้งเป็นองค์กร ได้รับการยอมรับจากระดับบุคคล ครอบครัว ท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ มูเชมีชีวิตมีสิทธิสภาพทางสังคมกันมากขนาดไหน และทำไมบ้านของมูเช ถึงอยู่ที่เมืองติดฝั่งทะเลของวาฮาก้าที่ชื่อฮูจิตัน

ประมาณ 5 ชั่วโมง ผ่านไปฉันได้ถึงซาวน่า! อากาศร้อนมากเกินเหนียว คือเปียกชุ่ม คือ ฮูจิตัน

ขณะที่ฉันยืนเอามือตะปบเหงื่อที่ไหลเป็นทางตามแนวร่องหลังตัวเอง ตะแคงคอเอาหูแนบไหล่ซ้ายขวา ตะปบเหงื่อไม่ให้ไหลเป็นน้ำตกจากหนังหัว ฉันก็ได้เจอมิเชล เพื่อนของเพื่อนที่เป็นหัวหน้าศูนย์วัฒนธรรมของเมืองฮูจิตัน เราทักกันด้วยภาษาสเปนและอังกฤษอันอ่อนเปลี้ย แล้วเขาก็พาฉันนั่งรถตุ๊กๆ เพื่อไปหาเพื่อนมูเชที่เขารู้จัก เราเริ่มต้นที่ร้านเบียร์ ทั้งๆ ที่ฉันบอกว่าฉันหิว

เรานั่งตุ๊กๆ เลยท่ารถออกไปในถนนที่แคบลงๆ ไม่นานเกิน 5 นาที เรามาถึงอนุสาวรีย์ที่ยากจะบอกว่า รูปปั้นนั้นเป็นหญิงหรือชาย แต่ว่ามีตัวอีกัวน่าอยู่บนศีรษะแทนผม มิเชลตะโกนถามคนที่นั่งแถวๆ นั้นสั้นๆ ไม่ใช่ภาษาสเปน แต่เป็นภาษาถิ่นซาโปเท็ก ที่ออกเสียงสั้นกว่า กระชับกว่า ชัดเป็นคำๆ เหมือนภาษากระเหรี่ยงเผ่าโป๋วที่ฉันพอคุ้นสำเนียงมากกว่า

แล้วเราก็วกรถออกไปนอกเมืองต่อ ถนนกว้างขึ้นๆ และมีฝุ่นเยอะ เราแล่นรถบนถนนไม่ลาดซีเมนต์ และมีหลุมใหญ่เป็นระยะ เพราะน้ำฝนขังรถบรรทุกแล่นจนกลายเป็นแอ่งๆ ก้นเราไม่ติดเบาะเพราะตัวกระเด็นกระเด้งเป็นจังหวะตามหลุมของถนน เมืองฮูจิตันนอกจากจะเป็นบ้านมูเชแล้ว ไม่นานนี้ก็ยังเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นเส้นทางผ่านของการขนยาเสพติดด้วย มิเชลเล่าขณะเดินทางแข่งกับเมฆฝนและถนนขรุขระว่า

“ในฮูจิตัน ผู้หญิงและมูเชมีอิทธิพลสูงมาก บุคลิกของผู้หญิงที่นี่ต่างจากที่อื่น ผู้หญิงที่นี่จะแข็งแกร่ง ชอบทำงานหาเงินได้เอง มีอิสรภาพ กล้าแสดงออก มันเป็นสังคมที่ไม่เหมือนใครเลยในเม็กซิโก”

เหมือนกับที่นักมานุษยวิทยา Beverly Chinas ได้อธิบายไว้ในสังคมวัฒนธรรมซาโปเท็กว่า (ชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ ที่อยู่ในบริเวณวาฮาก้า) ‘ความคิดในการเลือกเพศนั้น มันแปลกประมาณเหมือนการเลือกเกิด ว่าผิวจะเป็นสีอะไร’ เพราะมันไม่สามารถเลือกได้ มันถูกกำหนดมาแล้วจากพระเจ้าเบื้องบน ที่จะเลือกให้คนแต่ละคนเป็นชาย หญิง หรือ มูเช และมีมูเชจำนวนน้อยมาก ที่จะเลือกผ่าตัดแปลงเพศเป็นหญิง โดยทั่วไปแล้วในวัฒนธรรมนี้ เรื่องเพศสภาพไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ พวกเขายอมรับสิ่งที่แต่ละคนเป็น แบบไม่ต้องอธิบาย และโดยมากแล้ว พวกเขาจะได้รับการยอมรับว่าใครเป็นเพศไหนจากการแสดงออกด้วยการแต่งตัว และการแสดงออกที่ทำให้คนเห็น ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่จากอดีต 

ส่วน Lynn Stephen นักมานุษยวิทยาอีกคนบอกว่า ‘มูเชไม่ได้เป็นกระเทย หรือรักร่วมเพศ แต่เป็นหมวดหมู่ของเพศที่แยกออกมาคุณลักษณะของเพศ คนทั่วๆไปจะรับรู้ว่าพวกเขามีร่างกายเป็นชาย แต่มีสุนทรียภาพของความงาม การทำงานบ้าน มีความละเอียดในการดูแลเอาใจใส่ และมีทักษะทางสังคม ที่แตกต่างจากผู้ชายส่วนใหญ่ พวกเขาอาจมีคุณลักษณะบางอย่างของทั้งผู้หญิงหรือรวมของผู้ชายและผู้หญิง และถ้าพวกเขาเลือกผู้ชายเป็นคู่นอน (หรือที่รู้จักกันในชื่อ mayate) ก็ไม่จำเป็นอีกที่ต้องถือว่าเขาเป็นเกย์’  

แสงแลบเป็นทางม้าลายบนฟ้าถี่รัวขึ้น ขณะที่เรามาถึงรั้วซีเมนต์และรถตุ๊กๆ ก็จอดสนิทให้เราลง บาร์คาราโอเกะอยู่หลังรั้วประตูเหล็ก เรายืนรอและมองฟ้า มิเชลยืนรอและส่งสายตาผ่านรั้วประตู คนข้างในเดินออกมาไขกุญแจ และคนข้างในที่ถือกุญแจคือ คนปกป้องความปลอดภัยของลูกค้า คนปรุงอาหาร เสิร์ฟเบียร์ และเธอคือเจ้าของร้าน ‘มาร์อีโซล (Mar y Sol = ทะเล และ ตะวัน)’ ไขกุญแจเปิดประตู และล็อคประตูให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามา เพื่อป้องกันคนไม่ปรารถนาดีขโมยขโจรเข้ามาก่อกวนความสุขของคนที่มาที่นี่

พื้นที่โล่งเหมือนลานหน้าบ้าน มีอาคารซีเมนต์เล็กๆ ที่มุมขวาเยื้องไปทางด้านหลังของบริเวณเป็นสิ่งก่อสร้างเดียวที่ถาวรมีควันฉุยและตะแกรงทำให้เดาได้ว่าเป็นส่วนครัว ส่วนที่เหลือของพื้นที่เป็นเพิงใต้ต้นไม้ มีผ้าใบขึง หรือหลังคาสังกะสีตีๆ ให้เป็นหลังคาคลุมกันแดดกันฝน และมีฟ้าแลบสีขาววาบเป็นระยะๆ เป็นเหมือนสเปเชียลเอฟเฟ็ค แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าทุกคนขยับหนีไปไหน

เรานั่งกันที่มุมซ้ายสุดเยื้องมาทางด้านหน้าของบริเวณ ฉันเห็นมาร์อีโซล เดินเข้าครัวไปทำโบนิตาส (bonitas) หรือกับแกล้มให้ทุกโต๊ะ ทุกการสั่งเบียร์เธอจะยกโบนิตาสควบคู่มาให้เป็นกับแกล้ม เนื้อแผ่นใหญ่แล่บางๆ ย่างจนหอม พร้อมกับหอมหัวใหญ่ย่าง พริกย่าง ใส่จานมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ ไม่มีใครเป็นลูกมือเธอ เธอทำทุกอย่างคนเดียว และเมื่อโบนิตาสมาถึงโต๊ะ เธอก็จะบีบมะนาวให้ แล้ววางถ้วยซัลซ่าน้ำจิ้มเผ็ดไว้บนโต๊ะ

เสียงเพลงจากตู้เพลงด้านขวา มีคนลุกไปหยอดเงินเลือกเพลงไม่ขาดเสียง ร้านนี้นี้ไม่ใช่บาร์เกย์ บาร์มูเช หรือบาร์กระเทยอะไรทั้งนั้น เป็นร้านชื่นชอบของคนชอบบรรยากาศเดียวกัน มิเชลบอกว่า ไม่มีที่ไหนในเม็กซิโก ที่จะยอมรับผู้ชายใส่ชุดผู้หญิงมาเสิร์ฟอาหารแบบนี้ ยกเว้นฮูจิตัน “เรื่องไม่ปรกติของคนอื่น คือเรื่องปรกติของเรา ฮูจิตันมันแปลกแบบนี้”

ชาวซาโปเท็กให้ความเคารพกับสภานภาพของเพศหญิง มูเช ถือเป็นสมดุลในสังคมที่มีความเป็นหญิงและชายอยู่ด้วยกัน สารคดีเรื่องหนึ่งที่ฉันดู ตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเพราะผู้ชายต้องออกทะเลจับปลา หรือไม่ก็ไปทำงานนอกบ้าน ครอบครัวก็อยู่บ้านกันโดยลำพัง อาจทำให้กลายเป็นว่า บ้านไหนที่มีลูกชาย ที่เป็นมูเช จะถือว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้า เพราะมูเชจะเป็นคนดูแลครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร หาเงินเข้าบ้าน จะอยู่ดูแลพ่อแม่ตอนแก่ เขาจะไม่จากครอบครัวไปไหน เพราะเขาจะไม่แต่งงานกับใคร

แต่มิเชลก็บอกว่า “มันซับซ้อนกว่านั้น ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับ เพราะก็มีคนที่หมั่นไส้ และไม่ชอบมูเชเอามากๆ เหมือนกัน” มาร์อีโซลเห็นด้วยว่า “ไม่มีใครปรกติในฮูจิตัน”​ ว่าแล้วนางพยาบาลนอกเครื่องแบบในเสื้อกล้าม ก็เดินมาร่วมโต๊ะเราบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิด และเขาเกิดมาเป็นมูเชด้วย เพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถจะใส่เครื่องแบบเป็นนางพยาบาลได้ แต่นอกเครื่องแบบ “ฉันจะเป็นอะไรก็ได้ไม่มีใครสนใจ” 

ฉันถามมาร์อีโซลว่า มูเชสำหรับเธอคืออะไร

เธอยิ้มแล้วบอกว่า ก็เป็นคนธรรมดาๆ

“มันเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ มันเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ต้องดูแลครอบครัว และต้องทำงานหนัก ฉันชอบทำงาน” ฉันถามว่า คิดไหมว่าอยากไปอยู่ที่อื่น หรือคิดไหมว่าถ้าอยู่ที่อื่นในโลก ตัวเธอจะเป็นอย่างไร “ฉันไม่มีเวลาคิดถึงการเดินทางไปไหนเลย ฮูจิตันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันต้องการ”

ฉันบอกเธอว่า ที่เมืองไทย เราเป็นสังคมที่มีอะไรคล้ายกัน โดยเฉพาะมูเช ฉันเคยทำสารคดีเรื่องเพศที่สาม หรือสาวประเภทสอง (เธอขมวดคิ้ว) ฉันเลยพูดต่อว่า “คือได้แปลงเพศแล้ว” และหลายคนได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนกับคู่อื่นๆ มาร์อีโซลบอกว่า “ฉันไม่ได้อยากเกิดใหม่ หรืออยากแปลงเพศ ใช่… อยากมีสามีที่ดี มีคนคู่ใจที่จะอยู่ด้วยกันจนตาย เหมือนคนอื่นๆ” แปลว่าเธอยังไม่มีครอบครัว ฉันถามต่อ เธอบอกว่า ทุกวันนี้มีคนรักแล้ว แยกกันอยู่แต่รู้ว่าอยู่ด้วยกัน (alone together) ก่อนเธอจะลุกไปทำโบนิตาสเธอบอกฉันว่า “คนในฮูจิจันกลัวความตาย ก็เหมือนคนอื่นๆในโลกนี้ และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ การถูกลืมไปจากโลก”

เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ในรัฐวาฮาก้า ศุลกากรออกกฎให้สามารถใช้สถานภาพทางเพศว่า ชาย หญิง และ มูเช

ภาพยนตร์เรื่อง Carmin Tropical กำกับและเขียนบทโดย Rigoberto Perezcano จากวาฮาก้า

ฉันได้ดูหนังเรื่อง Carmin Tropical ที่กำกับและเขียนบทโดย Rigoberto Perezcano จากวาฮาก้า เรานัดคุยกันเรื่องมูเช ไม่ใช่เพราะ Carmin Tropical ได้รับรางวัลทั้งในและนอกประเทศมากมาย แต่เพราะ Carmin Tropical เป็นหนังที่เกี่ยวกับการสืบสวนการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในฮูจิตัน การถูกฆาตกรรมของมูเชในเรื่องนี้ ริโกเเบร์โตแตะความอ่อนไหว และความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในสังคม ซึ่งไม่เพียงแต่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของมูเช แต่ยังเป็นเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันของภาพรวมของผู้หญิง และเป็นการคลี่ภาพของสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในเม็กซิโก และเขาเองก็สนใจอยากรู้เรื่องเพศที่สามในเมืองไทยเหมือนกัน

ริโกเเบร์โตบอกว่า “ถ้าผมอยู่ที่ฮูจิตัน ยายหรือย่าของผม จะต้องเตรียมให้ผมเป็นมูเช คือต้องเตรียมตัวเป็นแม่บ้าน เพื่อจะดูแลพ่อแม่ ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร ซักเสื้อผ้า เรียนทำอาหาร และตอนนั้นผมอาจจะไม่รู้ว่าคืออะไร และเป็นมูเชไปในที่สุด เพราะผมเป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัว ไม่มีใครรู้ว่าทำไมคนในฮูจิตันถึงยอมรับผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง ผมถามยายของหลายคนว่า ทำไมต้องเตรียมหลานชายคนสุดท้องให้เป็นมูเช แต่ก็ไม่ได้คำอธิบายที่เป็นเหตุผลนอกจากจะบอกว่าทำต่อๆกันมา ในเมืองไทยเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?” เมืองไทย? ฉันตอบเสียงหลงว่า “ไม่นะ ไม่ได้เป็นวัฒนธรรม ไม่มีแบบแผน ต่างกับมูเชในฮูจิตัน”​

“คุณเรียกเขาว่าอะไร” ริโกเเบร์โตถาม

ฉันบอกว่าตั้งแต่รุ่นยายฉันมาแล้วเรียกว่ากระเทย แปลว่าอะไรริโกเเบร์โตถามต่อ ฉันบอกว่า คนที่มีสองเพศในคนเดียวกัน ประมาณว่าผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง เช่นกัน มูเช ก็เป็นคำมาจากการรวมสองคำของภาษาสเปน ของคำว่าหญิงกับชาย

“ฮูจิตัน สำคัญสำหรับผมมาก เพราะผมสนใจความเป็นเมืองเล็กๆ แต่ว่ายอมรับเรื่องใหญ่ และเปิดกว้างที่สุดในเม็กซิโก เป็นเมืองที่สามารถยอมรับความหลากหลายทางเพศ และเตรียมคนให้เป็นอีกเพศ! เมืองนี้ผมเห็นว่าเป็นเมืองก้าวหน้าเป็นเมืองมีอนาคต ซึ่งมันแปลกมากแต่ความจริงเรื่องอิสระภาพทางเพศนี้ ควรเป็นเรื่องปรกติ ที่เราควรจะเคารพคนที่แตกต่าง ไม่เกี่ยวกับความต่างของเพศ แต่ที่นี่คือเม็กซิโก”

“ตอนที่ผมเขียนบทเรื่องนี้ เพื่อนเกย์คนหนึ่งบอกผมว่า ‘ผมไม่มีทางทำหนังเรื่องนี้ได้เพราะผมไม่ใช่เกย์’ มันทำให้ผมช็อคมาก เขาบอกผมว่า ผมต้องเข้าใจสิ่งที่คนเป็นว่าเขาคิดอะไร เกิดอะไรขึ้นข้างในของเขา ผมเริ่มอ่านมากขึ้นเกี่ยวกับสังคมเกย์ และคุยกับมูเชที่ฮูจิตันมากขึ้น Jose Pesina นักแสดงนำที่แสดงเป็น Mabel มูเชในเรื่อง เขาเป็นโฮโมเซ็กชวล แต่เขาบอกว่า ‘มันไม่ง่ายที่จะเล่นบทมูเช มันท้าทายมาก มันไม่เหมือนกัน มันคนละความคิด’ ผมชอบมาก ที่เขาบอกว่ามันไม่เหมือนกัน!”

“ในวินาทีที่เขาเริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิง เขาใส่รองเท้าส้นสูง เขาเปลี่ยนเป็นผู้หญิงเลย ผมบอกโฮเซ่ว่า ‘ผมอยากเห็นมูเชที่มีบุคลิกแบบ ริต้า เฮเวิร์ด กับ มาเรียอา เฟริส คือเป็นผู้หญิงบุคลิกธรรมชาติ ผมไม่อยากให้คนมองคุณเป็นสาวประเพศสอง หรืออะไรทั้งนั้น ผมอยากให้เป็นมูเช ผู้หญิงอีกแบบที่เรามี’ แต่ Carmin Tropical ไม่ได้พูดเรื่องของการเป็นเพศที่สามเลย ใช่ ผมไม่ได้ทำหนังของคนเพศที่สาม แต่ผมทำหนังที่เป็นเรื่องของการสืบสวนการฆาตกรรม ที่มีตัวเอกเป็นมูเชในเรื่องการฆาตกรรม สำหรับผมอยากบอกว่า มนุษย์ก็คือมนุษย์ ไม่ได้ต่างกันเพราะเพศเลย คุณจะชอบลิง หญิงชอบหญิง ชายชอบชาย อะไรก็ได้ หมู่บ้านเล็กๆ นี้ทำได้ไง การเคารพกันแบบนี้สำคัญกับผมมาก”

ตอนที่ Carmin Tropical ออกฉาย ในสังคมมาชิสซิโม่ของเม็กซิโกที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ มีใครเชื่อไหมว่า มีสังคมที่ผู้หญิง และมูเชอยู่ในเม็กซิโกฉันถาม เขาเอนหลังห่างจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เอามือประสานกันระหว่างเข่า “มันมีผลเยอะมาก เพราะคนเม็กซิกันเองไม่เชื่อว่า มีคนเพศที่สามที่ได้รับการยอมรับอย่างเปิดเผย ไม่มีใครอยากเชื่อว่าเรื่องนี้เกิดในฮูจิตัน สำหรับผมมันเพอร์เฟ็คมาก คือคุณจะแต่งตัวเป็นหญิง เดินในตลาดร่วมกับคนอื่นๆได้ ไม่มีใครว่าอะไร เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับผมรู้สึกนี่คือความพิเศษ”

แล้วคุณรู้สึกว่ามูเชกับสังคมเม็กซิกันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ฉันถามต่อ “จะว่าไป มูเชเหมือนเป็นคนดูแลครอบครัวนะ เขาต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้หลานฉลองอายุ 15 จ่ายค่างานแต่งงาน บางคนก็เป็นที่ระบายความใคร่ของผู้ชาย เพราะศาสนาคาธอลิกจะไม่ยอมให้คนรักกันมีเซ็กซ์กันจนกว่าจะแต่งงาน ผู้ชายหลายคนมีอะไรๆกับมูเชแทนมีกับแฟนผู้หญิงของตัวเอง …​ นี่เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับมูเชสำหรับผม แต่พวกเขาก็สามารถทนได้ระดับหนึ่ง ในแง่หนึ่งมูเช คือเขาเป็นที่เคารพรักของครอบครัวและสังคม เพราะพวกเขาทำหน้าที่หาเงินมาดูแลครอบครัวและทำมาหากิน และอีกแง่หนึ่ง เขาก็ถูกกระทำทางเพศ พวกเขาอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศ และถูกเอาเปรียบ หลายคนก็กลายไปทำอาชีพโสเภณี”

การแตะเรื่องของการยอมรับในปัจเจกบุคคลถูกวางไว้อย่างไม่กระโตกกระตากใน Carmin Tropical แต่ริโกแบร์โตก็สะท้อนให้เห็นอิสระภาพฉาบหน้าว่า พวกเขาก็ถูกข่มขืนและถูกฆ่าในนามของความเกลียด ซ่อนความทับซ้อนของความรุนแรงที่อยู่รอบๆตัวพวกเขาไว้เงียบๆ

“บทเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย เป็นบทที่มีคนเตือนผมว่าระวังเข้าไปในเขาวงกตแล้วจะออกมาไม่ได้ แต่ในฐานะที่เป็นคนทำหนัง ผมชอบความท้าทาย และอยากเป็นเสียงให้เพศที่สาม และขณะเดียวกันผมอยากพูดถึงการยอมรับและความลังเลใจของคนในสังคม มันเป็นโลกที่แปลกมาก แต่ผมคิดว่า โลกเรามันแปลกแบบนี้หละ”

ความแปลกในความคิดเห็นของริโกแบร์โตไม่ใช่เรื่องเพศ แต่เป็นเรื่องของการยอมรับความจริงที่เป็นจริงมากกว่า “Juan Gabriel คือนักร้องคนสำคัญที่สุดของเม็กซิโก คนเม็กซิกันรักเขามาก แต่ไม่มีใครอยากพูดอะไรเกี่ยวกับเขาว่าเขาเป็นคนรักร่วมเพศ คนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ คนเลือกที่จะไม่รับรู้ เพราะเขาคือ ฮวน กาเบรียล เพราะประเทศนี้เป็นสังคมมาชิสต้า” 

เราจิบเมสกาลแก้วเล็กๆ หลังจากที่ความเข้มข้นในการสนทนาผ่านไป เหมือนกับเราไม่อยากขัดการคุยด้วยการหักเหความสนใจไปทำอย่างอื่น…​ ด้วยความเคารพทั้งในเรื่องที่เราคุยและในเครื่องดื่มพื้นเมืองเมสกาล ริโกแบร์โตยกแก้วเชิญเราให้ดื่มเพื่อสรรเสริญบทสนทนา และตามมาด้วยคำถามที่ว่า ประเทศไทยและเม็กซิโก มีพระอาทิตย์ มีฟ้า มีอากาศ ใกล้กันมาก ถึงจะอยู่ไกลกันคนละฟากโลก

แต่พอเราลากเส้นจากที่นี่ไปที่นั่น มันใกล้กันมาก และมันคล้ายกันใช่ไหม คุณว่ามันประหลาดไหม ที่มันคล้ายกันมาก ฉันพยักหน้าในความเป็นกวีและนักเขียนของเขา แต่ก็อดกระตุกคิดขึ้นมาไม่ได้ถึงตอนหนึ่งของหนัง ในตอนที่ Mabel (ตัวเอก) ขอเข้าไปเยี่ยมผู้ต้องหาที่คาดว่าเป็นคนฆ่าเพื่อนมูเช (Daniela) ที่ต้องมีการลงชื่อกับเจ้าหน้าที่ และมาเบล ระบุเพศตัวเองว่า “มูเช”

ฮูจิตัน เมืองเล็กๆ นี้ประหลาดจริงๆ ที่ไม่ได้ลากเส้นล่ามคนด้วยความคิดของโซ่ตรวน เป็นอภินิหารสัจจะนิยมในโลกของความจริง. 

Avatar
Written By

The Day of the Dead : วันแห่งความอมตะกับความตายที่กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม

Life

Art in Prison ศิลปะในคุกแห่งเม็กซิโก

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup