Connect with us

Subscribe

Top Watch

Jaeger-LeCoultre
ถ่ายทอดความงดงามของท้องฟ้ายามราตรีใน
Master Grande Tradition Tourbillon Céleste

เผยรูปโฉมใหม่ของเรือนเวลารุ่น Master Grande Tradition Tourbillon Céleste ที่ Jaeger-LeCoultre รังสรรค์ความแตกต่างไปจากผลงานรุ่นก่อนหน้า ภายใต้รูปแบบอันร่วมสมัยและโดดเด่นด้วยงานออกแบบใหม่ ที่สะกดสายตาได้ตั้งแต่แรกเห็น

บรรจบกับโอกาสครบ 15 ปีของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง Jaeger-LeCoultre และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Venice International Film Festival ที่แบรนด์ผู้ผลิตเรือนเวลานี้เป็นผู้สนับสนุนหลัก และยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ร่วมสมัย โดยเฉพาะการมอบรางวัล Jaeger-LeCoultre Glory to the Filmmaker Award ให้กับเทศกาลภาพยนตร์นี้มาโดยตลอด เช่นเดียวกับการเผยโฉมเรือนเวลารุ่นพิเศษ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งงานเทศกาลภาพยนตร์อันหรูหราสง่างาม

และในปีนี้ Jaeger-LeCoultre ได้เผยความงดงามวิจิตรของนาฬิการุ่นใหม่ใน Master Grande Tradition  Tourbillon Céleste ที่เปิดตัวในระหว่างงาน Venice International Film Festival ครั้งที่ 76 ที่ผ่านมา โดยเฉกเช่นเดียวกับการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ที่ภายในเรือนเวลานี้ได้หลอมรวมไว้ด้วยที่สุดของความงดงาม ผสานเข้ากับอัจฉริยภาพด้านจักรกล โดยบรรจุไว้ด้วยฟลายอิ้งตูร์บิญองแบบหมุนโคจร (orbital flying tourbillon) รอบหน้าปัดหนึ่งรอบในทุก 23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที ซึ่งเป็นระยะเวลาเท่ากับ 1 วันดาราคติ (sidereal day) ที่สั้นกว่าวันซึ่งกำหนดโดยดวงอาทิตย์วันละ 4 นาที โดย 1 วันดาราคตินี้คำนวณมาจากการอ้างอิงดาวฤกษ์ซึ่งอยู่ไกลมากกว่า แทนที่จะเป็นการกำหนดโดยอาศัยดวงอาทิตย์

จักรกลฟลายอิ้งตูร์บิญองหมุนแบบโคจรนี้ ยังปรากฏอยู่บนหน้าปัดซึ่งจำลองสุนทรียภาพแห่งท้องฟ้ายามราตรีของซีกโลกเหนือ ถ่ายทอดด้วยความงามวิจิตรของกลุ่มดาวในปฏิทินจักรราศี และล้อมกรอบโดยวงแหวนรอบนอกซึ่งแสดงรูปสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงเครื่องหมายทรงสามเหลี่ยมเล็กๆ ทำจากทองที่หมุนครบรอบบนหน้าปัดในทุกๆ ปี เพื่อแสดงว่าเรากำลังอยู่ ณ ตำแหน่งใดของปฏิทินดวงดาวที่ใช้กันมาแต่โบราณนี้

ออกแบบใหม่ด้วยหน้าปัดบรรจุลวดลายและการแสดงต่างๆ ที่มีมิติแตกต่างไปจากเดิม และสามารถมองเห็นได้เฉพาะภายใต้แสงน้อยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายบอกชั่วโมง และกลุ่มดวงดาวต่างๆ ที่ในรุ่นนี้เติมด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova™ ชวนให้นึกถึงท้องฟ้ายามราตรีที่พร่างพราวไปด้วยมวลหมู่ดาว และเติมเต็มภาพอันสมบูรณ์แบบให้กับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มได้อย่างกลมกลืน ภายใต้ความสง่างามของตัวเรือนร่วมสมัย ขนาด 43 มม. ทำจากทองขาว ที่นับเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบใหม่ และผสมผสานระหว่างลวดลายพื้นผิวซึ่งผ่านทั้งงานขัดด้านซาตินไปจนถึงขัดแบบไมโครบลาสต์ และขัดเงา พร้อมขับเคลื่อนโดยกลไกจักรกลไขลานด้วยมือ Jaeger-LeCoultre Calibre 946 อันซับซ้อนด้วยชิ้นส่วนประกอบถึง 334 ชิ้น และมั่นใจด้วยการสำรองพลังงานนาน 45 ชั่วโมง กับฟังก์ชั่นอันเที่ยงตรงแม่นยำของการแสดงเวลาชั่วโมงและนาที แสดงปฏิทินจักรราศี แสดงเวลา 24 ชั่วโมง แสดงเดือน พร้อมทั้งฟลายอิ้งตูร์บิญองแบบหมุนโคจร และแผนที่ดาว 

รังสรรค์ขึ้นด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคอันล้ำเลิศและสัมผัสแห่งสุนทรียภาพอันงดงาม Jaeger-LeCoultre Master Grande Tradition  Tourbillon Céleste ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือนนี้ นับเป็นหนึ่งในประดิษฐกรรมเรือนเวลาชิ้นเอกที่หาชมได้ยาก และสะท้อนถึงปรัชญาแห่งจังหวะการเดินทางของเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เสมือนดั่งการเคลื่อนที่ของหมู่ดาวและชีวิตเราซึ่งไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ภายใต้พิภพจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Jaeger-LeCoultre Boutique ชั้น M สยามพารากอน

Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup