Connect with us

Subscribe

Life

เมื่อ IQOS บุหรี่ลูกครึ่งของ “ฟิลลิป มอร์ริส” สะเทือนทั่วโลก แต่ไทยยังตีความไม่ออก

นอกเหนือจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ป่วนแวดวงการแพทย์และผู้สูบทั่วไทยเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ถ้ามองภาพกว้างออกไปอีกหน่อย เวลานี้ทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์ที่น่าปวดหัวอีกชิ้นคือ IQOS (ไอคอส) ของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส บริษัทผู้จัดจำหน่ายบุหรี่รายใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก หลังรายงานพิเศษของรอยเตอร์ส เปิดเผยผลสืบสวนสอบสวนเบื้องหลังกลยุทธ์ธุรกิจซึ่งทำให้แวดวงยาสูบตั้งคำถามหลายข้อ

ระหว่างที่สังคมไทยกำลังถกเถียงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า สำนักข่าวรอยเตอร์สเผยแพร่ซีรีส์รายงานข่าวสืบสวนสอบสวนธุรกิจของฟิลลิป มอร์ริส อย่างต่อเนื่อง เนื้อหาบางตอนกล่าวถึง IQOS ซึ่งบริษัทวางให้เป็น “อนาคตใหม่” ของอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2005 โดยบริษัททุ่มงบประมาณศึกษาวิจัยและพัฒนามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้บริหารประกาศวิสัยทัศน์ว่าต้องการสร้าง “บุหรี่ที่อันตรายน้อยกว่ากาแฟหนึ่งถ้วย”

ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทสร้างขึ้นในเวลาต่อมาเรียกว่า IQOS ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าในแนวคิดว่า Heat-not-burn หรือใช้ความร้อนแทนการเผาไหม้

ถูกอธิบายว่าใช้ความร้อนจากแกนกลางแทนการเผาใบยาสูบ วิธีทำงานคือใช้ใบยาสูบบ่มกับ PG (Propylene Glycol) บริษัทอ้างว่าเมื่อไม่มีการเผาไหม้นั่นหมายความว่านักสูบได้รับสารพิษน้อยกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไปอย่างมาก

IQOS วางจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลกตั้งแต่ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในยุโรป จนถึงอิสราเอล บางพื้นที่ในญี่ปุ่นห้ามสูบบุหรี่ แต่อนุญาตให้สูบ IQOS ได้

ฟิลลิป มอร์ริส นำ IQOS บุกตลาดญี่ปุ่นเป็นพื้นที่แรกเมื่อปี 2014 เมื่อมีจำหน่าย IQOS อย่างแพร่หลาย ญี่ปุ่นจึงเป็นข้อมูลพื้นที่อ้างอิงสำหรับผู้บริหารที่เริ่มเดินทางไปเจรจากับหน่วยงานหรือฝ่ายรัฐบาลทั่วโลกให้ยอมรับ IQOS เข้าไปจำหน่ายในประเทศซึ่งจะทำเงินให้บริษัทจำนวนมหาศาล

แม้ฟิลลิป มอร์ริส ทุ่มงบมหาศาลในการศึกษาวิจัยจัดทำรายงานการทดลองใช้งานเป็นอย่างดี แต่ในอีกด้านหนึ่ง ระยะเวลาไม่ถึง 10 ปีอาจเร็วเกินไปสำหรับให้ทั่วโลกยอมรับสิ่งที่บริษัทจัดจำหน่ายบุหรี่กล่าวอ้างในผลิตภัณฑ์ของตัวเองแบบเต็มหัวใจ ขณะที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำงานเป็นผู้บริหารองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเกี่ยวกับยาสูบตั้งคำถามการศึกษาวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับ IQOS นี้

รายงานข่าวระบุว่า ไม่พบความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงการทุจริตในผลทดลองที่บริษัทฟิลลิป มอร์ริส แจ้งต่อองค์การอาหารและยา หรือเอฟดีเอของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเอฟดีเอ จะประกาศผลว่า IQOS สามารถขายในสหรัฐได้หรือไม่ภายในปี 2018 แต่รายงานข่าวตั้งคำถามต่อคุณวุฒิและความเชี่ยวชาญของผู้ทดลองในโครงการศึกษาวิจัยของบริษัท

ถึงจะถูกตั้งคำถามในช่วงเริ่มต้นเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ แต่ความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งคือ IQOS ของฟิลลิป มอร์ริส ทำยอดขายพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า ยอดขายควอเตอร์ล่าสุดเป็นเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เมื่อปีที่แล้วเพิ่งทำยอดขายได้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขยอดขายที่เติบโตบ่งบอกการแพร่กระจายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผลิตโดยบริษัทผู้จัดจำหน่ายบุหรี่แห่งใหญ่ของโลกเป็นอย่างดี

สุญญากาศทางกฎหมาย

เป็นที่รู้กันดีว่ากระทรวงพาณิชย์ประกาศห้ามนำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” เมื่อปี 2557 ประกาศกระทรวงพาณิชย์นิยาม “บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” หมายความว่า “อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เกิดละอองไอน้ำในลักษณะคล้ายควันบุหรี่ไม่ว่าจะกระทำด้วยวัตถุใด ซึ่งใช้สำหรับสูบในลักษณะเดียวกับการสูบบุหรี่” (คลิกอ่านประกาศที่นี่)

จากประกาศนี้ทำให้ผู้ที่ครอบครองสิ่งของต้องห้ามนำเข้าอย่างบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามไปด้วย

ขณะที่ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 แก้ไขนิยาม “ผลิตภัณฑ์ยาสูบ”​ ใหม่ เป็น “ผลิตภัณฑ์อื่นใดที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบหรือพืชนิโคเทียนาทาแบกกุม และให้หมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นใดที่มีสารนิโคตินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งบริโภคโดยวิธีสูบ ดูด อม เคี้ยว กิน เป่า หรือพ่นเข้าไปในปากหรือจมูก ทา หรือโดยวิธีอื่นใดเพื่อให้ได้ผลเป็นเช่นเดียวกัน…”

แต่คำถามที่เกิดคือ ถ้าวันนั้นมาถึง ไทยพิจารณาจัด IQOS เป็นการสูบชนิดใด เมื่อทั้ง 2 ประกาศยังสร้างความสับสนในการตีความจากที่ IQOS มีใบยาสูบ และใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้า

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มลาขาดควันยาสูบ และแอดมินเฟสบุ๊คเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เล่าปัญหาสุญญากาศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ว่า เมื่อถามนักกฎหมายท่านหนึ่งก็พิจารณาว่า อุปกรณ์ใช้พลังงานความร้อนจากแบตก็ต้องเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ห้ามนำเข้า

แต่เมื่อถามนักกฎหมายอีกท่านก็บอกว่าเป็นบุหรี่ เพราะใช้ใบยาสูบ ซึ่งกรณีนี้หมายความว่าบริษัทผู้จัดจำหน่ายสามารถนำเข้ามาจัดจำหน่ายได้

“มองสถานการณ์นี้ว่าไปเกี่ยวพ.ร.บ.ยาสูบ ซึ่งคิดว่าเป็นการจัดผลประโยชน์ที่ยังไม่ลงตัว เมื่อไปเกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ยาสูบ ด้วยภาษีใหม่ด้วย ฟิลลิป มอร์ริส เดินเกมลำบากพอสมควร” นายมาริษ กล่าว

ถึงจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาไม่นานและการศึกษายังถูกตั้งคำถาม แต่เป็นธรรมดาที่กลุ่มผู้สนใจต้องการทราบว่าไทยจะจัด IQOS เป็นผลิตภัณฑ์แบบไหน ในขณะที่จำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงเกือบทุกประเทศในโลก (แม้ในอนาคตอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับยาสูบซึ่งเผยแพร่โดยวารสารการแพทย์แลนเช็ต เห็นได้ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวกับยาสูบเมื่อปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปี 2533) บริษัทผู้ผลิตอย่างฟิลลิป มอร์ริส เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า SFP (Smoke Free Products) ผลิตภัณฑ์ไร้ควันที่เชื่อว่าลดความเสี่ยงจากอันตรายของการเผาไหม้

ไม่ว่า IQOS จะเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือบุหรี่ไฟฟ้า ประเด็นที่น่าสนใจคือผลประโยชน์ของรัฐจาก “ภาษีบาป” ซึ่งเป็นเม็ดเงินมหาศาล และปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางคือการประเมินของรัฐ อย่างไรก็ตาม นายมาริษ มองว่า ปัญหาสำคัญในไทยที่ทุกคนเผชิญคือภาครัฐยังไม่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญสายนี้โดยตรง

“ยังไงรัฐก็ได้ทั้งสองทาง ไม่ว่าจะเป็นอะไร เป็นยาสูบ หรือเป็นบุหรี่ไฟฟ้า เพียงแต่ว่าจะจัดสรรอยู่ในกลุ่มไหน แต่ที่คิดคือคิดว่ารัฐไม่มีกลุ่มบุคลากรเชี่ยวชาญด้านนี้อย่างลึกซึ้งมากพอที่จะตัดสิน แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อตำแหน่งเท่านั้น” นายมาริษ แสดงความคิดเห็น

แพทย์และหน่วยงานรัฐมอง IQOS

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ให้สัมภาษณ์กับ GM Live เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ IQOS ถือเป็นสินค้าเสริมของบริษัทผู้ผลิตซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่แม้แต่สำหรับตัวผู้ขายเอง เมื่อดูเอกสารภายในของบริษัทผู้ผลิตเองพบว่า มีข้อความหนึ่งในส่วนการแนะนำผลิตภัณฑ์ระบุคำเรียกส่วนหนึ่งเป็น “E-cigarette”

นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า IQOS ยิ่งใหม่กว่าบุหรี่ไฟฟ้าชนิดน้ำจากที่เพิ่งออกมาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข้อมูลยิ่งน้อยกว่าบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งข้อมูลที่มีพบว่าอุปกรณ์ชนิดนี้ให้สารพิษเยอะกว่าบุหรี่ไฟฟ้า หมายความว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ใกล้เคียงกับบุหรี่ปกติมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่นักวิชาการก็ยังตั้งคำถามกับงานวิจัยโดยบริษัทผู้ผลิตเอง และมองว่าอาจเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการพิจารณาผลิตภัณฑ์ขององค์การอาหารและยาในสหรัฐฯ

สำหรับการพิจารณาในต่างประเทศ เดอะ การ์เดียน รายงานว่า คณะกรรมการอิสระที่พิจารณาความเป็นพิษในสารที่ปนอยู่ในอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมในสหราชอาณาจักร หรือ Consumer Products and the Environment (COT) ยอมรับว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่ม HNB หรือใช้ความร้อนแทนเผาไหม้ปลอดภัยกว่าบุหรี่ปกติ แต่ยังมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่ดี และไม่ควรมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

ผลการศึกษาจาก COT พบว่า กลุ่มผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ 2 ชนิดในสหราชอาณาจักร ได้รับสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยกว่าบุหรี่ถึง 50-90 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้แปรผันตามอุณหภูมิที่อุปกรณ์ทำความร้อนต่อยาสูบซึ่งมีตั้งแต่ 50-350 องศาเซลเซียส ขณะที่บุหรี่ทั่วไปอุณหภูมิความร้อนจากการเผาไหม้อยู่ที่ 800 องศา

GM Live ติดต่อสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการตีความกฎหมาย และอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทีมนิติกร

Avatar
Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

รักปิด & รักเปิด

Vision

สุภาษิตไทย 101

Vision

เปลี่ยนใหม่…ไฉไลกว่าเดิม!

Vision

เมื่อศิลปินดัง…ขอแยกวง!

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup