Connect with us

Subscribe

Life

รถไฟฟ้า…ช้าไม่ได้แล้วนะเธอ

เรื่อง: ธนา เศรษฐพานิช

Mercedes-Benz EQC เดือนนี้เจอกัน

ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ที่รุมเร้า  ทั้งไวรัส โควิค-19 ฝุ่นละออง PM 2.5 และการเมืองที่ร้อนฉ่า แต่ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความร้อนแรงของยานยนต์พลังไฟฟ้าของค่ายดาวสามแฉกรุ่นแรกที่จะเปิดตัวในเมืองไทยลงไปได้ Mercedes-Benz EQC 2020 รถเอสยูวีขุมพลังไฟฟ้าที่ผลิตจริง จำหน่ายจริงและกวาดยอดขายมาแล้วในหลายประเทศ กำลังจะมาให้คนไทยได้จับจองกันในงาน อินเตอร์เนชั่นแนล บางกอกมอเตอร์โชว์ 2020 ในเดือนมีนาคมนี้ 

Mercedes-Benz EQC เป็นรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ชุด ให้กำลังรวมสูงสุด 408 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดถึง 765 นิวตัน-เมตร มากขนาดไหนลองนึกถึงปิคอัพดีเซลที่ใช้บรรทุกของกันทุกวันนี้มีแรงบิดอยู่ที่ 300 กว่านิวตัน-เมตรเท่านั้น นั่นทำให้เอสยูวีพลังไฟฟ้าคันนี้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 180 กม./ชม.

แบตเตอรี่ของ Mercedes-Benz EQC เป็นแบบลิเธียม-ไอออนความจุ 80kWh มาพร้อมกับแท่นชาร์จระบายความร้อนด้วยน้ำ (OBC) ทำให้การชาร์จไฟด้วย Mercedes-Benz Wallbox นั้นเร็วกว่าปลั๊กธรรมดาถึงสามเท่าสามารถชาร์จจากระดับ 0-80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลา 40 นาที และวิ่งได้ไกลมากกว่า 450 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

Mercedes-Benz EQC ยังมาพร้อมกับระบบมัลติมีเดีย MBUX ที่สุดจ๊าบด้วยจอ LED ทัชสกรีนแบบลอยตัวยาวขนานเหนือคอนโซลรถซึ่งมีฟังก์ชั่นเฉพาะรุ่น EQ มากมาย เช่นการแสดงช่วงสถานะการชาร์จและการใช้ของพลังงาน, โหมดการขับขี่, เวลาในการชาร์จและเวลาออกเดินทาง และ Mercedes me Charge สำหรับค้นหาสถานีชาร์จผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน 

และมีข่าวว่า Mercedes-Benz EQC อาจจะมีรุ่นที่ประกอบในประเทศไทย เพื่อส่งออกภายในภูมิภาคนี้ด้วย ซึ่งสอดรับกับการที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เทงบลงทุนกว่า 100 ยูโรเปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งนี้ จัดเป็น 1 ใน 6 ของเมอร์เซเดส-เบนซ์อีกด้วย

BMW iNEXT รถไฟฟ้า 5G ผ่านบททดสอบสุดท้าย

หลังการเปิดตัว BMW i3 ในปี 2013 และซูเปอร์คาร์ไฮบริดอย่าง BMW i8  บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล  i หลายรุ่นต่างได้รับการปรับปรุงเทคโนโลยีตลอดเวลา จนมาถึง BMW iNEXT เอสยูวีพลังไฟฟ้าที่กำลังวางตลาดในปี 2564  ด้วยภาพร่างของคอนเซ็ปต์คาร์ที่สวยหรูมากสำหรับเอสยูวีแห่งอนาคต รูปทรงภายนอกที่สง่างาม ทันสมัย กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันสองด้านที่ไม่ต้องมีช่องให้อากาศเข้าแบบรถใช้น้ำมันรุ่นเก่า จึงปรับหน้าที่มาเป็นแผงอัจฉริยะที่มีเซ็นเซอร์หลากหลาย ทำให้รถคันนี้ขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ในยามที่ต้องการ

ในตัวคอนเซ็ปต์คาร์ โหมด Autonomous Driving หรือขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตัวพวงมาลัยของ BMW iNEXT ก็จะถูกดันเข้าไปเก็บในแผงคอนโซล ให้ความรู้สึกเสมือนห้องรับแขก แต่ในรถที่จะผลิตจริงห้องโดยสารน่าจะมีหน้าตาคล้ายๆ รถตระกูล X ซีรี่ย์ของบีเอ็มดับเบิลยู

แต่ที่ BMW iNEXT พิเศษกว่ารถบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่นที่ผ่านมาคือ  iNext จะเป็นรถพรีเมี่ยมคันแรกที่ติดตั้งระบบส่งผ่านข้อมูลไร้สายมาตรฐาน 5G ที่พัฒนาร่วมกับ Harman Samsung  ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนอัตโนมัติไปถึงระดับ 3 โดยไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์ควบคุม ผู้ขับขี่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ดูหนัง ฟังเพลง แต่เมื่อพบสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ต้องทำการสลับเป็นระบบขับขี่โดยมนุษย์ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีกระจกปรับแสงอัตโนมัติ Continental พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และเพิ่มทัศนวิสัย  BMW iNEXT มาพร้อมแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่สามารถพารถแล่นได้ไกลถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ทำการทดสอบท่ามกลางความหนาวเย็นในป่า

ล่าสุดมีภาพถ่าย Spy shot ของ BMW iNEXT ที่กำลังขับรถสอบอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุในทะเลทรายของทวีปแอฟริกา หลังจากที่เคยขับทดสอบในภูมิอากาศหนาวติดลบของประเทศสวีเดนมาแล้ว ทั้งนี้บีเอ็มดับเบิลยูได้ลงทุนประมาณ 400 ล้านยูโรในโรงงานผลิตรถยนต์ที่ Dingolfingen เพื่อผลิต iNEXT  วางจำหน่ายต้นปี 2564 แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเปิดตัวให้ทันปลายปีนี้หรือไม่

Written By

COVID-19 : Game Change
สู่ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

Life

เมื่อ COVID -19 ถล่มโลกยานยนต์

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup