Connect with us

Subscribe

Entertainment

ยุคแห่งการเสพติด Gadgets

เรื่อง : ปัญญา ลีลาสุนทรกุล

มิลเลนเนียลส์ถูกแกดเจ็ตกลืนกินได้อย่างไร ?

หลายๆ คนคงเคยได้ยินคนรุ่นก่อนพูดบ่อยๆ ว่า เด็กสมัยนี้ (คนรุ่นมิลเลนเนียลส์) มักใช้ของเกินตัว อุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายต้องเป็นของมีแบรนด์และสนนราคาสูง เช่น Macbook Pro ราคา 5-6 หมื่นบาท IPhone ราคา 3-4 หมื่นบาท เป็นต้น

แต่ถ้าถามคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ จะพบคำตอบว่า สิ่งของเหล่านี้จำเป็นกับการดำรงชีวิตของพวกเขาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันไปแล้ว

คนรุ่นมิลเลนเนียลส์ปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ดีเพียงใด จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะมีพฤติกรรมการใช้งานอย่างคล่องแคล่วและครอบครองอุปกรณ์ไฮเทคมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ

ในเวลาเดียวกัน บรรดาอุตสาหกรรมไอทีและผู้ผลิตอุปกรณ์สุดล้ำต่างก็ผลักดันผลิตภัณฑ์ออกมาเอาใจคนกลุ่มนี้แบบเดียวกับพ่อแม่สปอยล์ลูก คนรุ่นมิลเลนเนียลส์จึงมีทางเลือกหลากหลาย และต้องการครอบครองอุปกรณ์ไอทีมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

หนึ่งในหลักฐานชิ้นเด็ดคือ การสำรวจของบริษัทวิจัยการตลาดญี่ปุ่น Research and Development, Inc. ในปี 2017 ซึ่งสอบถามกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคทั่วไปทั้งผู้ชายและผู้หญิงใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี อายุระหว่าง 18-64 ปี ทั้งหมด 2,124 คน โดยให้ทุกคนสามารถเลือกจํานวนสิ่งของที่อยากได้กี่ชิ้นก็ได้จากทั้งหมด 24 รายการ ประกอบไปด้วยเสื้อผ้า สินค้าดิจิทัล สินค้าเพื่อความบันเทิง รถยนต์ และสินค้าตกแต่งภายใน

ผลปรากฏว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลส์เลือกจํานวนสิ่งของที่ตัวเองต้องการโดยเฉลี่ยแล้วมากกว่ากลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 40-64 ปี และเมื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของคนกลุ่มมิลเลนเนียลส์ยังพบว่า พวกเขาเลือกซื้อสินค้าที่ได้รับความนิยมจากอินเทอร์เน็ตในสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มคนรุ่นเจนเอ็กซ์ด้วย

นั่นแปลว่าคนกลุ่มนี้ชอบบริโภคสินค้าต่างๆ มากกว่าหรือเปล่า

คำตอบก็คือ อาจจะใช่ – อย่างน้อยก็สำหรับมิลเลนเนียลส์กลุ่มหนึ่ง เช่นในสหรัฐอเมริกา มีคำนิยามคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ผู้หลงใหลอยู่กับการเป็นเจ้าของและใช้งานแกดเจ็ตชนิดไม่วางมือว่า ‘Gadget Guru’ โดยเป็นคำจากผลสำรวจด้านการตลาดของ The Boston Consulting Group ที่จำแนกมิลเลนเนียลส์ออกเป็นหลากหลายกลุ่ม

โดยมิลเลนเนียลส์กลุ่ม Gadget Guru จะมาพร้อมสโลแกนประจำตัวว่า ‘มันเป็นวันที่ดีสำหรับเราเสมอ’ คนกลุ่มนี้มักจะเป็นคนประสบความสำเร็จ เชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา และรักความเป็นอิสระ ส่งผลให้พวกเขามีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไฮเทคอย่างแรงกล้า เพราะพวกเขาสามารถสร้างเม็ดเงินและสังคมจากอุปกรณ์ไฮเทคได้ดี ที่สำคัญคนกลุ่มนี้มักเป็นผู้ชาย โสด และมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอีกด้วย

จากข้อมูลเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนรุ่นมิลเลนเนียลส์ในสหรัฐอเมริกา 7 ใน 8 คนมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง และในแต่ละวัน พวกเขาจะหยิบขึ้นมาใช้งานมากถึง 45 ครั้ง แถมยังเป็นเจ้าของสมาร์ทวอทช์มากกว่าประชากรทั่วไปในสหรัฐอเมริกามากถึง 2 เท่า นอกจากนี้ พวกเขาเข้าถึงโลกออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ไฮเทคมากกว่า 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเมื่อมีการจัดอันดับของอุปกรณ์ไฮเทคที่พวกเขามีในครอบครอง ปรากฏว่าอันดับแรกคือสมาร์ทโฟน ตามมาด้วยคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์

แล้วคนไทยรุ่นมิลเลนเนียลส์ล่ะครับ เป็นเหมือนกับคนรุ่นเดียวกันในอเมริกาหรือเปล่า

จากการเก็บข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2561 พบว่า ประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป หรือประมาณ 63.3 ล้านคน มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 17.9 ล้านคน (ร้อยละ 28.3) ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 36.0 ล้านคน (ร้อยละ 56.8) และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 56.7 ล้านคน (ร้อยละ 89.6) ซึ่งตัวเลขทั้งหมดเติบโตจาก 5 ปีก่อนหน้าชนิดก้าวกระโดดอย่างชัดเจน

เมื่อลงรายละเอียดของคนแต่ละรุ่นในรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2559 พบว่า คนไทยรุ่นมิลเลนเนียลส์ใช้โทรศัพท์มือถือมากถึงร้อยละ 94.65 และใช้อินเทอร์เน็ตมากถึงร้อยละ 63.16 มากกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตของคนเจนเอ็กซ์เกือบ 1 เท่า (คนเจนเอ็กซ์ใช้มือถือเพียงร้อยละ 29.42) และมากกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ถึง 2 เท่า (คนกลุ่มนี้ใช้มือถือเพียงร้อยละ 11.45 เท่านั้น)

ข้อมูลที่ว่านี้สอดรับกับข้อมูลของ อินนิชิเอทีฟ โกลบอล ที่ได้จัดทำผลสำรวจออนไลน์ เพื่อสำรวจทัศนคติ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตของกลุ่มมิลเลนเนียลส์ อายุระหว่าง 25-34 ปี ใน 19 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย 10,000 ตัวอย่าง

ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 500 คน พบว่ากลุ่มมิลเลนเนียลส์คนไทยร้อยละ 81 มีสมาร์ทโฟนสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 45 นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยกลุ่มนี้ร้อยละ 60 ยอมรับว่าเสพติดการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อออนไลน์ เพราะมองว่าหากไม่ได้เชื่อมต่อแล้วจะใช้ชีวิตลำบาก  

ข้อมูลทั้งหมดฉายภาพให้เห็นว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลส์ส่วนใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศครอบครองอุปกรณ์ไฮเทคและเชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา จึงไม่แปลกใจที่ World Economic Forum รายงานว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลส์เสพติดโซเชียลมีเดียอย่างหนัก และจะสร้างผลเสียในระยะยาวต่ออารมณ์ พฤติกรรมและความสัมพันธ์ในที่สุด โดยคำว่า ‘เสพติด’ ของคนกลุ่มนี้หมายถึงการใช้เวลากับโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับตัวเอง มิหนำซ้ำสื่อสังคมออนไลน์ยังเป็นกิจกรรมหลักที่พวกเขามีส่วนร่วมมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

คำกล่าวนี้คงไม่เกินจริงไปนัก เพราะผลสำรวจในรายงานฉบับเดียวกันนี้พบว่า ร้อยละ 70.1 ของผู้ตอบแบบสำรวจตอบว่า พวกเขานอนหลับโดยใช้สมาร์ทโฟนอยู่ใกล้มือ ร้อยละ 64.5 บอกว่าพวกเขานำโทรศัพท์เข้าห้องน้ำด้วย และร้อยละ 52.2 บอกว่าพวกเขาเช็กโทรศัพท์ในเวลากลางคืน ไม่เพียงเท่านั้นร้อยละ 41.6 ตอบตกลงข้อความกินอาหารค่ำกับครอบครัว และร้อยละ 27.7 ส่งข้อความระหว่างการสนทนากับผู้อื่น

ถึงแม้จะใช้งานอุปกรณ์ไฮเทคอย่างงอมแงม และใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ก็ใช่ว่ามิลเลนเนียลส์จะซื้ออุปกรณ์ไฮเทคจากแบรนด์อะไรก็ได้ พวกเขาจะต้องซื้อแบรนด์ที่สร้างภาพลักษณ์ให้พวกเขาดูดี ถ้าดีไซน์โดดเด่นจะยิ่งดี และที่สำคัญต้องมีความปลอดภัยด้วย

บทความชิ้นหนึ่งของ ฟอร์บส์ (Forbes) เผยแพร่ผลสำรวจของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) พบว่าร้อยละ 90 ของมิลเลนเนียลส์วางใจในสมาร์ทโฟนของตัวเอง ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นผู้ผลิตอุปกรณ์ไฮเทคหันมาชูประเด็นด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะแอปเปิลที่ออกโฆษณาและแคมเปญ Privacy Matters เพื่อตอกย้ำให้คนมิลเลนเนียลส์เห็นว่าแบรนด์นี้ให้ความสำคัญกับข้อมูลของพวกเขาแค่ไหน

จึงไม่แปลกใจที่การจัดอันดับ 100 แบรนด์ที่ลูกค้ามิลเลนเนียลส์ไว้วางใจของ Business Insider จะยกให้แอปเปิลมาอันดับ 1 ตามมาด้วยซัมซุง ในอันดับ 3 โซนี่ อันดับ 6 ไมโครซอฟท์รั้งอันดับ 8 และกูเกิลในอันดับ 10

ถึงตรงนี้เราคงพอเห็นภาพการใช้งานอุปกรณ์ไฮเทคและอินเทอร์เน็ตของคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้มากขึ้น

ประโยชน์จากการเสพติด

บ่อยครั้งเวลาเราหาข้อมูลเกี่ยวกับมิลเลนเนียลส์ มักเจอข้อมูลประมาณว่า คนรุ่นนี้จับจ่ายซื้อของออนไลน์อย่างหนัก ไม่มีการวางแผนการเงิน แถมเป็นพวกเปลี่ยนอุปกรณ์ไฮเทคบ่อยๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่นี่เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เพราะมิลเลนเนียลส์ในอังกฤษกลับใช้อุปกรณ์ไฮเทคและฟังก์ชันล้ำๆ สร้างประโยชน์กับตัวเองและสังคมอย่างน่าสนใจ

จากผลสำรวจของ Smart Energy GB พบว่า 8 ใน 10 คนของชาวมิลเลนเนียลส์ในอังกฤษ นิยมใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงาน หรือ Tracking หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย สุขภาพ การควบคุมอาหาร การนอนหลับ การเรียนรู้ภาษา การเงิน หรือแม้แต่จิตใจ แล้วยังพบอีกว่า บางคนใช้ติดตามข้อมูลหลายด้าน แต่บางคนอาจจะเลือกใช้เพียงด้านเดียว แต่ 3 เรื่องที่ผู้สำรวจให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การออกกำลังกาย สุขภาพ และน้ำหนัก ตามลำดับ

ไม่เพียงแค่การดูแลสุขภาพของตัวเองเท่านั้น แต่ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามข้อมูลต่างๆ ในบ้านผ่านสมาร์ทมิเตอร์เพื่อตรวจสอบการใช้งานแก๊สและไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งช่วยให้พวกเขาประเมินและตั้งเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองได้ด้วย Fflur Lawton ผู้บริหารด้านการสื่อสารของ Smart Energy GB ประเมินว่า พฤติกรรมใช้งานเช่นนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้พลังงานของประเทศไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ การสำรวจนี้ยังพบด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 3 ใน 4 ยกให้เทคโนโลยีติดตามการทำงานเป็นแรงจูงใจสำคัญอันดับ 2 (รองจากคำแนะนำของครอบครัวและเพื่อนฝูง) ที่ทำให้คนรุ่นมิลเลนเนียลส์เปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านต่างๆ ของชีวิตให้ดีขึ้น และมากกว่าครึ่งลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างแรงจูงใจต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างดีเยี่ยม

จากการสำรวจนี้ทำให้ Smart Energy GB มองว่า ถ้ามิลเลนเนียลส์ทั่วอังกฤษกว่า 11 ล้านคนสนใจและใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานควบคู่กับสมาร์ทมิเตอร์แล้ว ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการใช้พลังงานของประเทศขนานใหญ่ ทั้งยังประหยัดงบประมาณด้านพลังงานได้มาก

นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าการใช้อุปกรณ์ไฮเทคของคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย แต่ยังมีข้อดีซ่อนอยู่อีกมาก

ดังนั้น เวลาเห็นชาวมิลเลนเนียลส์คลั่งไคล้แกดเจ็ตต่างๆ ก็อย่าเพิ่งรีบด่วนมองพวกเขาในแง่ลบ

มีอะไรดีๆ อยู่เบื้องหลังแกดเจ็ตพวกนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว!

Written By

หลากหลายอุปกรณ์เพื่อคนสายเทคโนโลยี

Gadget

Fuji-instax mini 11
กล้องฟิล์มสุดคิวท์เอาใจสายเซลฟี่

Life

ซัมซุง ‘Selfie Type’
คีย์บอร์ดล่องหน
ที่ใช้ AI จับสัมผัสนิ้วมือ

Vision

โลกของสวนน้ำ
ความพินาศด้วยน้ำมือเด็กๆ

Vision

แอปฯ โหด แค่กดโหลด
ประเทศบึ้ม!

Vision

หญิงสาวผู้ช้อปออนไลน์ และจิบไวน์บนเตียงอิเกีย

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup