Connect with us

Subscribe

Entertainment

หนึ่งวันเดียวกัน อิรัก อิหร่าน และชัยชนะของฟุตบอล

เรื่อง : ปัน ณรัณ

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกจดจำเพียงเรื่องผลของการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็น ชัยชนะของสิทธิสตรีในประเทศอิหร่าน และการยุติโทษแบน 8 ปี ของอิรัก

สองเพื่อนบ้านแห่งดินแดนตะวันออกกลางต่างมีปัญหาเกี่ยวกับข้องกับฟุตบอลในแง่มุมที่แตกต่างกัน

แฟนบอล ‘อิรัก’ ถูกพรากความสนุกในโลกลูกหนังไปเพราะความไม่สงบในประเทศ ทำให้ฟีฟ่าสั่งแบนไม่ให้แข่งฟุตบอลในบ้านของตัวเองตั้งแต่เดือนกันยายน 2011 นับจากวันนั้นพวกเขาต้องใช้สนามของประเทศเพื่อนบ้านแข่งฟุตบอล รวมถึงการที่คนอิรักต้องเดินทางไกลเพื่อส่งเสียงเชียร์ทีมชาติของตนเอง 

ในที่สุด เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง เมื่อฟีฟ่ายุติโทษแบนในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียที่อิรักเปิดบ้านรับการมาเยือนของฮ่องกง ในวันที่ 10 ตุลาคม 2019 เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ที่สนาม Basra international stadium เปิดประตูต้อนรับแฟนฟุตบอลกว่า 65,000 คนเข้ามาเชียร์ฟุตบอลทีมชาติ

ผลการแข่งขันในเกมนั้น อิรัก ชนะ ฮ่องกง 2 ต่อ 0 แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าคือ บรรยากาศของกองเชียร์ในสนามที่ได้ร้องเพลงชาติบนแผ่นดินเกิดของตัวเอง ธงชาติอิรักถูกโบกจากทุกทิศด้วยความภาคภูมิใจ นักฟุตบอลทุกคนวิ่งกันสุดกำลัง ไม่มีใครอยากแพ้ในเกมแห่งประวัติศาสตร์นี้ แม้ว่าหากตัดภาพออกไปนอกสนาม ความวุ่นวายทางการเมืองกำลังครุกรุ่น เมื่อมีเหตุชุมนุมประท้วงรัฐบาลในหลายเมืองใหญ่ ด้วยปัญหาคอร์รัปชั่น และการว่างงานที่เกาะกินไปทั้งประเทศ การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อย บาดเจ็บอีกนับพัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของฟีฟ่าที่พร้อมจะสั่งแบนอิรักอีกครั้งในอนาคต แต่ไม่มีใครขโมยเวลาแห่งความภูมิใจในสนามวันนั้นได้ เวลาการแข่งขัน 90 นาทีได้ปลุกชีวิต และความหวังให้คนทั้งประเทศ เหมือนที่ ซาอัด นาติก (Saad Natiq) ผู้เล่นกองหลังของอิรักได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “นี่คือช่วงเวลาที่ทุกคนเฝ้ารอคอย ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างไร ในที่สุดอิรักก็ได้เล่นฟุตบอลในบ้านของตัวเอง”

ห่างออกไปไม่ไกล ในวันเดียวกันได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการฟุตบอลของประเทศ ‘อิหร่าน’ เมื่อแฟนฟุตบอลผู้หญิงสามารถซื้อตั๋วเข้ามาชมเกมในสนามได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่เจอกับกัมพูชา

ย้อนกลับไปปี 1979 เหตุการณ์ปฏิวัติอิหร่านทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในดินแดนเปอร์เซียแห่งนี้ หนึ่งในเรื่องที่ส่งผลถึงฟุตบอลคือ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงชาวอิหร่านเข้าไปชมเกมการแข่งขันกีฬาทุกชนิดของผู้ชายในสนาม ม่านเหล็กนี้ถูกปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน พร้อมกับกระแสต่อต้านที่มากขึ้นทุกที มีเพียงการแข่งขันพิเศษบางครั้งเท่านั้นที่ผู้หญิงจำนวนหยิบมือได้เข้าไปชมในสนาม แต่ก็เพียงลดแรงกดดันจากทั่วโลกเท่านั้น

ตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา มีผู้หญิงชาวอิหร่านหลายคนลักลอบเข้าไปชมกีฬาในสนาม บางคนปลอมตัวเป็นผู้ชาย ทั้งใส่วิกผมสั้น ใช้ผ้าพันหน้าอก ติดหนวดเคราเฟิ้ม บางคนโชคดีทำสำเร็จ บางคนถูกจับได้ และถูกตัดสินให้จำคุกนานหลายเดือน เพียงเพราะเธอต้องการดูกีฬา

หนึ่งในนั้นคือ ซาฮาร์ โดดายารี (Sahar Khodayari) ที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อจะเข้าไปชมฟุตบอลในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซาฮาร์โดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับได้ ก่อนจะถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำ และโดนศาลในกรุงเตหะรานตัดสินว่า ทำผิดข้อหาร้ายแรงด้วยการปรากฏตัวในที่สาธารณะโดยไม่สวมฮิญาบ และดูหมิ่นพนักงาน ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน

หลังคำตัดสิน ซาฮาร์จุดไฟเผาตัวเอง ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

เรื่องราวของซาฮาร์ถูกพูดถึงไปทั้งประเทศอิหร่าน และทั่วโลก องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งทำหนังสือเรียกร้องให้อิหร่านเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องนี้ได้แล้ว

10 ตุลาคม 2019 ในวันที่ฟุตบอลอิรักได้เล่นในสนามของตัวเองในรอบ 8 ปี ในที่สุดอิหร่านก็ยอมขายตั๋วให้แฟนผู้หญิงเข้าไปชมเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับทีมชาติกับพูชาที่สนามอซาดี้ สเตเดี้ยม (Azadi stadium) โดยให้โควต้าบัตรจำนวน 3,500 ใบ ตั๋วทั้งหมดถูกซื้ออย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า จำนวนที่นั่งยังอยู่ห่างไกลกับสิ่งที่แฟนบอลผู้หญิงชาวอิหร่านหวังไว้ แต่ก็เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่พวกเธอเดินเข้าไปสนามกีฬาโดยไม่ต้องหลบซ่อน 

เกมในวันนั้น ทีมชาติอิหร่านเอาชนะกัมพูชาไปแบบถล่มทลาย 14 ประตูต่อ 0 เป็นผลงานแข่งขันที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้หญิงชาวอิหร่านที่เข้ามาในสนาม คนทั่วโลกได้เห็นความงดงามนั้นผ่านสื่อโซเชียลที่พวกเธอโพสต์ในขณะโบกธงชาติ และร้องเพลงเชียร์อย่างมีความสุข 

ในหนึ่งวันเดียวกันนั้น ฟุตบอลได้เปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างในสองประเทศ แม้ปลายทางของเรื่องนี้ยังอยู่ในเครื่องหมายคำถาม และต้องให้กำลังใจกันแบบยาวๆ

เราคงได้แต่หวังว่า สุดท้ายเรื่องจะจบลงเหมือนชื่อสนาม Azadi stadium ที่อิหร่านเปิดบ้านชนะกัมพูชาในวันนั้น

Azadi ในภาษาเปอร์เซียหมายความว่า เสรีภาพ

Written By

ถ้าพระเจ้าให้ฟื้นจากความตาย คุณจะทำอะไรกับชีวิต

Life

น้ำใจนักกีฬา : คุณอยากเป็นผู้ชนะแบบไหน

Life

จะสิ้นปีแล้วก็ยังห้ามลืม 13 เหตุการณ์สุดสำคัญประจำปี 2018

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup