x

เทคโนโลยีอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำร้ายอุตสาหกรรมดนตรีเมื่อมนุษย์ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในทางที่ส่งผลลบต่อคนสร้างงาน แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธได้ยากว่าเทคโนโลยีเป็นสะพานช่วยให้คนสร้างงานได้รับประโยชน์หยิบฉวยวัตถุดิบต่างๆ มาสร้างสรรค์งานที่น่าสนใจมากขึ้นอย่างงานของวง “เครื่องบิน” (Khruangbin) ที่ผลิตงานได้น่าสนใจในยุคที่การหาหรือสร้าง “สิ่งใหม่” เป็นเรื่องยากเย็น 
 
อินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนสร้างและเจ้าของงานดนตรีปวดหัว ตั้งแต่เริ่มกรณีเว็บแน็ปสเตอร์ (Napster) แล้ว มาจนยุคดาวน์โหลดและสตรีมมิง ศิลปินก็ยังถกเถียงเรื่องอัตราส่วนแบ่งรายได้ที่เหมาะสมอยู่ดี ในแง่แพลตฟอร์มทางการค้าสำหรับศิลปิน เทคโนโลยีเป็นทั้งช่องทางและปัญหาที่ชวนปวดหัว ถ้ามองในแง่วัตถุดิบหรือเครื่องมือสำหรับผลิตงานแล้ว อินเทอร์เน็ตเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับชิ้นงานทางดนตรีที่มีพัฒนาการอย่างน่าสนใจ 
 
เมื่อคนจากอีกซีกโลกสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมดนตรีของอีกฟากหนึ่งได้อย่างง่ายดายผ่านการคลิกไม่กี่ครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่รวดเร็วขึ้น ฝั่งตะวันตกสามารถดื่มด่ำกับอรรถรสดนตรีท้องถิ่นของตะวันออกที่เข้าถึงได้อย่างง่ายดาย 
 
นับแต่นั้นมา วงอย่าง The Paradise Bangkok International Band (คลิกอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษที่นี่) ซึ่งก่อตั้งโดยชาวไทยที่แม้จะอาศัยอยู่ต่างประเทศมาในวัยเด็กแต่กลับหลงเสน่ห์ดนตรีท้องถิ่น-ดนตรีพื้นบ้านไทยยุค 60s-80s จนหยิบองค์ประกอบดนตรีหมอลำมาผสมกับโครงสร้างดนตรีสากล สร้างงานและต่อยอดเป็นวงดนตรีให้เข้ากับสายงาน ตระเวนโชว์ในเทศกาลดนตรีและงานแสดงดนตรีต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าส่งออกวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ศูนย์กลางหรือวงรอบท้องถิ่นเจ้าของวัฒนธรรมไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกับวัฒนธรรมดนตรีสายนี้เท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับดนตรีไทย-สากลหรือวัฒนธรรมดนตรีชนิดอื่นที่นำเข้าจากต่างประเทศ
 
ชื่อเสียงที่โด่งดังในต่างแดนของ The Paradise Bangkok International Band ย้อนกลับมาให้คนในท้องที่เองสนใจ จนเริ่มมีคนดนตรีเริ่มสร้างงานลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้น 
 
ระหว่างที่ดนตรีหมอลำ-ลูกทุ่ง ดนตรีท้องถิ่นพื้นบ้านของไทยกำลังไปได้สวยในโลกสากล ปรากฏการณ์การส่งออกวัฒนธรรมที่มีลักษณะคล้ายกับเรื่องราวของวงดังของไทยกำลังเกิดขึ้นกับวงดนตรีสัญชาติอเมริกันอย่างเงียบๆ (จากการรับรู้ของคนไทย) 
 

 
กำเนิดวงเครื่องบิน
 
เดิมทีดนตรีอเมริกันและอังกฤษเป็นชุมชนดนตรีที่ทรงอิทธิพลของโลก แต่ด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี ปรากฏการณ์ส่งออกวัฒนธรรมของไทยกำลังก่อตัวขึ้น เมื่อวงดนตรีอเมริกันหยิบวัตถุดิบของ “หมอลำ-ลูกทุ่ง” ไปประยุกต์ สร้างงานเป็นของตัวเอง
 
ปี 2018 คือช่วงเวลาที่ “วงเครื่องบิน” (Khruangbin) วงจากฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทัวร์รอบโลกอย่างจริงจังหลังถูกจับตาจากช่วงติดเครื่องสร้างงานที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองได้ไม่กี่ชิ้นเมื่อ 2-3 ปีก่อน 
 
วง “เครื่องบิน” เป็นวงทริโอ (เครื่องดนตรี 3 ชิ้น) มีกีตาร์ (มาร์ค สเปียร์) , เบส (ลอร่า ลี) และกลอง (โดนัลด์ จอห์นสัน) พวกเขาได้อิทธิพลจากดนตรีท้องถิ่นหลายแห่งทั้งโทนแบบโซล-แจ๊ส, ดนตรีอัฟกัน, อินเดีย, อิหร่าน, เอเชียฟังก์ และซูค (Zouk : ดนตรีแถบคาริบเบียน) แต่ที่น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในโครงสร้างดนตรีและอิทธิพลในการสร้างงานคือดนตรีท้องถิ่นของไทยอย่าง “หมอลำ-ลูกทุ่ง”
 
ดนตรีของวง “เครื่องบิน” มีกลิ่นอายของสำเนียงหมอลำผ่านกรูฟเบส ที่สำคัญคือสำเนียงและซาวด์กีตาร์ของมาร์ค ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีนำของวงที่กรีดสายออกมาแล้วได้กลิ่นสำเนียงพิณจากหมอลำ และนำเสนอควบคู่กับสไตล์ดนตรีที่อยู่ในกรอบแนวคิดแบบ “เวิลด์ มิวสิค”
 
สำเนียงหมอลำจากกีตาร์ของมาร์ค ได้อิทธิพลจากบล็อกเกี่ยวกับดนตรีหมอลำและลูกทุ่งยุค 60s-70s ซึ่งมาร์ค ท่องเว็บไปจ๊ะเอ๋กับบล็อกที่รวบรวมงานดนตรีท้องถิ่นไทยเอาไว้ 
 
“ผมลองฟังแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ เราต้องฟังไปตลอดเวลาที่เราเดินทาง ไปห้องอัด ไปตามที่ต่างๆ แต่เราไม่ได้ตั้งใจให้วงมีซาวด์แบบนั้นเป๊ะๆ แต่มันเป็นสิ่งที่เราฟังและนำมาผสมกับงานทุกอย่างของเรา” มาร์ค กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ vpro VG
 
 

 
หมอลำ-ลูกทุ่งในงานของวงเครื่องบิน
 
ซาวด์และสำเนียงที่หลากหลายจากกีตาร์ของมาร์ค เสมือนหัวหอกทางดนตรีที่สะท้อนรากของวงซึ่งมีความหลากหลายในฉากหลัง สมาชิกหลักอย่างมาร์ค และโดนัลด์ จอห์นสัน (กลอง) เคยเล่นดนตรีกอสเปลในโบสถ์มาก่อน (โบสถ์เซนต์จอห์น ซึ่งอยู่ในย่านเดียวกับที่บียอนเซ่ และคนมีชื่อเสียงในวงการดนตรีอีกหลายคนเติบโต)
 
ขณะที่ลอร่า ลี มือเบสหญิงเรียนด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ และทำงานในพิพิธภัณฑ์ รู้จักกับมาร์ค ผ่านเพื่อนของเพื่อนและบังเอิญเจอมาร์ค ครั้งแรกขณะมือกีตาร์กำลังดูสารคดีดนตรีอัฟกัน ซึ่งเป็นศิลปะที่เธอกำลังศึกษาอยู่จนได้รู้จักกัน
 
ในมุมมองของคนที่คลุกคลีกับดนตรีอเมริกัน โดนัลด์ เล่าว่า ดนตรีหมอลำ-ลูกทุ่งไทยยุค 60s-70s ทำให้นึกถึงดนตรีฟังก์ที่แพร่หลายในสหรัฐฯในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (ซึ่งไทยก็ได้อิทธิพลมาจากดนตรีตะวันตกด้วย)
 
“ดนตรี(หมอลำ-ลูกทุ่ง)ในไทย (ยุค 60s-70s) ที่เราฟัง สำหรับผมให้อารมณ์เหมือนเจมส์ บราวน์ แต่มีเนื้อร้องไทย และมีสำเนียงดนตรีเอเชีย ผมดีใจที่เพื่อนในวงแนะนำให้เรารู้จักกับดนตรีสายนี้ และผมคิดว่านี่มันเจ๋งมาก” โดนัลด์ กล่าว
 
ประเด็นที่น่าพูดถึงอีกอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างที่มาของดนตรีอเมริกันซึ่งดึงวัตถุดิบแบบหมอลำ-ลูกทุ่งไปใช้ คือวิวัฒนาการดนตรียุคนี้ ซึ่งอาจบอกได้ว่า ไม่มีสิ่งใหม่แบบสมบูรณ์อีกแล้ว กระแสนิยมของการย้อนกลับไปใช้วัตถุดิบจากอดีตมาสังเคราะห์เป็นงานใหม่เป็นเทรนด์โลกไปโดยปริยาย 
 
ในช่วงที่คนทั่วโลกกำลังโหยหาศิลปะจากอดีต วงเครื่องบินออกอัลบั้มแรกในปี 2015 ในชื่อ The Universe Smiles Upon You เป็นผลงานใกล้เคียงสาย “เวิลด์มิวสิก” มีเมโลดี้จากกีตาร์ ซึ่งเล่นได้หลากหลายสำเนียง (ตามรายชื่อดนตรีท้องถิ่นที่กล่าวข้างต้น) ขณะที่กรูฟดนตรีได้กลิ่นหมอลำ-ลูกทุ่งจากยุค 60s-70s อย่างชัดเจน และเริ่มทำให้วงการดนตรีหันมาสนใจมากขึ้น กลายเป็นดนตรี "เต้นรำ" ในเทศกาลดนตรีสมัยใหม่ได้อีกทางด้วยซ้ำ (จริงอยู่ว่าวัฒนธรรมดนตรีสำหรับเต้นรำ-ปาร์ตี้ของตะวันตกแตกต่างจากของท้องถิ่นไทยอยู่พอสมควร)
 
ต้นปี 2018  วงออกอัลบั้มที่ 2 ชื่อ Con Todo El Mundo ซึ่งยังมีส่วนผสมดนตรีท้องถิ่นจากทั่วโลกอย่างเข้มข้นภายใต้โครงสร้างแนวคิดและกลิ่นอายที่เชื่อมไปถึงหมอลำ-ลูกทุ่ง (จากสำเนียงและกรูฟของวง) วงเริ่มหยิบจับโทนจากตะวันออกกลางเข้าไปมากขึ้น
 
วงนำอิทธิพลทางดนตรีอิหร่านก่อนหน้าการปฏิวัติในประเทศยุค 70s เข้ามาด้วย ซึ่งช่วงเวลานั้นวงการดนตรีอิหร่านรับวัฒนธรรมดนตรีจากตะวันตก โทนเสียงของดนตรีสมัยนั้นฟังแล้วชวนนึกถึงดนตรีร็อค, ฟังก์ และดนตรีจากผลงานของศิลปินท้องถิ่นอิหร่านเอง 
 

 
ประดิษฐ์วัฒนธรรมใหม่จากของเก่า
 
ช่วงเวลาที่วงทัวร์ในเทศกาลและอีเวนต์ดนตรีรอบโลก ทำให้เห็นศักยภาพในการแสดงสดที่น่าจับตาไม่แพ้สไตล์ดนตรีของวง นอกจากแฟชั่นที่วงนำเสนอผ่านสีสันสดใส ทรงผมหน้าม้าของนักดนตรีเครื่องสาย (น่าจะเป็นวิก) และท่วงท่าการแสดงที่นัดแนะกันมาสร้างสีสันให้กับการแสดงดนตรีสไตล์เวิลด์มิวสิกได้เกินคาด 
 
ลูกเล่นแพรวพราวของมาร์ค ที่กรีดผ่านลวดเหล็กซึ่งเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับแต่งเสียงสร้างบรรยากาศดนตรีร่วมสมัยภายใต้สำเนียงเวิลด์ มิวสิกได้อย่างกลมกล่อม สำหรับคนกีตาร์ที่ได้ยินสำเนียงด้นสดบางท่อนในเพลงอาจนึกถึงนักดนตรีอย่างเจฟฟ์ เบ็ค ถึงจิมมี่ เฮนดริกซ์ ได้เลย หรือบางคนฟังโทนเสียงของหนุ่มรายนี้แล้วอาจนึกถึงสไตล์ดนตรีเซิร์ฟ ไปจนถึงดนตรีแนววง "The Shadows" ในยุค 60s ก็ไม่แปลก
 
ลีลาการเดินเบสของลอร่า ลี มาคู่กับท่าเต้นที่ดูดสายตา(หนุ่มๆ)ได้ ตามมาด้วยกรูฟกลองที่นุ่มนวลมั่นคงตามแบบฉบับดนตรีอาร์แอนด์บี ช่วยให้วงสร้างความประทับใจต่อผู้ชม (สังเกตจากเสียงตอบรับและยอดวิวจากคลิปไลฟ์ต่างๆ ในสื่อออนไลน์) 
 

เทศกาลดนตรี Best Kept Secret 2018 ในเนเธอร์แลนด์ ผู้ชมชูแขนปรบมือเกรียวกราวหลังแสดงจบ (ช่วง 45:20)
 
ในยุคหนึ่ง คนในศูนย์กลางการปกครองของไทยมักติดกับมายาคติ และมุมมองที่หยิบยกวัฒนธรรมกึ่งสากลของตัวเองเป็นศูนย์กลางและเบียดขับวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เสมือนเป็นวัฒนธรรมชั้นรองลงไป แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง วัฒนธรรมท้องถิ่นเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามุมมองที่วางตำแหน่งวัฒนธรรมของตัวเองโดยยึดติดกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และวัดคุณค่าอำนาจการปกครองส่งผลบางอย่างในทางการผลิต 
 
“วงเครื่องบิน” ที่หยิบวัฒนธรรมท้องถิ่นไปผลิตถูกขนานนามว่าเป็น Global Funk หรือดนตรีฟังก์รอบโลกภายใต้แบรนด์ที่เป็นภาษาไทยแถมได้เสียงตอบรับ วงการดนตรียอมรับความสามารถด้วยการอ้าแขนให้พวกเขาเข้าถึงคอดนตรีที่รอคอยโชว์ของพวกเขา (เคยมาแสดงในไทยในเทศกาลดนตรีอิสระ)
 
ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิวัฒนาการของดนตรีหมอลำที่มาอยู่ในยุค “หมอลำซิ่ง” ในฐานะหมอลำสมัยใหม่ถูกวิวัฒนาการไปผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่นได้อย่างลื่นไหล แต่สำหรับในไทยแล้วยังสงสัยหรือมีดราม่าว่าด้วยวัฒนธรรมดนตรีหรือบรรยากาศการบริโภควัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านกันอยู่ 
 
ส่วนคนสร้างสรรค์งานที่แท้จริงเห็นคุณค่าบางอย่างเมื่อมองแบบองค์รวมในฐานะประชาคมโลก คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สามารถนำวัฒนธรรมไปประยุกต์พัฒนาต่อได้ แม้วัตถุดิบต่างๆ ไม่ใช่สิ่งใหม่...คนที่มองออกต่างหากที่สามารถหยิบไปประดิษฐ์สร้างให้เกิด "ปรากฏการณ์" ใหม่ได้