Connect with us

Subscribe

Life

อย่าให้แม่ต้องเป็นนางฟ้า

เรื่อง : คำ ผกา

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดงานกราบเท้าแม่ในวันแม่ที่โรงเรียน เพราะสมัยฉันเป็นเด็กนักเรียนเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ไม่มีงานแบบนี้ มากที่สุดก็แค่เปิดเพลงค่าน้ำนมวนไปวนมา ที่อยากรู้ว่าใครเป็นคนคิด เพราะอยากถามเขาว่า เขาไม่มีจินตนาการถึงเด็กที่ไม่มีแม่ เด็กที่พ่อแม่เลิกกัน หรือ เด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ หรือแม้กระทั่งเด็กที่แม่ตายเลยหรือ ว่างานแบบนี้อาจไปกระทบต่อบาดแผลในใจเด็ก

นี่คือไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนเราถึงจะคิดและเชื่อว่า ครอบครัวของมนุษย์โลกนั้นล้วนครบครันไปด้วย พ่อ แม่ ลูก สุขสันต์ และต่อให้ เด็กมีพ่อ มีแม่ อยู่ครบก็ใช่ว่าพ่อแม่ทุกคนสามารถไปปรากฎตัวอยู่ ณ วัน เวลา นั้นที่โรงเรียนจัดงาน บางคนอาจต้องทำงาน บางคนอาจต้องค้าขาย บางคนรับจ้างค่าแรงรายวัน การหยุดงานหมายถึงการขาดรายได้และอีกสารพัด

แม้โรงเรียนจะบอกว่า คุณพ่อ คุณ ตา คุณยาย คุณป้า คุณลุงมาแทนคุณแม่ก็ได้ หรือที่เป็นข่าวให้อมยิ้มกันเช่น คุณพ่อ single dad บางคนลงทุนแต่งหญิงไปงานวันแม่ให้ลูก สื่อก็สรรเสริญกันใหญ่ถึงความน่ารักของคุณพ่อ แต่นี่มันคือ ทางออกหรือ?

แล้วโรงเรียนควรทำอะไรในวันแม่?

ฉันคิดว่าโรงเรียนสมัยใหม่ ควรพูดเรื่อง แม่ วันแม่ ในบริบทของครอบครัวสมัยใหม่ ควรใช้โอกาสนี้เปิดโอกาสให้นักเรียน ทำความเข้าใจความหลากหลายของชีวิตครอบครัวว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแพทเทิร์น สำเร็จรูป พ่อ แม่ และ ลูก เสมอไป และต่อให้เป็นครอบครัว อันประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และ ลูก ก็ควรจะให้เด็กเรียนรู้อีกว่า คำว่า “ครอบครัว” ไม่ได้เท่ากับ ความสุข ความเพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ มากไปกว่านั้น เราควรให้ เด็กๆ เรียนรู้ว่า มนุษย์ พ่อ มนุษย์ แม่ นั้น ไม่ใช่เทวดา นางฟ้า

แม่ไม่ใช่มนุษย์ผู้เสียสละโดยไม่มีเงื่อนไข พ่อไม่จำเป็นต้องเป็นต้นแบบของชายชาตรี สุภาพบุรุษ

เด็กทุกคนสามารถมีแม่ที่รั่วฉิบหายวายป่วง เราอาจมีแม่ขี้เมา เราอาจมีพ่อที่ไม่เอาไหน ไร้ความรับผิดชอบ พ่อ หรือ แม่ ของเด็กหลายคนอาจมีชีวิตอยู่ในเรือนจำ

ใช่ ฉันกำลังนึกถึงใบหน้าของเด็กหลายคน ที่พ่อของเขาอาจเป็นฆาตกรต่อเนื่อง แม่ของเขาอาจเป็นสิบแปดมงกุฎ พ่อของเขาอาจเป็นคนติดยาอยู่ในคุก แม่ของเขาอาจจะขายตัวอยู่ ณ ที่ใด ที่หนึ่ง

ใช่ ฉันกำลังนึกถึงใบหน้าของเด็กอีกหลายที่อาจมีแม่นอกใจพ่อ อาจมีพ่อที่ตบตีแม่

หรือเบาบางกว่านั้นอีก พ่อและแม่ หลายคน รู้ตัวว่าเคยลงโทษลูกอย่างไม่มีเหตุผล แม่หลายคนอาจจะเกรี้ยวกราดกับลุกอย่างน่ากลัว

ฉันไม่ได้บอกว่า ลูกทุกคนควรยอมรับความบกพร่องของพ่อและแม่ และรักพวกเขา ตอบแทนบุญคุณพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่เมื่อถึงสาระวันแม่ แทนที่เราจะจัดงานกราบเท้าแม่ มันควรเป็นโอกาสให้เด็กทุกคนตระหนักว่า คำว่าพ่อและแม่ ไมได้พ่วงมากับความดีและความงาม และนั่นเป็นสิ่งอันสามัญธรรมดาของมนุษย์โลก และมันไม่ใช่ความผิดของใคร ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่ความผิดของเราในฐานะลูก เพราะการเกิดมาบนโลกใบนี้ของเราไม่เหมือนการจองตั๋วเครื่องบินที่เราเลือกสายการบินและเลือกจองที่นั่งล่วงหน้าได้

ไม่มีใครเลือก พ่อ และ แม่ ได้ เท่าๆ กับ พ่อและแม่ ก็เลือกลูกไม่ได้เช่นกัน

เราอาจจะมีพ่อที่ติดคุกด้วยคดีข่มขืน เราอาจจะมีพ่อที่ติดคุกด้วยคดีฆ่าคนตาย เราอาจจะมีแม่หยำฉ่า แต่นั่นไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไขให้เราไม่อาจเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์อื่นๆบนโลกใบนี้ และโดยที่เราไม่จำเป็นต้องโกรธหรือเกลียดชังพ่อหรือแม่ของเราเท่าๆ กับที่เราจะไม่มืดบอดต่อความผิดของเขา

สิ่งที่เรา และสิ่งที่โรงเรียนหรือสังคมควรคุยกับเด็กคือ เราต้องเรียนรู้ที่จะจัดการชีวิต บริหารความเสี่ยงอันเกิดจากความกระพร่องกระแพร่งของพ่อและแม่โดยไม่จำเป็นต้องเกิดดราม่า หรือ ปมด้อยใดๆ กับชีวิต

ตรงกันข้าม การสร้างภาพจำสำเร็จรูปเกี่ยวกับครอบครัว และ ความเป็น พ่อ และ แม่ให้ดูเป็นสิ่งสวยงามเกินจริงต่างหาก ที่นำไปสู่การสร้างความทุกข์ และ บาดแผลที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เล็กๆที่เรียกว่า “เด็ก”

ในมหกรรม วันแม่ หรือ วันใดๆ เกี่ยวกับครอบครัว เราไม่เคยมีเสียง มีภาพ ของพ่อ ของแม่ ของเด็ก หรือ ของครอบครัว อัน “ไม่สวยงาม” เลย

เราทำราวกับว่า ในโลกนี้ใครๆ เขาก็มีแม่สวยๆ ตัวหอมๆ ใจดี และพูดเพราะๆกับลูกกันทั้งนั้น

เราทำราวกับว่าในโลกใบนี้ มีแต่แม่ที่เฝ้าอดมื้อกินมื้อ ยอมยากลำบากเพื่อให้ลูกได้อิ่ม ได้เรียนหนังสือ ได้สบาย

เราทำราวกับว่าในโลกใบนี้มีแต่แม่ที่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไขทั้งสิ้น

ขอเถอะ ขอให้วันแม่ เป็นโอกาสที่เราจะมอง พ่อ แม่ ลูก และ ความเป็นครอบครัวอย่างที่มันเป็นว่าความไม่สวยงามนั่นแหละคือสามัญแห่งชีวิตของมนุษย์โลก

การใช้ชีวิตให้ดีที่สุดในเงื่อนไขที่เรามีและเป็น พร้อมไปกับการตระหนักว่า ไม่มีใครต้องเหมือนใครในโลกนี้ และไม่มีต้องกลายเป็นบรรทัดฐานที่ “ดี” ของใครต่างหากที่จะเป็นประตูไปสู่ความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่สำคัญ มันจะเป็นประตูไปสู่ความสุขอันเกิดจากการไม่ต้องถูกพิพากษาตัดสินจากมาตรฐานที่ใครก็ไม่รู้มาสร้างไว้เป็นภาระทางสุขภาพจิตของเราโดยใช่เหตุ

เราน่าจะคุยกับเด็กแบบนี้มากกว่าเกณฑ์เด็กมากราบเท้าแม่โดยทึกทักว่านั่นคือความรัก

ขอบคุณภาพจาก เพลงเรียงความเรื่องแม่

Avatar
Written By

40 แล้วทำไมต้องง่ายด้วย?

Life

จากหนอนหนังสือสู่มอดไม้ไผ่

Life

การตัดใจ “ทิ้ง” นั้นยาก

Life

เมื่ออายุใกล้ 50 และไร้ซึ่งเงินเก็บ

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup