Connect with us

Subscribe

Life

‘MERCEDES-BENZ GLA 200 Urban’ : 1600 ซีซีก็ดีแต่ทว่าซิ่งสุดใจ 205 กม./ชม.

เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA 200 Urban ใหม่ล่าสุด กำลัง 156 แรงม้า จากเครื่องยนต์เบนซิน 1,600 ซีซี พร้อมแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200 รอบต่อนาที ขับขี่ใช้งานในชีวิตจริง ตอบสนองการเร่งแซงดี วิ่งทรงตัวยึดเกาะพื้นถนนดีมากหรือขับขี่เดินทางปกติประหยัดน้ำมันได้ 13.0-14.5 กิโลเมตรต่อลิตร แต่กับรถรุ่นใหม่ให้ยาง RFT ให้คุณซิ่งได้ทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพ็ค Crossover SUV

ขับทดสอบเมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA 200 โฉมแรกที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น A-Class รถอเนกประสงค์คันนี้ รูปโฉมนั้นโดดเด่นสะดุดตากว่ารถยนต์นั่งแบบ 5 ประตูรุ่น A-Class เป็นอย่างมาก เพราะตัวรถนั้นยกสูงสำหรับการวิ่งไปบนทางที่ค่อนข้างวิบากและออฟโรด

แต่รุ่นแรกตัวรถและช่วงล่างไม่ได้ถูกยกสูงมากนักสำหรับสเปคตลาดเมืองไทย แม้เครื่องยนต์เบนซินมีให้เลือกทั้งขนาด 1.6 ลิตร ในรุ่น GLA 200 กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น GLA 250

ในรุ่น GLA 250 นั้นกำลัง 211 แรงม้า เท่ากับกำลังแรงม้าใน C 250 Coupe คงไม่ต้องสืบเพราะสามารถวิ่งพาคุณเหาะไปที่ความเร็วในระดับ 225+กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายแทบไม่น่าเชื่อ

แต่กับ GLA 200 มีกำลัง 156 แรงม้า พร้อมแรงบิดอีก 240 นิวตัน-เมตร สามารถพาคุณวิ่งทะลุความเร็ว 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ แต่รุ่นใหม่มีแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร

แต่ที่น่าแปลกใจในสภาพอากาศที่มีฝนตกและพื้นถนนเปียกลื่นอย่างฉับพลัน กับสภาพพื้นถนนก็ไม่ได้ราบเรียบ เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA 200 รุ่นแรกได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะด้านการขับขี่ที่มีวินัยมีความปลอดภัยสูงมากด้วยเช่นกัน

ผู้ขับขี่ไม่ต้องหวั่นไหว แม้พื้นถนนเปียกลื่นก็ตาม หรือว่ายางมีส่วนช่วยให้ขับขี่ได้มั่นใจดีเป็นอย่างมาก ก็มีความเป็นไปได้ แต่ผู้เขียนขับทดสอบแล้วยังจดจำฟิลลิ่งการขับขี่ในตอนนั้นได้อย่างแม่นยำไม่มีลืมครับ

แต่การวิ่งทดสอบเพื่อให้เห็นอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในแบบใช้งานจริงในการเดินทางในระดับความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราก็ได้เห็นอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมกับผู้ครอบครองที่ซื้อมาใช้งาน เฉลี่ย 13.0-14.5 กิโลเมตรต่อลิตร

สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA 200 Urban ใหม่ล่าสุดคันในภาพนั้นเปลี่ยนไปมากๆ เพราะได้รับการปรับโฉมใหม่ และตัวรถยกสูงให้พอเหมาะและดูเท่มาก ทั้งที่เครื่องยนต์เบนซินก็เพียง 1,600 ซีซี แต่สามารถพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ที่น่าหลงใหลและคุ้มค่ากับขนาดเครื่องยนต์ได้อย่างตะลึง

ความเร็วในการวิ่งเดินทางก็ขับขี่สบายน่าหลงใหล และตัวรถวิ่งได้ตรงมาก ควบคุมง่าย เบรกดีมาก มีระบบเตือนเพื่อความปลอดภัยหากใช้ความเร็วสูงเกินไปเมื่อใกล้ชิดรถคันหน้ามากเกินไป หรือการเปลี่ยนเลนอย่างฉับพลันในขณะที่ใกล้ชิดท้ายรถคันหน้ามากเกินไป ทั้งที่เลือกใช้โหมด Comfort แต่ก็สามารถพาคุณไปสัมผัสความเร็วทะลุ 180-190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายๆ ทั้งที่เป็นรถอเนกประสงค์ชนาดคอมแพ็ค Crossover SUV

หรือถ้าคุณเปลี่ยนไปใช้เกียร์ในโหมด SPORT หรือใช้เกียร์ในตำแหน่ง S6 ความเร็วระดับ 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ GLA 200 Urban ทั้งที่มีกำลังเพียง 156 แรงม้า ทั้งที่กำลังระดับนี้ก็เท่ากับที่ใช้อยู่ใน C 180 Coupe ด้วย ซึ่งสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมืองและวิ่งในกรุงเทพมหานครก็เพียงพอและเหลือเฟือเหลือใช้แล้วครับกับกำลังแรงม้าระดับนี้

โดยรูปลักษณ์ที่ลู่ลมของ GLA 200 โฉมใหม่ ส่งผลโดยตรงให้มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ต่ำเมื่อขับขี่ในสภาวะปกติ ด้วยการการปรับปรุงรูปร่างของเสาเอให้ลาดเป็นวงโค้ง ปรับปรุงกรอบกระจกรอบตัวถังให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศด้านใต้ท้องรถ

ปรับแต่งปลายขอบตัวถังบริเวณส่วนล่างของตัวรถให้เป็นพื้นที่ลู่ลมขนาดใหญ่ รวมถึงการปรับแต่งบริเวณส่วนกลางของเพลาหลังและท่อเก็บเสียงด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับดิฟฟิวเซอร์ด้วย

ติดตั้งสปอยเลอร์หลังคา พร้อมติดตั้งไฟหลังที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงติดตั้งสปอยเลอร์ที่ด้านข้างตัวรถทั้ง 2 ด้าน เพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศทางด้านหลังของตัวรถให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

GLA โฉมใหม่ดีไซน์สปอร์ตเร้าใจก็จริง เทคโนโลยีก็ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยล่าสุด แต่ถึงอย่างไหร่ บนถนนเมืองไทยก็มีเมอร์เซเดส-เบนซ์​ GLA วิ่งใช้งานแล้วจำนวน 10,962 คัน และรถอเนกประสงค์ GLA 200 Urban คือรุ่นใหม่ล่าสุดในขณะนี้ ที่สวยสะดุดตาและดุดันแตกต่างไปจากเดิม เรียกว่า ตัวรถสวยสะดุดตาและเท่ยิ่งขึ้น เมื่อวิ่งทะยาน หรือเคลื่อนตัวผ่านไปในย่านใจกลางเมือง และในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติด้วยก็ตาม

ไม่แปลกใจว่าทำไมรถรุ่นนี้ถึงได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทย เพราะตลาดรถสปอร์ตอเนกประสงค์เติบโตและได้รับความนิยมในตลาดโลกและในประเทศไทย แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์​ GLA 200 Urban ใหมล่าสุดคันนี้ มีดีทั้งการตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ไม่เหมือนกับรุ่นก่อนเลย

ทั้งส่วนของกระจังหน้าที่เปลี่ยนไปกับห้องโดยสาร ภายในที่หรูหราและตกแต่งสวยงามมีราคายิ่งขึ้น ดูน่าใช้ นั่งขับขี่สบาย คล่องตัวดีมากและสมรรถนะดีมากด้วย ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เพียง 1,600 ซีซีเท่านั้น ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์ที่เป็นพื้นฐานเดียวกับเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี ใน GLA 250 แต่ใน GLA 200 Urban เครื่องยนต์มีความจุกระบอกสูบน้อยกว่า กำลังก็น้อยกว่า

ถ้าคุณชื่นชอบรถยนต์นั่งแบบ 4 ประตูของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในราคาย่อมเยาก็ต้องรุ่น CLA 200 ครับ แต่ถ้าต้องการความเป็นอเนกประสงค์และพร้อมเผชิญกับพื้นถนนของเมืองไทยที่มีน้ำท่วมขังในบางโอกาสอย่างคาดไม่ถึงและในบางพื้นที่ๆ คุณเดินทางไป เมอร์เซเดส-เบนซ์​ GLA 200 Urban พร้อมเผชิญกับเส้นทางวิบาก และให้พร้อมเป็นรถยนต์คันเก่งประจำบ้านของคุณ ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายครับ ที่สำคัญประหยัดน้ำมันดีกว่า GLA 250 และรุ่นใหม่ล่าสุดสวยเท่กว่ารุ่นก่อนมากครับ

ขับขี่ใช้งาน Mercedes-Benz GLA 200 Urban ใหม่
วิ่งความเร็ว 70 กม./ชม. ที่ 1,300 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 80 กม./ชม. ที่ 1,400 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 90 กม./ชม. ที่ 1,600 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 100 กม./ชม. ที่ 1,550 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 110 กม./ชม. ที่ 2,050 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 120 กม./ชม. ที่ 2,250 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 130 กม./ชม. ที่ 2,450 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 140 กม./ชม. ที่ 2,600 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 150 กม./ชม. ที่ 2,800 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 160 กม./ชม. ที่ 3,000 รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 190 กม./ชม. ที่ -รอบ/นาที
วิ่งความเร็ว 205+กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที (S6)
-เกียร์ S1 วิ่งได้เร็ว 42 กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที
-เกียร์ S2 วิ่งได้เร็ว 71 กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที
-เกียร์ S3 วิ่งได้เร็ว 106 กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที
-เกียร์ S4 วิ่งได้เร็ว 160+กม./ชม ที่ 6,000 รอบ/นาที
-เกียร์ S5 วิ่งได้เร็ว 191+กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที
-เกียร์ S6 วิ่งได้เร็ว 205 กม./ชม. ที่ 6,000 รอบ/นาที
-รถวิ่งใช้งานมาแล้วระยะทาง 2018 กม.
-เติมน้ำมันเต็มปากถัง บอกวิ่งได้ระยะทาง 714 กม. อุณหภูมิอากาศ​ 28-38 องศาเซลเซียส (รถยังไม่ได้ติดฟิลม์)
-ขับขี่ด้วยความเร็ว 90/100/110/120/130/140/190/204 กม./ชม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 5.1/5.8/6.2/7.0/7.5/8.1/8.6/15.0 ลิตร/100 กม. หรือ 19.60/17.24/16.12/14.28/13.33/12.59/11.62/6.66 กม./ลิตร
-ขับขี่ทดสอบในเมืองนอกเมืองไประยะทาง 337 กม. บอกวิ่งได้ระยะทางอีก 125 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 10.8 ลิตร/100 กม. หรือ 9.25 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 31 กม./ชม.
-ขับขี่เดินทางบนทางด่วนในช่วงตี 4 ไประยะทาง 19 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 7.7 ลิตร/100 กม. หรือ 12.98 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 65 กม./ชม.
-ขับขี่บนทางด่วนในช่วงเช้าตรู่ไประยะทาง 18/20 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3/7.9 ลิตร/100 กม. หรือ 13.97/12.65 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 37/32 กม./ชม.
-ขับขี่ในเมืองในช่วงเที่ยงถึงบ่ายสามโมงเย็นไประยะทาง 47 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 10.4 ลิตร/100 กม. หรือ 9.61 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 24 กม./ชม. ใช้เวลา 1.58 ชั่วโมง
-ขับขี่ในเมืองในช่วงบ่ายถึงเย็นไประยะทาง 43 กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 13.3 ลิตร/100 กม. หรือ 7.51 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 16 กม./ชม.
-เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 32.50 บาท/ลิตร ไปเต็มปากถังบอกวิ่งได้ระยะทาง 714 กม. เมื่อขับขี่ใช้งานในเมืองไประยะทาง 47.9/131.9 กม. บอกวิ่งได้ระยะทาง 475/378กม. สิ้นเปลืองน้ำมัน 10.4/12.3 ลิตร/100 กม. หรือ 9.61/8.29 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 24/17 กม./ชม.

อุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLA 200 Urban ใหม่
-ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ผู้ขับขี่ผู้โดยสาร
-ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ผู้ขับขี่ผู้โดยสาร
-ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศรีษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
-เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง
-กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ
-ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
-ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
-ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light)
-ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
-ระบบเตือนแรงดันลมยาง
-ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ
-ไฟหน้าแบบ LED High-Performance
-ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้า
-ระบบปรับไปสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)
-ไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด
-ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
-ไฟตัดหมอก
-กระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
-กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
-ใบปัดน้ำฝนทำงานอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
-กุญแจรีโมทคอนโทรล
-ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายด้วยระบบไฟฟ้า
-ราวหลังคาอะลูมิเนียม
-ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ

MERCEDES-BENZ GLA 200 Urban

รถยนต์อเนกประสงค์ 5 ประตู 5 ที่นั่ง
เครื่องยนต์ เบนซิน แถวเรียง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,595 ซีซี
กำลังสูงสุด 156 แรงม้า hp (115 กิโลวัตต์) ที่ 5,300 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า FWD
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ (7G-DCT) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles)
มิติตัวรถยาวxกว้างxสูง 4,424×1,804×1,494 มม.
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.1 วินาที
ความเร็วสูงสุด 215 กม./ชั่วโมง
สิ้นเปลืองน้ำมันในสภาวะรวม 6.1 ลิตร/ระยะทาง 100 กม. หรือ 16.4 กม./ลิตร
สิ้นเปลืองน้ำมันในสภาวะในเมือง 7.9 ลิตร/ระยะทาง 100 กม. หรือ 12.65 กม./ลิตร
สิ้นเปลืองน้ำมันในสภาวะนอกเมือง 5.1 ลิตร/ระยะทาง 100 กม. หรือ 19.60 กม./ลิตร
ปล่อยไอเสีย CO2 146 กรัม/กม.
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์/ดิสก์ ABS, ESP, ASR, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Satrt Assist
ขนาดยาง 235/50 R18 97V DUNLOP SP SPORT MAXX GT RFT
ถังน้ำมันจุ 50 ลิตร (แก๊สโซฮอล์ 95)
พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 421-1,235 ลิตร
น้ำหนักรถเปล่า 1,435 กก.
ราคาจำหน่าย 2,140,000 บาท
โรงงานที่ผลิต บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

นักเขียน : มนต์ชัย สว่างศรี
ช่างภาพ : สรรค์ภพ จิรวรรณธร/อนุวัตน์ เดชธำรงวัฒน์

Avatar
Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisement
Connect
Newsletter Signup