Connect with us

Subscribe

Interview

สัมภาษณ์จ่าพิชิต ถก ‘กระปู๋แมน’ หนังสือใหม่ จาก ‘ภาพรูทวาร’ ถึงเป้าปฏิรูปเพศศึกษาไทย

เคยรู้สึกแหยงหรือไม่กล้านำคำถามข้อสงสัยว่าด้วยเรื่องราวที่อยู่ใต้สะดือตัวเองมาพูดคุยปรึกษากับคนรอบข้างไหม ถ้าเคย อาจต้องทำความรู้จักกับผลงานแหกกรอบคอนเทนต์ฉบับจ่าพิชิต แห่งเพจ Drama-addict ผู้สร้างซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์ใหม่ที่ขนานนามอย่างหาญกล้าว่า “กระปู๋แมน” และ “กระปี๋เกิร์ล” มาปฏิวัติกรอบแนวคิดเพศศึกษาแบบดั้งเดิมของไทยซึ่งแอดมินเพจดังสัมผัสมาตลอด
นอกจากวิพากษ์วิจารณ์ เกาะติดสังคม และนำเสนอข้อมูลชี้แนะผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์ “จ่าพิชิต” แอดมินเพจ Drama-addict หันมาผลิตหนังสือและคอนเทนต์หลากหลายแพลตฟอร์ม ล่าสุด จ่าพิชิตเพิ่งคลอดหนังสือเล่มใหม่ที่เรียกแขกชาวไซเบอร์มามุงกันเพียบ เมื่อหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่สายพันธุ์จ่าออกมาในชื่อที่หลายคนอาจไม่เชื่อกันว่าจะมีชื่อฮีโร่อย่างเป็นทางการว่า “กระปู๋แมน” กับ “กระปี๋เกิร์ล”

ตัวละครทั้งคู่เป็นผลงานหนังสือการ์ตูนใหม่ที่ผลิตเนื้อหาและโครงร่างส่วนใหญ่มาจากแนวคิดของจ่าพิชิต เรื่องราวของ “กระปู๋แมน” ว่าด้วยฮีโร่ที่มีหัวเป็นรูปทรงอวัยวะเพศชาย สอดแทรกความรู้ทางเพศศึกษา และสุขอนามัย สร้างสรรค์โดยจ่าพิชิตแทบทั้งดุ้น ขณะที่ “กระปี๋เกิร์ล” จ่าพิชิตโยนให้หมอแล็บแพนด้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องคอนเทนต์สายดูแลสุขภาพร่างกายของฝ่ายหญิงเป็นพิเศษ

ที่มาและเบื้องหลังแนวคิดที่ฉีกกรอบเพศศึกษากระจุยกระจายของจ่าพิชิตมาจากไหน และทำไมต้องเป็นขนาดนี้ ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้

โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันอังคารที่ 25 กันยายน 2018

GM Live : ไอเดีย “กระปู๋แมน” กับ “กระปี๋เกิร์ล”​ มาจากไหน

จริงๆ ตอนแรกไม่ใช่กระปี๋เกิร์ลด้วยนะ ถ้าดูตามเล่มที่ผมเขียน (กระปู๋แมน) คาแรกเตอร์ตัวนี้จะชื่อ “หินบี” (ห้ามผวน!) ตอนไปดัดแปลงเนื้อหาตอนที่ทำเล่มของหมอแล็บแพนด้า เขาบอกเนื้อหาอาจแรงเกินไม่เหมาะกับผู้หญิงก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “กระปี๋เกิร์ล” จะได้ซอฟต์ลงหน่อย

ประเด็นมันเริ่มจากตอนที่ทำ “นิทานอีสัส” เล่มล่าสุดเสร็จแล้วก็ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ แล้วเจอหมอแล็บ แกมาแจกลายเซ็นพอดี แล้วเราก็ไปคุยกันกับพี่บก.สำนักพิมพ์ต้นมะนาว ผมก็บอกไอเดียว่ามีสตอรีย์บอร์ดอันนี้เกี่ยวกับเรื่องกระปู๋แมน เป็นเรื่องที่มาจากสภาพบ้านเรามีปัญหาเพศศึกษาเยอะ เด็กที่จบมาไม่รู้เรื่องการใช้ถุงยาง นับหน้า 7 หลัง 7 การใช้ยาคุมกำเนิด ขนาดยาคุมฉุกเฉินยังกินกันมั่วซั่วเลย ก็เลยคิดว่าถ้ามีทำหนังสือที่มีเนื้อหาพวกนี้มาดัดแปลงเป็นแบบสนุก และตลก เพื่อให้เข้าใจง่าย สื่อถึงเด็กๆ ก็จะเป็นเรื่องดี ก็เสนอไอเดียนี้ และเอาสตอรีย์บอร์ดให้แกดู

หมอแล็บมาด้วยก็เลยเสนอหมอแล็บไปว่าลองทำหนังสือ 2 เล่มควบกันดีกว่า แบบที่เป็นจักรวาลเดียวกัน อย่างผมทำเนื้อหาในเพจก็มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระปู๋อยู่แล้วใช่ไหม ผมเห็นหมอแล็บที่ทำคอนเทนต์ดังๆ ก็เป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องการตรวจภายใน การดูแลสุขภาพปากมดลูกอะไรทำนองนี้

ผมก็เลยบอกว่า เอางี้ สตอรีย์บอร์ดผมมีตัวละคร 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่แทนกระปู๋ แทนโลกเพศชาย ของผมเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเพศชาย เรื่องการขลิบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นกันบ่อยๆ ฝังมุข ฉีดน้ำมันมะกอก อีกตัวเป็นแทนโลกเพศหญิง เน้นเรื่องมะเร็งปากมดลูก ตรวจเต้านม พวก HPV เราก็ทำ 2 เล่มเลย ให้เนื้อหามันสอดคล้องกัน พอกระปู๋แมนจบ เนื้อหาก็ไปต่อที่เล่มกระปี๋เกิร์ลของหมอแล็บเลย

โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันอังคารที่ 25 กันยายน 2018

GM Live : การออกแบบซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นหัวกระปู๋แบบนี้มีที่มาอย่างไร

ปกตินิทานอีสัสที่ผมทำอยู่เนี่ยจะเอานิทานมาทำเป็นล้อเลียน นิทานอีสปเอย พวกวรรณกรรมไทยเอย เรื่องพื้นบ้านที่เรารู้จักกัน แล้วตอนนั้นก็นั่งอ่านการ์ตูนเรื่องเก่าๆ อย่าง Luckyman มาดู เมื่อก่อนดังมาก คนวาดเรื่องนี้เป็นคนเขียนสตอรีย์บอร์ดให้กับเรื่อง Death Note ไง ผมดูแนวคิดตัวนี้โดยรวมมันใช้ได้ว่ะ ถ้าเรามาดัดแปลงให้เป็นดูอุจาดหน่อย ฮาๆ หน่อย เราก็สามารถนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศให้เข้าถึงเด็กได้ง่าย เพราะเอาจริงๆ นะ เนื้อหาเรื่องเพศศึกษา เรื่องิวิชาการตามตำรามันน่าเบื่อ

สอนตามปกติเด็กมันไม่อ่านหรอก ผมเลยเอาแนวทางที่ทำนิทานอีสัสมาใช้ ให้เนื้อหาตลกๆ บ้าๆ บอๆ เอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยสอดแทรกเกี่ยวกับข้อมูลวิชาการไป ถ้าเป็นเรื่องนิทานอีสัสเล่มก่อนจะแยกเนื้อหาเรื่องส่วนหนึ่ง กับข้อมูลอธิบายส่วนหนึ่ง

แต่เรื่องนี้ไม่มีแยกอะไรทั้งนั้น ใส่ลงไปในเนื้อเรื่องให้เนียนๆ เลย อย่าง HIV ตัวบอสในหนังสือกระปู๋แมนของผม ปกติคนที่ติดเชื้อ HIV จะอาการหนักจากภูมิต้านทานต่ำลง ทำให้เกิดเชื้อฉวยโอกาส ผมก็เขียนไปว่า มันทำให้พระเอกติดเชื้อ…คือมันสอดแทรกประเด็นนี้เข้าไปในเนื้อหาเลย

GM Live : ถ้าแบ่งสัดส่วนการ์ตูนทั้งหมดในเรื่อง จ่าเขียนส่วนไหนบ้าง

ทุกอย่างเลย เขียนเรื่อง วาดสตอรีย์บอร์ดทุกอย่าง แล้วไปจ้างคนวาด จ้างเยอะนะ จ้างคนวาดปก คนวาดภาพ คนลงสี มีคนที่เป็นแขกรับเชิญ วาดหน้าพิเศษ ใส่เอฟเฟกต์เข้าไป หลายคนอยู่ (เขียนนานไหน) ปีครึ่ง โคตรนานเลย (หัวเราะ)

เรื่องคนวาด ผมเลือกเองทั้งหมดเลยนะ ก่อนอื่นเราดูความเหมาะสมของลายเส้น คนวาดชื่อ RogerIS วาดการ์ตูนหมอติดเกาะเล่มก่อน แล้วก็ก่อนหน้าที่จะติดต่องานของเขา ผมรู้จักเขาตั้งแต่ทำการ์ตูนในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เมื่อก่อนเขาวาดการ์ตูนสั้นที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ที่มีแต่ก้นหรือตูด ผมรู้สึกว่าลายเส้นคนนี้โคตรเหมาะกับเรื่องที่ผมเขียนอยู่ ก็เอาสตอรีย์บอร์ดไปให้เขา จ้างเขียนกัน

ส่วนลงสีก็ติดต่อพวกเขียนไดอารี่ เมื่อก่อนเคยทำการ์ตูนให้ความรู้เด็กๆ วิธีลงสีก็เหมาะเลย สีลูกกวาดเลย เหมาะให้เด็กอ่าน ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นกัน

แล้วก็มีอีกคนที่ชวนก็เป็นตาท๊อป ก็อดซิลล่า คนรู้จักจากเพจพี่กอ ซึ่งอันนี้ก็รู้กันว่ามีเรื่องเกี่ยวกับอวัยวะเพศ จริงๆ แล้วที่ผมจ้างแกจะวาดภาพมากกว่านี้ แต่มันอุจาดเกินไปเลยต้องตัดออก

คนวาดหน้าปกคือคุณ Beast ผมไปหาในกลุ่มวาดรูป ตอนนั้นเนื้อหาครบหมดแล้วเหลือแต่หน้าปกอย่างเดียวก็คิดว่าเอายังไงดีวะ อยากได้หน้าปกแบบเรโทรหน่อยๆ ก็ไปถามว่ามีใครวาดรูปแนวนี้ได้ไหม คุณ Beast ก็ติดต่อมา เขาเป็นนักวาดที่เคยไปประกวดที่ญี่ปุ่น ได้รางวัลเหรียญทองแดงกลับมาด้วย ผลงานก็น่าพอใจเลย

GM Live : ระหว่างเขียนมีเจอดราม่าหรือเรื่องที่คนมาปรึกษาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์แล้วเอาไปใส่ด้วยไหม

ไม่ๆ เราพบตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรเลย สตอรีย์บอร์ดนี่มีตั้งแต่ต้นแล้ว แต่มันอาจไปใกล้เคียงกับประเด็นดราม่าพวกฉีดเสริม น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นเรื่องที่พบบ่อย แต่บังเอิญเกิดดราม่าพวกนั้นแล้วด้วยพอดี (ในเล่มมี “ขนมปังไส้กรอก” ไหม) ไม่มี๊ (เสียงสูง) แต่มีเรื่องน้ำมันมะกอก

เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่อยากเป็นแบบกระปู๋แมนเลยไปฉีดน้ำมันมะกอกแล้วกลายเป็นแบบกระปู๋แมนแค่ตอนแรก แต่มันทำให้ทรงผิดรูปร่างไปแล้วกลายไปเป็นผิดรูป

GM Live : เรื่องที่คนส่งข้อความมาปรึกษาในเพจเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้บ้างไหม หรือถ้าไม่เกี่ยว คิดว่าเรื่องไหนที่คนส่งมาแล้วจ่าเห็นแล้วรู้สึกน่ากลัวที่สุด

(หัวเราะ) มีคนส่งภาพรูตูดมาให้ แล้วมีหูดขึ้นเต็ม เขาก็ถาม หมอจ่า หมอจ่า นี่ภาพตูดผม เป็นหูดหงอนไก่หรือเปล่า เราก็แบบ เอ่อ ก็ให้คำแนะนำไปให้ไปหาหมอ คือมันเป็นแบบนี้ คนส่วนมากเข้าไม่ถึงข้อมูล และไม่กล้าไปหาหมอ เราก็เลยทำหนังสือ ปกติคนที่เป็นแผล เป็นเริม เวลาไปหาดูในเน็ตคนไม่กล้าดูหรอก ภาพมันน่ากลัวมาก พอเรานำเสนอข้อมูลที่น่ากลัวคนจะเบือนหน้าหนี คือไม่สนใจอ่านอยู่แล้ว

เราก็เลยเอากระปู๋แมนมาทำให้ดูไม่น่ากลัว แล้วว่ารูปแผลที่เกิดจากซิฟิลิส หรือแผลจากเริม วาดไปบนตัวกระปู๋แมนเลย ให้คนเห็นแล้วเอาไปเปรียบเทียบในหัวเองเลยว่าเป็นอย่างไร แต่ก็จะทำให้คนเขาดูจากหนังสือแล้วพอเดาว่า แผลเป็นแบบนี้ เป็นเชื้อตัวนี้ไหม ควรไปหาหมอหรือเปล่า

GM Live : แสดงว่าส่วนหนึ่งที่ทำหนังสือมาจากมีคนมาถามบ่อยในเพจ

เอาจริงๆ มีหลายปัจจัยมาก มีหลายประเด็นทำให้ทำหนังสือเล่มนี้ อย่างแรก เคยเขียนเกี่ยวกับขลิบ ถ้าไม่ขลิบจะมีขี้เปียกหมักหมมทำให้เกิดมะเร็งอวัยวะเพศ โห คนหลังไมค์มหาศาลเลย จากที่ทำแบบไม่ได้คาดหวังอะไร เขาบอกว่า เพิ่งรู้ว่ามันต้องขลิบ มันสามารถถอกได้ เพิ่งรู้ว่ามีมะเร็งกระปู๋ เราก็แบบอะไรกันวะ คือเราเรียนแพทย์ เป็นเรื่องพื้นฐาน ส่วนประชาชนเขาไม่รู้กันจริงๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว

ระบบการศึกษาบ้านเราต้องเปลี่ยนหลักคิดแล้ว ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีก 10 ปี 20 ปี คนก็ไม่รู้เรื่องเพศศึกษาเหมือนเดิมเลยก็ได้

การเรียนการสอนบ้านเรามันอนุรักษนิยม ไม่พลิกแพลง การเรียนการสอนถ้าสอนแต่เนื้อหาแม่งน่าเบื่อ ลองไปนั่งฟังถ้าอาจารย์พูดไม่สนุก แป๊ปเดียวก็จะหลับแล้ว แต่ถ้าเจออาจารย์มีลูกล่อลูกชนนำเสนอเก่ง มีแอนิเมชั่นมานำเสนอ 40 นาที 60 นาที แป๊ปเดียวผ่านเลย มันเพลินมาก ผมว่าเราก็ใช้หลักคิดแบบนั้น สมัยเรียน อาจารย์เราก็บอกว่า เวลาทำหนังสือหรือโปสเตอร์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ อย่าทำซีเรียส ทำให้บวกๆ เข้าไว้ ไม่อย่างนั้นประชาชนไม่สนใจ

โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2018

GM Live : มีคนวิจารณ์เรื่องความเหมาะสมของภาพหน้าปกหรือเนื้อหาในเล่มบ้างหรือยัง

ยังไม่มีเลยเนี่ย รออยู่ (หัวเราะ)…ผมเซ็นเซอร์เอาไว้แล้วนะ จริงๆก็ใส่มุกเรื่องนี้เข้าไปด้วย คือบ้านเราแม่งเป็นประเทศที่แปลก เราโอเคกับปลัดขิก แต่ไม่โอเคกับดิลโด้ (อวัยวะเพศเทียม) ผมแซวเรื่องนี้ไว้ แต่หน้าปกก็เซ็นเซอร์เอาไว้ให้ปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ตัวเนื้อหา ผมว่าถ้าคนที่หยิบมาอ่านสักครั้งจะเข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้

เนื้อหาด้านในไม่ได้ลามกหรืออุจาดเลย เป็นเรื่องเพศศึกษาล้วนๆ ซึ่งเหมาะกับให้เด็กอ่านมาก การที่เอาตัวกระปู๋เป็นสัญลักษณ์ของฮีโร่ตัวนี้ เอาขึ้นปก อย่างหนึ่งที่ต้องการสื่อคือเรื่องเพศบ้านเราคนไม่ค่อยกล้าพูดกัน เป็นเรื่องน่าอับอาย ผมต้องการสื่อว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายเว้ย เป็นเรื่องปกติ เราก็ทำหน้าปกแบบนี้แม่งเลย

คนที่จะอ่านเล่มแบบนี้ได้ต้องก้าวข้ามความเชื่อว่าเป็นเรื่องน่าอาย เขาจะไม่มองเป็นเรื่องน่าอาย อาจมองว่าปกแบบนี้ การเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเป็นเรื่องปกติขึ้นอีกระดับหนึ่งในสังคมไทยแล้ว

อันนี้เป็นเป้าหมายหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ ผมต้องการปรับบรรทัดฐานของสังคม คือให้พูดเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เด็กกล้าพูดเรื่องนี้ กล้าพูดเรื่องนี้กับครู หรือพ่อแม่เพื่อให้เพศศึกษาเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างราบรื่นมากขึ้น เด็กถึงจะเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น

GM Live : สมมติว่าฮีโร่พันธุ์นี้ของจ่าเด็กชอบกันทั้งเมืองขึ้นมา ไม่กลัวว่าเด็กจะอยากทำตามเป็น “กระปู๋แมน” ประดิษฐ์หัวแบบตัวละครออกมาวิ่งเล่นกันหรือ

ก็ดีสิ ทำไมล่ะ น่ารักดีออก โอ้ย ลองไปดูเทศกาลของญี่ปุ่น มันจะมีศาลเจ้าที่บูชาสัญลักษณ์แบบนี้ พอถึงเทศกาลก็จะมีคนเอาปลัดขิกมาทำเป็นขนม เป็นลูกอม เอาหามเกี้ยวแห่ทั้งเมือง ผมก็ว่าน่ารักดีนะ หรืออย่างของญี่ปุ่นก็มีเอาทรงอวัยวะมาใส่หน้ายิ้มแล้วทำเป็นกระปู๋เดินได้ ผมว่ามันก็โอเค ก็ดูน่ารักดี

GM Live : ตั้งเป้ารายได้ และผลกระทบจากหนังสือนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรในสังคมทั่วไป

อยากให้เป็นตัวที่จะมาปฏิวัติการสอนเพศศึกษาบ้านเรา ให้เด็กไทยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษามากขึ้น กล้าเอาประเด็นพวกนี้มาถกเถียง มาพูดคุยกันมากขึ้น สมมติว่าถ้าเป็นไปได้สวย อาจช่วยให้เรื่องเกี่ยวกับท้องไม่พร้อม หรือโรคติดต่อในเพศสัมพันธ์น้อยลงบ้างก็ดี ถ้าเป็นไปได้สวยก็วางแผนทำเล่ม 2 เล่ม 3 ผมวางเป้าในหัวแล้ว แต่ผมรอดูยอดขายก่อน ถ้าไปด้วยสวยจริง อาจทำแอนิเมชั่นด้วย

GM Live : โห แอนิเมชั่นมันจะผ่านการตรวจสอบไหม

(หัวเราะ) ไม่แน่นะ ถ้าทำจริงอาจต้องไปคุยกับต่างประเทศก่อน (แล้วเรื่องรายได้?) ตอนนี้พิมพ์ไปหมื่นกว่าเล่ม พิมพ์ครั้งแรกนะ เดี๋ยวรอดูก่อน เล่มก่อนๆ นิทานอีสัสแต่ละเล่มได้ประมาณ 3 หมื่นเล่ม เล่มนี้อยากให้ได้มากกว่านั้น สัก 3-4 หมื่นเล่ม

ที่สำคัญคืออยากเอาไปขายตลาดต่างประเทศด้วย พยายามทำเนื้อหาให้เป็นสากลด้วย ชาติไหนก็อ่านได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไทยเท่านั้น มีแผนจะแปลเป็นภาษาอื่น แต่ยังไม่ได้ทำ เดี๋ยวสัก 2-3 เดือนอาจไปญี่ปุ่น เพราะเกริ่นกับสำนักพิมพ์แถวนั้นไว้ ถ้าเป็นไปได้อาจลองเอาไปขายดูด้วย

GM Live : สมมติหนังสือกลายเป็นกระแสแล้วไปในช่วงสัปดาห์หนังสือ จ่าคิดทำมาสค็อตไหม

(หัวเราะ) เออ กำลังคิดอยู่ (พ่อแม่มาเห็นจะรู้สึกไม่แปลกเหรอ?) ไม่หรอก ถ้าทำคงทำแบบกวนตีนหน่อย มีเซ็นเซอร์ไว้ด้วย มีเบลอไว้

GM Live : แสดงว่าจ่ายังคิดว่าเอารูปแบบนี้ขึ้นก็ยังอุจาดตา

อาจต้องเป็นทีละขั้น อยู่ๆ จะเอาหน้าปกกระปู๋ ที่เห็นกันอันนั้นเวอร์ชั่นเซ็นเซอร์นะ ถ้าเป็นภาพจริงก็เต็มๆ เลย แต่เราก็เซ็นเซอร์ไว้ให้มันซอฟต์ลง ผมว่ามันต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าอยู่ๆ ลงเลย อาจ Culture Shock

GM Live : จากหนังสือเล่มนี้ จ่าอยากบอกอะไรกับคนที่อยากรู้เรื่องเพศศึกษาแต่ไม่กล้าพูดกับคนอื่น หรือคนในวงการแพทย์หรือวงการการศึกษาที่เห็นตรงกับจ่าว่าจำเป็นต้องปฏิรูป

ผมว่าต้องลองดูการทดลองจากหนังสือเล่มนี้ดูก่อนว่ามันจะทำให้เกิดผลกระทบแบบหนังสือนิทานอีสัสหรือเปล่า นิทานอีสัสผมค่อนข้างภูมิใจมาก จากที่นำเสนอเรื่อง CPR ลงไป กลายเป็นว่ามีพ่อแม่ติดต่อมาเยอะมากเลย หนังสือเล่มนี้ทำให้ลูกๆ เขาสนใจตาม ถ้าในกระปู๋แมนสามารถทำให้เกิดผลกระทบแบบนั้นได้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากให้ความรู้ประชาชนด้านนี้น่าจะลองหันมาทำแบบนี้กันดูบ้าง

ตอนนี้ก็มีจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไป และสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ได้เช่นกัน

 

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

5 เล่มกระเทาะสมอง
และวิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์

Vision

หนังสือที่สาบสูญ

Entertainment

หนังสือเล่มละบาท

Life

อยากซื้อปืนก็ปลูกต้นไม้สิ ชาวอินเดียต้องปลูกต้นกล้า ก่อนได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธ

Vision

เตือนภัยล่วงหน้า 80 ปี ชุมชนริมฝั่งในออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศพร้อมรับมือน้ำท่วม

Vision

ผู้ชายแพ้ท้องแทนเมียได้จริงหรือ?

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup