Connect with us

Subscribe

Life

ปลอม! เปลือก!

เรื่อง : อรรถ บุนนาค

ช่วงนี้บทพูด “ปลอม! เปลือก!” ของน้องบอส ในซีรีส์ฮอร์โมน3  เมื่อหลายปีที่แล้วชิงพื้นที่ในหัวแทน “นิรามาแล้วค่ะ” ไปได้  ทั้งที่เป็นละครเก่า นั่นคงเป็นเพราะ #แก้วชอบของแบรนด์เนมค่ะ

ฐานะที่ตัวเองเป็นอำมาตย์อนุรักษ์นิยม… (ใครสถาปนางั้นเหรอ?? อุปโลกน์ขึ้นมาเองจ้า—เราอยู่ในยุคสมัยที่ใครเคลมไวเคลมก่อนชนะ มัวแต่หน้าบางหากินไม่ทัน) ก็จะขมวดคิ้วทุกครั้งเวลาได้ยินคำจำพวก ก็อปเกรดเอ งานเทียบแท้ พรีเมียมเกรดเอเอเอบวก หรือมิลเลอร์ (ตอนแรกได้ยินคำนี้พี่ไม่เข้าใจ คืออัลลัยยยย…กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพีหรือไง ที่จริงคือ mirror หรือของก๊อปที่เหมือนจริงนั่นเอง) ก็อปเกรดเกาหลี…(อันนี้น่าสนใจในการใช้คำเพราะมีคำตรงข้ามคือ ก็อปเสิ่นเจิ้น) จะไปสร้างชนชั้นกับของปลอมทำไม  ในเมื่อของปลอมมันคือของปลอมมมมมมมมมมม

แฟนคลับ (เขาต้องเขียนแบบนี้ใช่ไหมเดี๋ยวนี้) หรือจะเรียกว่าติ่งหรืออะไรก็แล้วแต่  ออกมาปกป้องน้องแก้ว อันนี้ข้าพเจ้าเข้าใจได้ ก็เขารักเขาชอบของเขาอะนะ แม้จะมีบางอย่างที่ต้องขมวดคิ้ว  หนูจะปกป้องเขาหนูก็บอกตรง ๆ ว่าหนูเป็นติ่งเขา หนูชอบเขา หนูลำเอียงไปเลยยยยย ไม่ต้องมาแก้ต่างไม่ให้เขาผิด  ในโลกปัจจุบันที่หนูอยู่นั้นการใช้ของปลอมหรือเรียกเป็นทางการว่า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา มันเป็นนอร์มที่ยอมรับกันไม่ได้  เป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้ว ในเมื่อมันผิดก็คือผิด แต่หนูจะปกป้องเพราะหนูชอบเขาโดยลำเอียงก็บอกมาตรง ๆ พี่เข้าใจได้ พูดกันง่าย ๆ อย่าไปซับซ้อน  ไปยกเหตุผลให้กระยาหงันสบันงาแต่สรุปหาความอะไรไม่ได้ ชอบก็บอกว่าชอบ จบ

ข้าพเจ้าของยืมคำพี่ช่ามาหน่อย “พี่อยู่มาทุกยุค” ทันเห็นการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมการใช้ของแบรนด์เนมมา  ตั้งแต่ประเทศไทยยังไม่เป็นนิกส์ (อันนี้ต้องใส่เชิงอรรถไหม เด็กยุคนี้ไม่รู้จักกัน ถ้าจะใส่เชิญบ.ก.พิจารณาใส่เอง ข้าพเจ้าขี้เกียจ) [หมายถึงประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในยุค 2530s – บ.ก. เอง] มีแต่ไฮโซของจริงที่บินไปซื้อจากต่างประเทศเท่านั้น  คุณค่าของแบรนด์เนมในยุคก่อนเป็นสิ่งที่คนชั้นสูงใช้เป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมในการผลิตซ้ำความแตกต่างทางสังคม (เอาทฤษฎีปิแอร์ บูดิเยอ ปาใส่หน้า เนื่องจากออกตัวว่าเป็นอำมาตย์คอนเซอร์เวอร์ทีฟกลัวคนด่าว่าโง่) อธิบายง่าย ๆ เป็นภาษาปาก ของแบรนด์เนมใช้ไว้บอกว่าเธอกับชั้นอยู่กันคนละชั้นนะจ๊ะ (จะฮัมเพลงคนละชั้นของพี่เจ้านายไปด้วยก็ได้)  อย่าได้สะเออะขึ้นมาถ้ายังใช้กระเป๋าสำเพ็งสีรุ้ง (อันนี้ก็เป็นประเด็นน่าสนใจเมื่อเรามาอยู่ในยุคโพสต์โมเดิร์นจึงเห็นดีไซเนอร์ขบถ…ต้องเรียกปฏิวัติเลยสิ เพราะหักหลังแนวคิดของแบรนด์หยิบจับของชนชั้นล่างมา หรือจะเป็นการทำพารอดี้ก็ไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของดีไซเนอร์ได้)  

แต่เมื่อโลกมันเปลี่ยนไปทุนนิยมกลายเป็นกระแสหลัก ถ้ามีทุนทางเศรษฐกิจคือมีเงินคุณจะซื้อทุนอื่น ๆ มาประโคมอัพเกรดก็ได้ทั้งนั้น  ดังนั้นรสนิยมการใช้ของแบรนด์เนมจึงเป็นระบบสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม หล่อหลอม ปฏิบัติวัตรฐาก บงการร่างกาย รับเอาวัฒนธรรมเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายจนเป็นแนวจริต  อันนี้พี่ก็ต้องให้น้องแก้วที่รับเอาแนวจริตนั้นมาได้เนียนจะลุกเหินเดินนั่ง การพูดการจา สีหน้าสีตา รับมาได้เนียนปรับแนวจริตได้ร่วมสมัย ก็ไม่แปลกที่อำมาตย์อย่างข้าพเจ้าจึงออกมาร้องแรกแกกะเฌอด่าทุนนิยมสามานย์  ก็เพราะมันทำให้ความเป็นพริวิลเลจของตนหายไปในระบบสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม  

ทว่าในประเทศโลกที่หนึ่งกระแสสังคมรสนิยมการใช้ของแบรนด์เนมเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมก็เปลี่ยนไป  พวกชนชั้นสูงรุ่นเก่าที่เป็นโอลด์มันนีจริงแม้ ก็ต้องนิ่วหน้าว่าจะต้องให้ฉันไปร่วมฟรอนต์โรว์กับพวกเน็ตไอดอลเมื่อวานซืนเหมือนพวกสามล้อถูกหวย  แต่งตัวประโคมเป็นช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ขนาดนั้นหรือยะ ไม่เอาด้วยหรอก…แต่จริง ๆ แล้วเงินหมดน่ะค่ะ เพราะเป็นพวกค่านิยมเก่า ๆ เสียเงินเท่าไรไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้  แล้วหน้าบางจะไปหากินเต้นยั่ว ๆ ขายครีมในเน็ตก็ไม่เป็น ก็เลยต้องงัดเอาสมบัติเก่า เอ๊ย! ของ “วินเทจ” “มรดกตกทอด” มาปัดฝุ่นสร้างคุณค่าใหม่ แต่ก็ผลิตซ้ำการสร้างความแตกต่างทางชนชั้นอยู่เหมือนเดิม ประเภทว่า แจ็กเก็ตผ้าทวีตชาแนลรุ่นที่ฉันใส่อยู่เป็นรุ่นมาดมัวแซลโคโค่ออกแบบนะยะ (วร้าย—ไม่เหลืองกรอบติดหนังเหี่ยว ๆ คุณหญิงป้าเหรอคะ)  มีแฮชแท็กโอลด์เซลีนบ้างล่ะ (เพราะซื้อคอลเลคชั่นใหม่ทุกรุ่นไม่ไหว) อันนี้พูดถึงค่านิยมพวกโอลด์มันนี่จมไม่ลง

พวกโอลด์มันนี่รุ่นใหม่  หรือนิวมันนี่ที่ชาญฉลาดก้าวทันยุคก็เริ่มไหวตัวทัน  เริ่มรู้ว่าสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมแบบนั้นมันเก่า มันเชย  มันตกยุคไปแล้ว ก็ต้องใช้สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ อย่างรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อม  แต่งตัวนอร์มคอร์ ใช้เสื้อผ้ามือสองมามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสไตล์ตัวเองแถมยังรู้จักการรียูส  กินคลีนดูแลสุขภาพ ใช้หลอด ตะเกียบที่พกไปจากบ้าน ฯลฯ ภาพลักษณ์ก็ดีแถมประหยัดสตางค์ ตานี้ล่ะพวกที่เต้นเป็นแขกเจ้าเซ็นก็คือพวกแบรนด์เนมทั้งหลาย  ตายตายตาย ยอดขายฉันก็ตกสิ ลูกน้องไพร่พลที่สะสมกำลังมาไว้ในช่วงที่ทุนนิยมมาแรงหลอกขายเศรษฐีใหม่โลกที่หนึ่งได้จะทำอย่างไร แหม่…ก็จะยากอะไร เราไปหลอกพวกเศรษฐีใหม่ประเทศโลกที่สามกัน  แล้วก็หลอกเศรษฐีเก่าโลกที่สามต่อไปด้วยการเอาค่านิยมสืบสานสมบัติศิลป์มาปัดฝุ่นขาย แบรนด์ฉันอุปถัมภ์สตูดิโอเลอซาจ ที่ปักแบบกูตูร์ด้วยช่างฝีมือหาซื้อที่ไหนอีกไม่ได้นะจ๊ะ มีที่เดียวตัวเดียวในโลก  กล่อมเข้าไปตานี้ก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมแห่กันซื้อเข้าไปสิจ๊ะ ฟรอนต์โรว์ของคอลเลคชั่นแบรนด์เนมก็เลยมีหัวดำ ตาตี่ ๆ อย่างเรา ๆ เข้ายึดครอง

ส่วนชนชั้นกลางไปจนชนชั้นล่างเขาก็ลืมตาอ้าปากมาสวย ๆ ได้เหมือนชนชั้นสูง  ธุรกิจฟาสต์แฟชั่นทั้งหลายออกมาขายให้ใส่ได้สวย ๆ (เขายังอยากสวยและปากกัดตีนถีบจึงไม่มีเวลามาพะวงกับการรักษ์โลกหรือสิทธิมนุษยชนกัน) ขายก่อนพวกแบรนด์เนมต้นแบบสไตล์เสียด้วยซ้ำ  เรียกว่าหลังรันเวย์ได้อาทิตย์เดียว ร้านพวกนี้ก็ได้ “อินสไปร์” ออกแบบมาขายกันเป็นกุรุส แบรนด์เสื้อผ้าพวกฟาสต์แฟชั่นก็กลายเป็นแบรนด์เนมสำหรับชนชั้นกลางและชนชั้นล่างไป  

โล้สำเภากลับมาไทยกันต่อนะ  ในกระแสคนดี เป็นคนซอฟต์ ๆ ฉันรักทุกคนในไทย  บวกกับทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองมันปลอม ๆ ไปหมด (หน้าตายังปลอมกันเลยเนอะ)  ทำให้ผู้คนในยุคใหม่ของไทยก็ดูจะงุนงงทำตัวไม่ถูก ก็จะมีความเห็นประเภท —คนเราโอกาสไม่เท่ากันการใช้ของปลอมเพื่อทำให้ตัวเองดูดีเราไม่ควรไปว่าเขา—  แฮลโล้วววว…ขอลอจิกในประโยคแบบนี้เป็นคนดีต้องละกิเลสไม่ใช่รึ หรือจะเป็นคนเห็นคนเท่าเทียมกันในค่านิยมโลกสมัยใหม่แต่ไม่รับเอาเรื่องการเคารพทรัพย์สินทางปัญญามาด้วยสิ  เราจึงได้เห็นคนใช้แบรนด์เนมปลอมโดยมีคนสงสารอย่าไปว่าเขา (แต่เอาไปเม้าท์ลับหลังเปล่า) เราจึงได้เห็นคนพิมพ์หนังสือแปลที่ไม่ขอลิขสิทธิ์ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นพับลิกโดเมนในนามความดีเป็นบุญเป็นคุณแก่คนอ่านว่าเราเอางานวรรณกรรมดี ๆ มาให้คนไทยได้อ่านได้เปิดปัญญา (ดรวกกกก แต่ดับปัญญาความรู้ถูกผิดในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เนี่ยนะ  ลอจิกคืออะไร แล้วสำนักพิมพ์ที่เขาขอมาถูกต้องล่ะทำอย่างไร)

เอาเข้าจริงแล้วข้าพเจ้ายังจะชอบคอมเมนต์ของพวกอำมาตย์ไม่รู้เหนือรู้ใต้อยู่ในโลกเก่า ๆ เหยียดพวกใช้ของปลอมว่า  เป็นพวกปลอม ๆ เปลือก ๆ ไม่มีปัญญาไม่เจียมยังจะใช้สะเออะจะใช้ของแบรนด์เนม เสียมากกว่าเพราะอย่างน้อยเขาก็อยู่ในแนวจริตที่เป็นตัวเขาและมั่นคงในอุดมการณ์ของเขา  อาจจะตกยุคตกสมัย แต่ก็ไม่ปลอม ๆ มาโลกสวย เหยียดก็บอกว่าเหยียด เพราะยังอยู่ในโลกชนชั้นเหยียดผู้เหยียดคน

แต่ก็นะ…  จะมารณรงค์อะไรในประเทศเราให้เลิกใช้ของปลอมล่ะ…  ในเมื่อเราอยู่ในประเทศที่ประชาธิปไตยยังปลอมเลย

Written By

Priya Ahluwalia แฟชั่นดีไซน์เนอร์เลือดใหม่ผู้เปลี่ยน ความสะเทือนใจบนกองภูเขาขยะแฟชั่นให้กลายเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เล็กแต่ยั่งยืน

Life

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

Entertainment

โรงเรียนของเราน่าอยู่…

Life

ปกิณกคดี : ว่าด้วยอาขยาน

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup