x

การขอลี้ภัยในต่างแดนยังเป็นประเด็นอ่อนไหวที่หลายประเทศให้ความสำคัญอย่างมากเพราะต้องตระหนักถึงผลลัพธ์ว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบอย่างไรในอนาคต สิ่งที่ตามมาคือผู้ที่รอรับคำอนุมัติเพื่อลี้ภัยไม่สามารถเดินหน้าหรือถอยหลังได้ ก็ต้องใช้ชีวิตในสนามบินแทน  
 
ชายรายล่าสุดที่ต้องใช้ใช้ชีวิตในสนามบินนานกว่า 3 เดือนคือ ฮัสซาน อัล-คอนทาร์ (Hassan al-Kontar) เขาเป็นผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ติดอยู่ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2561 จนถึงวันนี้
 

สาเหตุที่ทำให้เขาต้องติดอยู่ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เริ่มต้นเมื่อปี 2011 ระหว่างที่เขาทำงานและพักอาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีสงครามซีเรีย แต่เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการสู้รบในสงครามครั้งนี้ เพราะว่าเขาไม่เชื่อในการทำสงคราม ดังนั้นเขาจึงเป็นที่ต้องการตัวของรัฐบาลซีเรีย
 
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พยายามส่งตัวเขาไปที่ประเทศซีเรีย แต่เขาปฏิเสธและยืนยันว่าต้องการให้ส่งตัวไปที่อื่น ฮัสซาน ถูกส่งตัวไปยังประเทศมาเลเซีย (ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ให้วีซ่าแก่ชาวซีเรีย) แต่ทว่ามาเลเซียไม่ยอมรับผู้ลี้ภัย ทำให้ฮัสซานต้องค้างเติ่งอยู่ในสนามบินแห่งนี้นั่นเอง

 
โดยทั่วไปแล้ว การใช้วีซ่านักท่องเที่ยวสามารถพำนักอาศัยอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 เดือน ซึ่งฮัสซาน ใช้โควตานี้จนครบถ้วน (กว่า 108 วัน) ทำให้ฮัสซาน ต้องค้นหาประเทศที่อนุญาตให้ชาวซีเรียเข้าไปโดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น ประเทศกัมพูชา แต่โชคไม่เข้าข้างเพราะทางประเทศกัมพูชาก็ส่งเขากลับมาที่สนามบินแห่งนี้ตามเดิม
 
อีกหนทางหนึ่งที่ฮัสซาน ทดลองใช้คือประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ชาวซีเรียไม่ต้องขอวีซ่าเช่นกัน แต่สุดท้ายเขาก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เพราะสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ประจำสนามบินกัวลาลัมเปอร์ไม่อนุญาตให้เขาเดินทางไปประเทศเอกวาดอร์ เรียกได้ว่าผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมเงินที่มีก็หมดไปเรียบร้อยแล้ว
 

 
การใช้ชีวิตในสนามบินของเขาผ่านไปแต่ละวันด้วยกิจกรรมทั่วไปอย่างกิน นอน และพักผ่อนตามอัธยาศัยในมุมต่าง ๆ ของสนามบิน ส่วนสาเหตุที่เขาดำรงชีวิตอยู่ในสนามบินแห่งนี้ได้ก็เพราะสายการบินแอร์เอเชียมอบอาหารให้เขาวันละ 3 มื้อนั่นเอง 
 
ชีวิตประจำวันของเขาซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนี้มานานกว่า 108 วันแล้ว แต่โชคดีที่เขาสามารถท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงโลกภายนอกสนามบินได้
 
ฮัสซาน ใช้สื่อสังคมออนไลน์บันทึกและเผยแพร่ชีวิตประจำวันในสนามบินของตัวเขาเองผ่านทวิตเตอร์ชื่อ Hassan Al Kontar (@Kontar81) อีกทั้งเขายังรณรงค์เกี่ยวกับการขอลี้ภัยอีกด้วย จะว่าไปการใช้ชีวิตของเขาก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะเขายังบอกอีกด้วยว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ดี ช่วยให้เขาต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าที่มาจากประสบการณ์ต่างๆในชีวิตได้ดีทีเดียว จากที่ช่วงแรก เขารู้สึกโกรธเจ้าหน้าที่ เมื่อเวลาผ่านไปก็ตระหนักได้ว่าเจ้าหน้าที่ประจำประเทศเหล่านั้นไม่ได้ปฏิเสธเขาด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ปฏิเสธเพราะเขาเป็นชาวซีเรียซึ่งแทบอยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยนั่นเอง
 
ฮัสซาน ยังได้รับความช่วยเหลือจากนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่สร้างแคมเปญเรียกร้องให้รัฐบาลแคนาดาอนุญาตให้เขาเข้าประเทศ ซึ่งแคมเปญนี้มีผู้ลงนามมากกว่า 17,000 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศติดต่อไปยังหน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติในเมืองกัวลาลัมเปอร์ แต่ยังไม่ได้คำตอบรับใดๆ
 

 
ฮัสซาน กล่าวทิ้งท้ายในคลิปที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวบีบีซีว่า สิ่งที่เขาร้องขอในทุกวันนี้คือ ‘ศักดิ์ศรี, สิทธิมนุษยชน, ความรัก, สันติภาพ และสถานที่ทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย’ 

 
สถานการณ์การขอลี้ภัยยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกประเทศ ทั้งนี้การอนุมัติก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจตอบรับหรือปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ในประเทศนั้น เช่นเดียวกับการขอลี้ภัยของนักการเมืองชาวไทยหลาย ๆ คนที่ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ในทุกวันนี้