Connect with us

Subscribe

Entertainment

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

เรื่อง : ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน 

‘ไม่มีใครซื้อ CD กันแล้ว เดี๋ยวนี้เขาฟังจาก Apple Music หรือ Spotify กันหมด’

ข้อความนี้ก็ดูเหมือนจะจริง 

เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมาหลังจากที่โลกได้เข้าสู่ยุคของบริการ Music Streaming ตลาดการซื้อขายเพลงออนไลน์ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 Apple ถึงขนาดถอนเพลงบางเพลงออกจาก iTunes เพราะต้องการเน้นไปที่บริการ Streaming อย่างเดียว ในเว็บไซต์ Brand Inside ได้มีการรายงานผู้ใช้งาน Music Streaming ในไทย มากถึง 6 ล้านรายในปี 2017 นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องของ CD หรือแผ่นเพลงกันเลย เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครเขาฟังแล้ว 

คำพูดข้างต้นนี้จริงหรือ ? ทำไมสถิติที่ผ่านมาอ้างอิงจากบทความผ่าโมเดลการเปย์ไอดอลจากญี่ปุ่น ถึง BNK48 หลังจากที่เพิ่งเปิดตัว CD Aitakata เปิดตัวมาพร้อมยอดขายกว่า 13,500 แผ่น (ตอนนั้นคนยังรู้จักน้อยด้วยซ้ำ) และแน่นอนว่าพอเพลงยอดฮิตอย่าง คุกกี้เสี่ยงทายมา ก็สามารถขายได้ถึง 30,000 แผ่น ตามมาด้วย Sonichi ที่ 170,000 แผ่น แบบนี้ยังเรียกว่า BNK48 นั้น นอกจากจะมียอดการฟัง Streaming ที่ติดอันดับหนึ่งบน Apple Music และ Spotify หลายครั้งแล้ว รายได้จากการขาย CD ยังกลายมาเป็นรายได้อันดับต้น ๆ ที่ทำให้วงอยู่ได้ด้วยซ้ำ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ตอนแรกก่อนว่าทำไมเราถึงย้ายจากการฟังเพลงบนแผ่นมาเป็นฟังเพลงออนไลน์หรือ Streaming ในปัจจุบัน คนที่ทำให้เรามาฟังเพลงแบบดิจิตอลกันทั่วโลกก็คือสตีฟ จ็อบส์ เขาได้เล่าไว้ในหนังสือ Steve Jobs by Walter Issacson ว่า จ็อบส์เห็นว่าอัลบั้มเพลงยุคหลัง ๆ ที่ศิลปินทำขึ้นมานั้นมีเพลงที่คนอยากฟังจริง ๆ อยู่แค่ 1-2 เพลง ที่เหลือเป็นการใส่อะไรก็ไม่รู้มาให้ครบอัลบั้ม ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แต่ละเพลงในอัลบั้มมีแต่เพลงดี ๆ จ็อบส์เกิดไอเดียว่าเราต้องสามารถเลือกซื้อได้เฉพาะเพลงที่เราอยากจะฟังจริง ๆ ไม่ใช่จ่ายเงินซื้อยกอัลบั้มเพื่อเพลงแค่ 1-2 เพลง ในตอนนั้น การขายเพลงยกอัลบั้มอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 บาท ซึ่งถ้าคิดกันตามมูลค่าจริงแล้ว เพลง 1 เพลง ไม่ควรมีราคาเกิน 30-50 บาทด้วยซ้ำ 

อีกหนึ่งศัตรูของอุตสาหกรรมเพลงคือการโหลดเพลงเถื่อน จ็อบส์บอกว่าคนไม่ได้อยากโหลดเพลงเถื่อน เขาแค่ไม่รู้ว่าจะซื้อของแท้ได้จากไหน การที่มี iTunes เข้ามา ไม่ได้แค่ช่วยให้คนได้เลือกโหลดเพลงไปฟังตามที่เขาอยากฟัง แต่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรมเพลงอยู่รอดด้วย แน่นอนว่าชัยชนะเป็นของ Apple ทำให้ทุกวันนี้เราสามารถฟังเพลงกันได้โดยที่ไม่ต้องซื้ออัลบั้มยกอัลบั้ม 

ทีนี้ย้อนกลับมาที่ BNK48 ของเรา ที่อาจจะสะดุ้งกับคำพูดจ็อบส์ (ที่ไม่ใช่จ็อบซัง) เล็กน้อยในเรื่องของการใส่เพลงมาแค่ให้เต็มอัลบั้ม แต่มีเพลงที่จะขายจริง ๆ เพลงเดียว แต่เราสามารถกล่าวโทษ BNK48 ได้จริงหรือเปล่าที่ขายเพลงแบบอัลบั้ม หรือซีดีในความหมายของ BNK48 กับความหมายของศิลปินยุคก่อนมันแตกต่างกัน ? 

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในทวิตเตอร์ได้มีการแชร์รูปอัลบั้มเพลง Teacher Teacher ที่มียอดการพรีออเดอร์ถึง  2.58 ล้านแผ่น ของวง AKB48 หลายร้อยแผ่นถูกนำใส่ถุงขยะไปทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2017 ได้มีกรณีคล้าย ๆ กันคือมีคนทำ CD ของ HKT เกือบพันแผ่นไปทิ้งบนภูเขา (เนื่องจากในญี่ปุ่นนั้นการจะทิ้งขยะต้องมีค่าบริการ) ใครที่ติดตามวัฒนธรรม Idol แบบ AKB, SKE หรือ BNK ก็น่าจะพอเดาออกได้ว่าพวกเขาทำแบบนี้ทำไม แต่ใครที่ไม่รู้เหตุผลก็คือในซีดีจะมี “บัตรเลือกตั้ง” ไว้สำหรับโหวตสมาชิกวงที่ตัวเองชอบ ให้มีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ ของวงนั่นเอง การที่พวกเขาซื้อ CD ก็เหมือนกับการซื้อบัตรเลือกตั้ง 

สิ่งนี้นำมาซึ่งคำถามที่ว่า สรุปแล้วยอดขาย CD เป็นเพราะคนอยากได้ CD หรือเพราะยัดเยียดให้คนซื้อกันแน่ ? ซึ่งถ้าเป็นการยัดเยียด สิ่งนี้ก็ดูจะแย่กว่าการยัดเพลงมาให้เต็มอัลบั้มซะอีก 

แม้ว่าในไทยจะยังไม่มีการเลือกตั้ง แต่ก็กำลังจะมีในอนาคต (พูดถึง BNK48 จริง ๆ นะ) แต่สิ่งหนึ่งที่ตามมากับ CD เลยก็คือ “บัตรจับมือ” ที่แถมมากับ CD อัลบั้มแล้วอัลบั้มเล่านั่นเอง 

การออกแบบสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาบนโลก ควรจะเป็นการแก้ปัญหาหรือให้คุณค่ากับอะไรบางอย่าง คำถามก็คือแล้ว CD เพลงไอดอลนั้น ให้คุณค่ากับอะไร ? ประสบการณ์ฟังเพลงที่ดีขึ้น ? ทำให้ยอดขาย CD อื่นพุ่งตาม ? หรือทำให้ยอดขายเครื่องเล่น CD เพิ่มขึ้น ? ถ้าไม่มี หรือไม่ได้คิดมา ก็อาจจะเป็นโจทย์ต่อไปว่า มันมีประโยชน์อะไรกับอุตสาหกรรมบันเทิง ถ้าไม่ใช่แค่ทำให้รายได้ของวงเพิ่มขึ้น และมีสิ่งของที่ไม่จำเป็นรกบ้าน หรือถูกนำไปทิ้ง 

เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว หรือว่า CD จะเป็นเพียงสัญลักษณ์ของคำว่า “เพลง” เท่านั้น แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หรือเปลี่ยนเป็นแจก Flash Drive ให้คนสามารถไปใช้งานได้จริง ๆ ก็เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ เพื่อไม่ให้ CD เป็นแค่เครื่องมือที่แสดงความเป็นวงดนตรี จะบอกว่าเก็บสะสมก็ไม่ใช่ เพราะเราก็สามารถสะสมอย่างอื่นได้ อีกเหตุผลนึงที่ยอดขาย CD พุ่งสูงกว่าของที่ระลึกอื่น ๆ ส่วนหนึ่งก็อาจมาจากเรื่องราคา เพราะในเว็บไซต์ของ BNK48 ของที่ระลึกที่ราคาถูกที่สุดรองจากรูปถ่ายแล้วก็คือ CD นี่แหละ 

เราได้เห็นกรณีตัวอย่างของแผ่น CD ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน และไม่ได้ให้คุณค่าอะไรกับใครมากนัก แม้จะมียอดขายที่สูงลิบชนะวงอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้ให้มีเหตุผลการมีอยู่ในโลกยุค 2018 นี้ ยุคที่หลาย ๆ อย่างกลายมาอยู่บนออนไลน์หมด ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและเราต้องเป็นคนตัดสินว่า การเปย์ไอดอลผ่านการซื้อ CD นั้น สร้างสรรค์หรือเป็นการทำลายอุตสาหกรรมบันเทิงกันแน่  

อ้างอิง

http://www.asahi.com/ajw/articles/AJ201710170045.html

https://japantoday.com/category/entertainment/idol-group-akb48-sells-2.5-million-copies-of-new-cd-bags-full-of-them-end-up-in-trash-days-later

Written By

เติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน หลุดลูปการศึกษาที่ทั้งฆ่า ทั้งทำร้ายเรา

Interview

อย่าทำให้คำว่าป่วยเป็นคำแบ่งเขาแบ่งเรา และทุกคนต่างไม่มีใครปกติ

Life

การย้ายถิ่นฐานไปอวกาศ ถนนสู่ดวงดาวของมนุษย์

Life

ปลอม! เปลือก!

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup