ดาราสาวคริสเตน สจ๊วร์ต เพิ่งจะแสดงความเป็นเฟมินิสต์ ของเธอให้ทั้งโลกได้ประจักษ์ เมื่อเธอตัดสินในแหกกฏการแต่งตัวของงาน โดยการถอดส้นสูง (high heel) ออกแล้วเดินด้วยเท้าเปล่า ท่ามกลางสายตาคนนับพันในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 71 ที่ประเทศฝรั่งเศส
 
คริสเตน สจ๊วร์ต ดาราสาวชื่อดัง เดินเข้าสู่พรมแดงในงานด้วยรองเท้าส้นสูงราคาแพงจากแบรนด์ Christan Louboutin แต่ไม่รู้อะไรไปดลใจเธอเข้า จู่ ๆ ดาราสาวคนนี้ก็ตัดสินใจถอดรองเท้าราคาแพงคู่นี้ แล้วเดินไปทั่วงาน สร้างความประหลาดอกประหลาดใจแก่คนภายในงานเป็นอย่างมาก
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของสาวสจ๊วร์ตที่ทำอะไรทำนองนี้ ก่อนหน้านี้เธอเคยใส่รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ Vans สีฟ้าเดินเข้าพรมแดงคานส์มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2016 แต่ถ้าพูดถึงต้นแบบคนแรกในการเดินตีนเปล่าเข้าพรมแดงคานส์ คงต้องยกให้ดาราสาว จูเลีย โรเบิร์ต 
 
"เอ็มมา ธอมป์สัน นักแสดงชื่อดังก็เคยถอดรองเท้า Christan Louboutin ทิ้งในงานประกาศผลลูกโลกทองคำมาแล้วเช่นกัน"
 
(Photo by Andreas Rentz/Getty Images)
 
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่างานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์มีกฏและประเพณีการแต่งตัว (Dress Code) ที่ระบุไว้ชัดเจน ผู้ชายต้องแต่งสูทผูกไท หรือแต่งทักซิโดเข้างาน ฝั่งผู้หญิงก็ต้องใส่เดรส และสวมส้นสูงเท่านั้น รองเท้าพื้นราบนี่ห้ามเด็ดขาด !
 
แล้วทำไมต้องส้นสูง ? นี่คือคำถามที่ผู้หญิงหลายคนคาใจมาหลายปี ธรรมเนียมการแต่งกาย ของที่นี่ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1946 นั่นก็หมายถึง มีผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงมาร่วมงานที่คานส์กว่า 71 ปีแล้ว
 
ดราม่าเกี่ยวกับ “รองเท้าส้นสูง” ในงานเทศกาลหนังปาล์มทองแห่งนี้ มีเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงสองสามปีหลังมานี้ ย้อนไปเมื่อปี 2015 ผู้หญิงกว่า 50 คนที่มาร่วมพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่อง Carol เคยถูกทางผู้จัดห้ามเข้างานเพราะเหตุผลที่ว่า “พวกเธอเหล่านั้นแต่งตัวผิดระเบียบ ไม่สวมรองเท้าส้นสูงเข้างาน” 
 
“เราไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูง นั่นเป็นมุมมองของฉันนะ ฉันรักคอนเวิร์ส นี่มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมาก” เอมิลี่ บลันท์ เคยพูดถึงกรณีนี้
 
 เฟมินิสต์ หลายคนมองว่านี่กลายเป็นเรื่องของความไม่เท่าเทียมทางเพศ ซึ่งสจ๊วร์ตก็ได้ให้สัมภาษณ์กับการกระทำของเธอในครั้งนี้ว่า
 
 “ถ้าฉันเดินพรมแดงกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วมีคนเดินมาสะกิดฉันว่า ขอโทษนะสาวน้อย คุณไม่ได้ใส่ส้นสูงมาคุณไม่สามารถเข้าไปในงานได้ ฉันจะสวนเขากลับไปว่า งั้นเพื่อนฉันที่มาด้วยก็ต้องใส่ด้วยใช่ไหมเพราะเขาไม่ได้ใส่มาเหมือนกัน’”
 
รองเท้าส้นสูง อาจจะเป็นรองเท้าที่ดูสวยสง่า แต่ท่ามกลางความเป็นทางการนี้ มันก็ตามมาด้วยปัญหามากมายสำหรับผู้หญิง ทั้งความไม่สบายเท้าขณะสวมใส่ ปัญหารองเท้ากัด หรือแม้กระทั่งความมั่นอกมั่นใจขณะเดินบนพรมแดง เชื่อว่าถ้าให้เลือกได้คงมีผู้หญิงไม่น้อยที่ไม่อยากใส่รองเท้าแบบนี้ แต่ก็มีหลายคนเห็นต่างในจุดนี้เช่นกัน เพราะมองว่าการใส่ส้นสูงก็เป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พวกเธอได้เช่นกัน
 
ในปี 2017 เคยมีเคสการต่อสู้เกี่ยวกับการบังคับใส่ส้นสูง ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมาแล้วในประเทศอังกฤษ หลังพนักงานสาวคนหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เธอถูกบริษัทของตัวเองไล่และไม่จ่ายเงินเดือนให้ เพราะเหตุผลที่ว่า "เธอไม่ยอมใส่รองเท้าส้นสูงมาทำงาน" เรื่องดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในรัฐสภาของอังกฤษ และมีการล่ารายชื่อจำนวนนับแสนชื่อเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกธรรมเนียมดังกล่าวนี้
 
แต่รู้หรือไม่ ? ผู้ชายนี่แหละ คือคนที่เริ่มใส่ส้นสูงก่อนผู้หญิงเสียอีก หลักฐานชั้นดีคือภาพวาดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส ที่ขณะทรงสวมใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงอยู่ ว่ากันว่ารองเท้าส้นสูงเกิดจากคนเอเซียที่คิดค้นเพื่อนำมาใส่ขณะขี่ม้า โดยสาเหตุที่ส้นยาวเพราะว่าตัวส้นจะได้สอดเข้าไปที่โกลนของพอดิบพอดีเพื่อป้องกันเท้าหลุดออกจากโกลน (อ้างอิงจาก : ประวัติศาสตร์รองเท้าระบุว่า ผู้ชายเป็นคนเริ่มใช้รองเท้าส้นสูง )
 
 
คำว่า “สิทธิสตรี” และข่าวการล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง ถูกพูดถึงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีเหล่าคนดังพยายามออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคมมากขึ้น แต่ปัญหาความเลื่อมล้ำก็ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
 
ประเด็นของสจ๊วร์ตในครั้งนี้กลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในมาก บางคนมองว่า "กะอีแค่ไม่ใส่ส้นสูงก็ยังโดนห้ามเข้างาน แล้วเราจะหาความเท่าเทียมอย่างแท้จริงได้อย่างไร" แต่ในอีกมุมหนึ่งหลายคนก็มองว่าสิ่งที่สจ๊วร์ตทำเป็นสิ่งที่ผิด “กาลเทศะ” และดูเป็นการสร้างกระแส โดยผู้หญิงกลุ่มนี้ได้ตั้งคำถามกลับสจ๊วร์ตว่า “เมื่อคุณต้องมาร่วมงานที่มีธรรมเนียมปฏิบัติคุณจำเป็นต้องต้องยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้น”
 
แล้วส่วนตัวคุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ?