Connect with us

Subscribe

Entertainment

‘LITTLE WOMEN’
ค่านิยม ความขัดแย้งในอุดมคติ
มิอาจหยุดความฝันให้เบ่งบาน

เรื่อง: ชัชฎาพร จุ้ยจั่น

“Just because my dreams are different than yours doesn’t make them unimportant.” — Meg March 

“แค่เพียงความฝันของพี่แตกต่างจากเธอ นั่นไม่ได้หมายความว่าฝันของพี่ไม่สำคัญ” – เมก มาร์ช

‘เมก มาร์ช’ พี่สาวคนโตแห่งตระกูลมาร์ชประกาศกร้าวความเป็นเฟมินิสต์ เมื่อเธอเลือกแต่งงานเพื่อความรักและมีชีวิตเยี่ยงกุลสตรีตำแหน่งช้างเท้าหลังที่ต้องเลี้ยงดูแลลูกและสามี แต่ความฝันของเมกสะกิดใจว่า ต่อให้ฝันนั้นจะเล็กหรือใหญ่ ความฝันที่ไม่อาจสร้างชื่อกู่ก้องโลก ความฝันที่ไม่อาจสร้างเงินทองมากมาย แต่ก็สามารถมีความสุขกับบุคคลอันเป็นที่รักและมีชีวิตที่เรียบง่าย

เมกกำลังจะบอกพวกเราว่า แม้ฝันของเธอนั้นไม่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ควรดูถูกความฝันใดๆ ไม่ว่าจะเป็นของชายหรือหญิง เพราะทุกสิ่งล้วน ‘สำคัญ’ ไม่แพ้กัน 

หัวใจของความเรียบง่าย ท่ามกลางค่านิยมของชนชั้นในวรรณกรรมเรื่อง ‘Little Women’ หรือ ‘สี่ดรุณี’ ผลงานของนักเขียนชาวอเมริกัน ‘ลุยซา เมย์ อัลคอตต์’ (Louisa May Alcott) คือวรรณกรรมเยาวชนที่เด็กทั่วโลกศึกษามากว่าศตวรรษ ตั้งแต่ปี 1868 นับจนถึงวันนี้ ก็ร่วม 152 ปีแล้ว ซึ่งในขณะที่ปี 2020 โลกยังคงต่อสู้กับความเป็นอิสระและการเป็นตัวแทนในวัฒนธรรมสมัยนิยมของผู้หญิงก็ไม่ต่างอะไรจากร้อยกว่าปีก่อน

โดยเฉพาะ ลุยซา ผู้ประพันธ์ เธอได้ถ่ายทอดหัวใจและชีวิตของตนเองผ่านตัวละคร ‘โจ’ น้องสาวคนที่ 2 เป็นเส้นเรื่องหลักในเรื่องว่า ผู้หญิงสามารถเติบโตและมีอาชีพอยู่เลี้ยงตัวเองได้โดยไม่พึ่งพาผู้ชาย โดยพูดถึงสิทธิสตรีและการตั้งคำถามถึงคุณค่าของผู้หญิงในสังคมอเมริกายุคเก่า

หากเมื่อมองย้อนกลับมาในสังคมทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่สังคมอเมริกาเท่านั้น แม้แต่ในอังกฤษ จีน หรือไทยเองก็ตาม ค่านิยม ความเชื่อในสังคมสำหรับผู้หญิงคือ การได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ สักคน ที่สามารถดูแลพวกเธอไปได้ตลอดชีวิต ราวกับบริบทสังคมได้ตั้งมาตรฐานไว้แล้วว่า นั่นคือจุดสูงสุดในชีวิตของลูกผู้หญิง

ดังนั้นเมื่อ Little Women เรื่องราวของเด็กผู้หญิงสี่พี่น้องในครอบครัวเล็กๆ อันล้อมรอบไปด้วยความสัมพันธ์และทัศนคติของโลก กลับมาโลดแล่นเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากถูกสร้างเป็นมหรสพครั้งแล้วครั้งเล่า จนมาถึงมือของผู้กำกับหญิง ‘เกรต้า เกอร์วิก’ เจ้าของรางวัลหนังยอดเยี่ยมเวทีลูกโลกทองคำจากหนัง Lady Bird (2017) ที่ส่งให้ดาราสาวคู่บุญอย่าง ‘เซียร์ช่า โรแนน’ (ผู้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครอง)

การปลุกชีวิตวรรณกรรมแสนรักของสตรีค่อนโลกเรื่องนี้ จึงเป็นทั้งความภูมิใจและความท้าทายที่ทุกสายตาย่อมเพ่งเล็งว่าเกรต้าจะสามารถดัดแปลงผลงานวรรณกรรมระดับโลก ให้กลับมามีมนต์ขลังอย่างไรในยุคนี้

จะทำอย่างไร? หากต้องเล่าถึงโลกใบเก่าในโลกใบใหม่ และไม่ใช่การเล่าเรื่องแบบแฟนตาซี ที่เอาเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ โซเชียลมีเดียเอาความล้ำยุคเข้าไปปะปนในหนังพีเรียดที่สวยงาม แต่ความทันสมัยของ Little Women ในโลกใบใหม่ คือความล้ำสมัยและขบถทางความคิดในปี 1868 และยังเป็นความทันสมัยในอุคติของผู้หญิงใน ปี 2020 แสดงให้เห็นถึงสารที่ได้บอกผู้หญิงตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อนว่า ถึงทุกวันนี้ผู้หญิงสามารถเลี้ยงตัวเองและทำความฝันให้เป็นจริงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาศักดินาจากผู้ชายในสมัยก่อน

ดังนั้น ‘โจ’ (เซียร์ชา โรแนน) จึงเป็นตัวแทนของผู้หญิงเก่งในโลกยุคใหม่ เลือกจะเดินตามความฝันมากกว่าหัวใจ ด้วยการบอกปัดคำขอแต่งงานจากคนที่เธอก็รู้สึกดีด้วยเพื่อสร้างครอบครัวไปเป็นนักเขียนเลี้ยงตัวเอง พี่สาวและน้องสาวอีก 2 คนของเธอ ที่ต่างติดกับการเป็นผู้หญิงในโลกเก่า เฉกเช่น เมก (เอมม่า วัตสัน) ที่ตัดสินใจแต่งงาน เป็นแม่บ้านที่ดีของสามี, หรือ เบ็ธ (เอลิซา สแกนเลน) ลูกสาวแสนดีที่ทำตามคำสั่งของแม่อย่างเคร่งครัด และเอมีน้องเล็ก (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) เด็กสาวรักเปียราวชีวิต ที่มีความทะเยอทะยาน แต่ปราศจากความมุ่งมั่น จนท้ายที่สุดจึงเลือกเป็นภรรยามากกว่าเป็นศิลปิน

“Women, they have minds, and they have souls, as well as just hearts. And they’ve got ambition, and they’ve got talent, as well as just beauty. I’m so sick of people saying that love is all a woman is fit for.”
—Jo March

“ผู้หญิงมีจิตใจ จิตวิญญาณ เช่นเดียวกับหัวใจ พวกเธอมีความทะเยอทะยาน มีพรสวรรค์ เช่นเดียวกับความงาม ฉันเบื่อคนที่ชอบพูดว่า…ความรักเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้หญิง” – โจ มาร์ช

ผู้หญิงมีความรัก แต่ทุกคนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รักหรือถูกรัก จนถูกตีตราแบรนด์ว่าพวกเธอเหล่านั้นคือเฟมินิสต์ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเราเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เฟมินิสต์’ (Feminists) หรือแนวคิดสตรีนิยมที่เรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศดีแค่ไหน? ความเข้าใจยังไม่เท่ากับมายาคติและความเชื่อผิดๆ ต่อแนวคิดสตรีนิยมที่ถูกบดบัง เช่น

  •  สตรีนิยมสนใจแต่เรื่องผู้หญิง: จริงๆ แล้วแนวคิดสตรีนิยมให้ความสนใจกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทั้งในแง่ของเชื้อชาติ ชนชั้น เพศ ซึ่งแนวคิดที่ต้องการความเท่าเทียมสิทธิเสรีภาพทางความคิด มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
  • สตรีนิยมเกลียดผู้ชาย: โดยเฉพาะผู้หญิงโสดส่วนใหญ่มักถูกตราหน้าว่าชอบกล่าวโทษ ต่อว่าผู้ชายว่าเป็นเพศที่เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งทำให้คนมองพวกเธอเหล่านั้นในด้านลบ จริงๆ แล้วแนวคิดเหล่านี้แค่สะท้อนให้สังคมรู้ว่า ผู้หญิงก็สามารถแสดงความรู้สึก แสดงความไม่พอใจโดยไม่แบ่งเพศและสถานะ แค่พวกเธอต้องการรับฟังจากสังคม
  • สตรีนิยมมักคิดว่าตนเองคือศูนย์กลางของจักรวาล: แนวคิดสตรีนิยมไม่ได้บอกว่าผู้หญิงถูกเสมอ หรือผิดเสมอ และจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่า ซึ่งผู้หญิงที่แข็งแรงแต่ชอบเรียกร้องสิทธิสตรี เช่นที่นั่งบนรถไฟฟ้า นั่นไม่ใช่แก่นแนวคิดสตรีนิยม

มาถึงตรงนี้…ถ้าผู้อ่านคือผู้ชายที่แวดล้อมไปด้วยพี่สาวหรือน้องสาวทั้ง 4 คนนี้ หากไม่ใช่โจเพียงคนเดียวที่ดูราวเป็นผู้หญิงหัวแข็ง ต่อต้านทฤษฎีเสรีนิยมของผู้หญิงในสมัยก่อน คุณจะเข้าใจคำว่าเฟมินิสต์ของพี่น้องเหล่าสตรีได้ดีแค่ไหน?

หนังสือ ‘We Should All Be Feminists’ หรือ ‘เราทุกคนควรเป็นเฟมินิสต์’  ผลงานโดย ‘ชิมามานดา เอ็นโกซี อาไดชี่’ นักเขียนนวนิยายชื่อดังชาวไนจีเรีย เล่าเรื่องของเธอตั้งแต่เล็กจนโตในหลายแง่มุมจนผู้ชายหลายคนที่อ่านแล้วต้องสะอึก เช่น เธอเล่าถึงสมัยเด็กๆ ที่ไนจีเรียบ้านเกิดนั้นเชิดชูความเป็น ‘ชาย’ มากกว่า ‘หญิง’ เช่น ไม่ว่าเธอจะเรียนดีแค่ไหน แต่คุณครูก็จะบอกว่า “หัวหน้าห้องต้องเป็นผู้ชาย”

หรือเมื่อครั้งเธอโตขึ้น เล่าถึงประสบการณ์ในโรงแรม ชิมาดามักจะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขวางและตั้งคำถามมากมายจากฐานความเชื่อที่ว่า “ผู้หญิงไนจีเรียไม่สามารถที่จะจ่ายค่าห้องโรงแรมได้”

แม้กระทั่งปัญหาในชีวิตคู่ในไนจีเรียที่ห้ามมีความทะเยอทะยานมากเกินไป ห้ามประสบความสำเร็จมากเกินไป เพราะจะเป็นการคุกคามเพศชาย ผู้หญิงบางคนถึงกับขายบ้านตัวเอง เพราะเกรงว่าจะเกินหน้าเกินตาผู้ชายที่จะมาสู่ขอเธอไปเป็นภรรยา

หนังสือเล่มนี้ได้บอกพวกเราทั้งชาย-หญิงว่า คนที่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำ ไม่ใช่แค่ร่างกายแข็งแกร่งเช่นบุรุษเพศ แต่คือคนเฉลียวฉลาด มีความรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มากกว่า

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือเพศทางเลือก คุณก็สามารถเป็นเฟมินิสต์ มีสิทธิเสรีที่จะใช้ชีวิต แม้ว่าคุณจะอยู่ในยุคของ Little Women หรือ ยุคที่มีผู้หญิงมีบทบาทผู้นำในสังคมมากขึ้นอย่างปี 2020 นั่นเอง

Avatar
Written By

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

อย่าเพิ่งหอบหนี้หนีโควิด…รัฐบาลพร้อมช่วยแล้ว

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup