x

รายการ Victory BNK ดูเริ่มเข้ารูปเข้ารอยหลังจากนำเกมและกิจกรรมของรายการรุ่นพี่อย่าง AKBINGO! มาประยุกต์ให้เข้ากับไทยมากขึ้นโดยเฉพาะสองเทปล่าสุดที่ทำได้ค่อนข้างดี ทั้งในเทปการพิสูจน์บ้านผีสิง กับ ป๋อง กพล ทองพลับ และเทปล่าสุดกับละครสั้นของเมมเบอร์โดย เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
 
ในละครสั้น เมมเบอร์หลายคนนั้นถูกจับแปลงโฉมให้กลายเป็นหนุ่มสุดเท่ หรือถ้าอย่างในญี่ปุ่นเองก็จะเรียก การแต่ง “ดันโซ” ซึ่งมีเมมเบอร์หลายคนแจ้งเกิดหรือโดดเด่นในบุคลิกแบบผู้หญิงที่แต่งตัวแบบผู้ชาย อย่าง Keyakizaka46 จะมี ฮาบุ มิสุโฮะ และ โอดะ นานะ ที่เรตติ้งดีเมื่อถูกจับแต่งผู้ชาย หรือถ้าใน AKBINGO! ก็ต้องเป็น “มายูยุ” วาตานาเบะ มายุ อดีตเอชของ AKB48
 
 
ในญี่ปุ่นเองก็มีร้านคาเฟ่แบบดันโซ (danso cafe) ที่เมื่อเราเข้าไปบริการก็เหมือนจะได้รับบริการแบบที่เราสวมบทบาทคุณหนู และมีพ่อบ้านสุดหล่อ (ที่เป็นผู้หญิง) มาคอยให้บริการอีกด้วย ส่วนในรายการก็จะมาพร้อมบทบาทสมมติเช่น รุ่นพี่สุดหล่อในโรงเรียน น้องชายขี้อ้อน หรือเจ้านายที่แสนจะเคร่งขรึม หรือ Keyakizaka46 เป็นวงที่มีแฟนเพลงที่เป็นผู้หญิงค่อนข้างมาก สังเกตได้จากงานจับมือที่เคยไปร่วม เพราะคอสตูมในแต่ละชุดของพวกเธอสะท้อนความเป็นชายออกมาเช่น ชุดทหาร ชุดสูท หรือแจ็กเก็ตหนังแบบร็อกแอนด์โรล
 
 
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะด้วยความที่ไอดอลนั้น ถูกกำหนดด้วยสัญญาใจที่ห้ามมีความรัก (No Dating Rule) ทำให้พวกเธอต้องหาทางแสดงออกในวิธีอื่นๆ อย่างตัวมายูยุ นอกจากชอบการไปเที่ยวคาเฟ่แบบดันโซแล้ว ก็จะชื่นชอบไปดูละครของ “ทาคาระซึกะ” ซึ่งมีลักษณะเหมือน “ละครใน” ของราชสำนักไทย กล่าวคือจะใช้นักแสดงที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดมาสวมบทบาทในละครไม่ว่าจะเป็นบทไหนก็ตามรวมถึงบทผู้ชาย โดยทีมนักแสดงแบ่งแยกย่อยออกเป็น 5 คณะ  คือ บุปผา (เน้นบทผู้ชาย) จันทรา (เน้นคุณภาพเสียง) หิมะ (เน้นเต้น/แสดง) ดารา (เน้นบทผู้ชาย) และนภา (เน้นเด็กปั้น) (ข้อมูลจาก https://kiji.life/takarazuka/) 
 
ในส่วนของไทย ในรายการ Victory BNK เมมเบอร์หลายคนเมื่อสวมบทบาทเป็นผู้ชายกลับกลายเป็นที่นิยม เพราะนอกจากจะได้ฐานแฟนที่เป็นผู้ชายแล้ว ยังได้ฐานแฟนที่เป็นผู้หญิงอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เค้ก BNK48 น้ำหนึ่งBNK48 หรือ อิสึตะ รินะ BNK48 ที่แต่งออกมาแล้วดูหล่อกว่าผู้ชายแท้ๆ โดยเฉพาะเค้ก BNK48 มีผู้ติดตามทางโลกออนไลน์พุ่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ อีกทางหนึ่งก็เป็นการเสริมสร้างทักษะการแสดงให้กับเมมเบอร์เช่นกัน
 
 
อีกเรื่องที่สะท้อนถึงข้อจำกัดการแสดงออกทางเพศ ก็คือ กระแสการ “ต่อเรือ” ระหว่างเมมเบอร์แต่ละคน ซึ่งการต่อเรือนั้น มันมาจากคำว่า Ship ในความหมายเดิมของ Relationship (ความสัมพันธ์) ในเมื่อเมมเบอร์ไม่สามารถมีความรักระหว่างเพศได้ แฟนจึงสร้างสตอรี่ระหว่างเมมเบอร์ที่มีความสนิทสนมกัน หรือพยายามที่จะสนิทสนมกัน 
 
 
ไม่ว่าจะเป็นคู่ยอดนิยมอย่าง “มิวสิค BNK48-เฌอปรางBNK48” ในสารคดี Girls Don’t Cry. มิวสิคได้พูดถึงว่า ช่วงหนึ่งเธอพยายามจะเข้าใกล้ชิดกับเฌอปราง โดยเธอก็ไม่แน่ใจว่าทำไมต้องเกิดความรู้สึกแบบนั้น เป็นทั้งความชื่นชม และเป็นความรู้สึกว่าเป็นคู่แข่งกันไปในขณะเดียวกัน
 
หรือคู่ “ก่อนBNK48 – เมษาBNK48” ซึ่งสำหรับบางเมมเบอร์นั้น ก็จะมีคู่ที่ถูกจับมากกว่าหนึ่งคนก็ได้ อย่าง ก่อน BNK48 ก็เป็นคนหนึ่งที่มักจะถูกจับคู่กับเมมเบอร์อีกหลายคน เช่น เค้ก BNK48 ด้วยลักษณะนิสัยแบบ “คุณลุง” โดยแฟนๆ มักจะมองว่าเป็นคนเจ้าชู้ในวง ซึ่งบางครั้งการที่เมมเบอร์ที่เป็นคู่ขวัญได้ใกล้ชิดกัน ทำอะไรน่ารักโรแมนติกกันก็เหมือนเป็น “แฟนเซอร์วิส” ให้กับผู้ที่ติดตาม 
 
 
เรื่องการจับคู่กันนั้นก็ถือว่าเป็นการสร้างกระแสความนิยมให้กับคู่นั้นๆ อย่างคู่ขวัญ AKB48 ในยุคปัจจุบัน “นาจัง” โอคาดะ นานะ และ “ยุยรี่” มุรายามะ ยุยรี่ ก็ได้รับความนิยม มีคนนำไปวาดการ์ตูนแนวสาววาย หรือแต่งนิยายแบบไลท์โนเวลทางออนไลน์เป็นคู่จิ้นด้วย  แต่ที่ฮือฮาสุดน่าจะเป็นคิโนชิตะ โมโมกะ เมมเบอร์ที่เป็นหญิงรักหญิงของ NMB48 เธอเคยอัดคลิปขอคะแนนเลือกตั้งให้ไปโหวต “มิลกี้” วาตานาเบะ มิยูกิ คนที่เธอหลงรักในวง 
 
 
ในญี่ปุ่นนั้นมีการแยกการ์ตูนในแบบที่เน้นความเป็นผู้ชาย (โชเน็น) และเป็นแบบผู้หญิง (โชโจ) พวกการ์ตูนแนวโชโจก็จะเน้นกลุ่มผู้อ่านที่เป็นผู้หญิง หรือแบบคนไทยเรียกกันว่า “การ์ตูนตาหวาน” แบบสาวน้อยเวทย์มนต์หรือแบบความรักใสๆ แต่เมื่อโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นก็จะมีการ์ตูนสำหรับวัยรุ่นที่เรียกว่า เซย์เน็น ที่เน้นเนื้อหาไปในกลุ่มผู้ชายวัยมหาวิทยาลัยขึ้นไป มีมุกตลกหรือฉากวับๆแวมๆมากขึ้น
 
ส่วนผู้หญิงเมื่อโตมาก็อาจจะอ่านการ์ตูนแบบ “โจเซย์” ซึ่งจะเจาะกลุ่มที่โตขึ้นมา โดยเนื้อหาอาจจะมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับความรัก เช่น เป็นการรุมรักของหนุ่ม ๆ หรือมีความสัมพันธ์แบบผู้หญิงที่โตเป็นสาวมากขึ้น อย่างที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ ก็เช่น NANA ที่ถูกนำไปทำภาพยนตร์ด้วยลายเส้นแบบที่ตัวเอกในเรื่องถึงแม้จะเป็นผู้ชายแต่ก็อ่อนช้อยในแบบผู้หญิง ก็สะท้อนจินตนาการเรื่องผู้หญิงที่มีลักษณะคาแรกเตอร์แบบผู้ชาย แต่ก็ยังมีข้อดีในความเป็นผู้หญิงอยู่เช่นกัน ทั้งเรื่องรูปร่างที่สะโอดสะองกว่าหรือพฤติกรรมห่ามน้อยกว่า  
 
 
กรอบความคิดแบบนี้ ในทางตรงข้ามก็สะท้อนกรอบที่น่าอึดอัดที่พวกเธอจะต้องห้ามมีแฟน หรือมีแฟนแบบหลบๆซ่อนๆ เช่นกัน ในขณะที่วัยรุ่นในเป็นช่วงที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านโดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกทางเพศ เรื่องนี้ “ริริป้ง” สุโต้ ริริกะ อดีตเมมเบอร์ชื่อดังของ NMB48 เคยเล่าว่า ตอนแอบคบกับแฟนนั้นเธอต้องขึ้นไปจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ที่ไม่มีคนเห็น เพราะมีแฟน ๆ และสื่อคอยจับผิดอยู่เสมอ  
 
 
ริริป้ง เคยต้องตอบคำถามในรายการวาไรตี้เมื่อปลายปีก่อนที่ถามว่า “เวลาไอดอลเจอผู้ชายหล่อ ๆ ตรงสเปกนั้น ไม่เคยเกิดอารมณ์บ้างหรือ? แล้วถ้าเกิดอารมณ์พวกเธอทำอย่างไรกัน?” 
 
เธอตอบว่า “เกิดความรู้สึกบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับบ้านไปช่วยตัวเอง” ซึ่งสะท้อนภาพการทำงานของไอดอลในพื้นฐานที่มีข้อจำกัดด้านการแสดงออกเรื่องเพศได้ดี
 
ดูเหมือนเรื่องความรักกับไอดอลจะกลายเป็นเส้นคู่ขนาน