Connect with us

Subscribe

Life

กาแฟ บุหรี่ และหนี้ชีวิตของคาลิล ยิบราน

เรื่อง : วิทยากร โสวัตร

“ฉันเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่อ่อนแอ  แต่สุขภาพของฉันดีเยี่ยมมากเพราะฉันไม่เคยกังวลถึงความเจ็บป่วยนั้น  ฉันชอบสูบบุหรี่และดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ  หากเธอมาเยี่ยมฉันเวลานี้  เธอจะพบฉันนั่งอยู่ในห้องทำงานท่ามกลางม่านหนาทึบของควันบุหรี่และกลิ่นกาแฟ  ฉันชอบทำงาน  ดูเหมือนว่าตลอดชีวิตฉันจะไม่เคยปล่อยเวลาให้ล่วงไปแม้ชั่วอึดใจโดยที่ฉันไม่ได้สร้างสรรค์อะไรขึ้นมา…ฉันให้วันเวลาในชีวิตดำเนินไปกับการแต่งหนังสือและเขียนรูป  ความสุขอันเกิดจากการได้ทำงานศิลปะสองอย่างนี้เป็นความสุขเหนือกว่าความสุขอื่นใดในชีวิตฉัน  วันแล้ววันเล่าที่ประกายไฟแห่งความคิดฝันของฉันได้ถูกหลอมละลายผ่านน้ำหมึกและแผ่นกระดาษ…”

(หนี้ชีวิต A SELF PORTRAIT, คาลิล  ยิบราน,  สมภาร  พรมทา แปลและเรียบเรียง, น.30-31)

ความตายถูกแยกออกจากชีวิตของเราตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

ผมเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง ระหว่างกินกาแฟและจุดบุหรี่สูบ กาแฟนั้นมาจากอเมริกา ส่วนบุหรี่มาจากฝั่งลาว  มันเป็นของขวัญแห่งมิตรภาพจากอาจารย์สองท่าน  ปกติผมจะไม่สูบบุหรี่เลย  แต่สูบเป็น  และถ้าจะสูบผมจะสูบ Marlboro LIGHTS หรือไม่ก็ Marlboro silver และต้องมาจากต่างประเทศเท่านั้น  ไม่ใช่ซื้อในไทย  เหตุผลเดียวคือผมเกลียดฉลากรณรงค์ของไทย 

ผมว่าการออกแบบบุหรี่ยี่ห้อนี้สวยงามมาก  รูปทรงของซอง  สี  ตัวหนังสือ  การจัดวางองค์ประกอบถือว่าคลาสสิก  และถึงแม้ต้องถูกบังคับให้เขียนคำเตือนถึงพิษภัยบุหรี่  การวางคำและตัวหนังสืออย่าง Smoking kills และ Smoking seriously harms you and others around you  มันก็รับกันไปหมด  ทั้งตัวหนังสือสีดำ  รองรับด้วยพื้นสีขาวของซอง  ตัวหนังสืออยู่ในกรอบสีดำในสัดส่วน 1:3 ของพื้นที่  ไม่ต้องมีภาพ (อันนี้ผมถือว่าเคารพสติปัญญาและจินตนาการของเรามาก)  ทีนี้ลองเทียบกับที่เป็นคำและตัวหนังสือและภาพที่ไทยเราใช้สื่อเพื่อรณรงค์ให้คนไม่สูบบุหรี่สิครับ  มันกดทับ  กินพื้นที่ และทำลายความงามไปเสียหมด 

นี่สะท้อนโครงสร้างศีลธรรมของรัฐชาติอย่างถึงแก่น  แต่เวลาเราพูดถึงกรอบคิดด้านศีลธรรม  เรามักจะคิดถึงศาสนา  ถ้าเป็นไทยก็คือศาสนาพุทธ  แต่เราลืมไปหรืออาจไม่รู้ว่าหลักการทางศาสนาพุทธในไทยนั้น  ถูกทำให้เป็นแบบไทยๆ  มาตั้งแต่สมัย ร.๕ – ร. ๖ เพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ ชาติ ศาสนา  พระมหากษัตริย์  ซึ่งก็แค่เลือกเอาบางหลักการของพุทธมาปรับเพื่อรับใช้อุดมการณ์นี้เท่านั้น  แล้วสร้างให้เป็นโครงสร้างศีลธรรม-จริยธรรมหลักของชาติ  แล้วแพร่กระจายผ่านการศึกษาทั้งในและนอกระบบมาจนทุกวันนี้  

และที่สำคัญมันได้ละเว้นด้านสำคัญที่สุดของพุทธศาสนาไป  นั่นคือวิปัสสนา  เพราะเห็นว่า วิปัสสนาเป็นวิชาที่ไม่มีหลักจะสอบไล่ได้และยังทำให้คนมุ่งไปสู่การละจากความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน  ซึ่งนอกจากจะขัดแย้งกับความรักและความยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วยังขัดแย้งกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอีกด้วย  ถึงขนาดที่ในยุคพัฒนาประเทศนับตั้งแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้โจมตีการศึกษาทางด้านวิปัสสนาอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นการสอนศาสนาที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ  กรณีวิวาทะกับ พุทธทาสภิกขุ เรื่อง จิตว่าง ยิ่งชัดเจน*

ทั้งๆ ที่ความตายก็คือบทเรียนสูงสุดของวิปัสสนา !

(*อ่านรายละเอียดได้จาก ๑๐ ปัญญาชนสยาม  เล่ม ๑ ปัญญาชนแห่งรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์  โดยเฉพาะบทที่ ๔ การสถาปนาความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  ของ สายชล  สัตยานุรักษ์)

ผมมีชีวิตผูกพันกับแม่ (2476-2549) และพี่ชายคนโต (2500-2559) และได้มีโอกาสเฝ้าสังเกตการตายของทั้งสองอย่างใกล้ชิด  สำหรับผมการตายของแม่และพี่ชายเป็นความงาม  ความทุกข์ทรมานในพิษไข้นั้นมีแน่นอน  แต่อาการน้อมรับความตายของทั้งสองนั้นเป็นความงดงามหมดจด  เช่นเดียวกับคนในวัฒนธรรมลาวในหมู่บ้านที่ผมเคยพบพานสมัยบวชเณร  ซึ่งทำให้ผมนึกไปถึงการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของผู้คนเหล่านั้น  ที่สอดรับกับคำผะหยา (ปรัชญกวีแบบลาว) ที่พูดติดปากกันเป็นปกติธรรมดา

ซื่อว่าความตายนี้แขวนคอคู่บาทย่าง
ไผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว
อันว่าความตายนี้แขวนคอทุกเซ้าค่ำ
ตื่นมื้อเซ้าเห็นหน้าจังว่ายัง

ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่ก็คือมรณานุสสติทุกๆ ก้าวย่างและลมหายใจนั่นเอง

เรารู้ว่ากาแฟมีโทษ  แต่เราก็กินมันด้วยความรื่นรมย์  และเพื่อกระตุ้นประสาทให้ตื่นขึ้นจากความงัวเงียไม่สดชื่นเพื่อทำงานที่เรารักหรืองานแห่งชีวิต

เรารู้ว่าบุหรี่มีภัย  แต่เราก็สูบและสืดควันสีละมุนด้วยความรื่นรมย์  ผ่อนคลาย  และในบางค่ำคืนที่กรำงานเขียนจนดึกดื่น  ควันสีละมุนนั้นก็ทำให้ความตื้อตึงในสมองปลอดโปร่ง

เช้าวันนั้น…

กาแฟดำร้อนอยู่ในถ้วยกาแฟ  กลิ่นหอมเผยตัวออกมากับไอสีขาวจางๆ  ผมตักน้ำตาลใส่ลงไปหนึ่งช้อนโดยไม่คน  ถือเป็นน้ำตาลช้อนพิเศษในโอกาสที่ได้สูบ Marlboro เพื่อกาแฟคำสุดท้ายความหวานจะได้ติดปลายลิ้นและอาบชุ่มในช่องคอรับควันคำสุดท้าย  สูดลงในเต็มที่และให้อยู่ในร่างนานที่สุด  ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยควันสีขาวละมุนหม่นออกมา –

ให้ตายเถอะ  ผมชอบสีควันบุหรี่เป็นบ้า !

มันทำให้ผมนึกถึงภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของยาเส้นกลิ่นเชอรี่  

ลีลาของเธอละเมียด  ตั้งแต่คลี่กระดาษเปลือกข้าวโพด  หยิบยาเส้นออกจากห่อแล้ววางโรยเรี่ยลง  เกลี่ยให้เสมอ  จังหวะที่เธอพับกระดาษม้วนเข้ามาเหมือนบี้วันเวลาในอดีตและอนาคตให้ป่นสลายลงตรงนั้น 

คุณต้องเห็นแววตาตอนที่เธอมวนเสร็จ  หญิงสาวรูปหน้าเรียว  ผิวสีน้ำผึ้งเข้ม  ผมยาวสลวย  แววตาหยาดแต่มีประกายขบถต่อทุกกฎเกณฑ์ 

ผมกลืนน้ำลายตอนที่ไฟวาบขึ้นที่ปลายบุหรี่  ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เธอหยิบบุหรี่ออกจากริมฝีปากเฉียบแล้วยื่นมา  ผมชอบลีลาควันที่เธอปล่อยออกมาแบบให้มันออกมาเองจากจมูกและปากเรี่ยไล้ไปตามแก้ม  ไรขน  เนินไหล่  และเรือนผม  แล้วก็หายไปในอากาศ

ผมยังจำความรู้สึกในสายควันกลิ่นยาเส้นที่อบร่ำความหอมของเชอรี่จากมือเธอได้ 

และรสจูบนั้น !

ทุกๆ ครั้งที่สูบบุหรี่  ผมรู้สึกได้ถึงรสจูบนั้น  และถ้านั่นเป็นริมฝีปากของความตายผมก็ยินดี.

วิทยากร โสวัตร คนขายหนังสือและคนสวนแห่งฟิลาเดลเฟีย:ร้านหนังสือในสวนดอกไม้

Avatar
Written By

เมื่อกรุงเทพจะคลาย ‘Lockdown’ ในภาวะที่ยังสุ่มเสี่ยงกับ COVID-19

Life

แนวทางการบริหารเงิน 5 ประการในสภาวะวิกฤติ COVID-19

Life

อยู่บ้านไปไหนไม่ได้ ลอง 7 วิธีออกกำลังกายอย่างง่ายโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

Life

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup