x

นับจากปี 2557 ที่มีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ (ซึ่งภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ) ผ่านมา 4 ปีแล้วที่ประเทศไทยยังไม่มีเลือกตั้งทั่วไป
 
และเมื่อทางรัฐบาล คสช. ในขณะนี้เริ่มส่งสัญญาณว่า ใกล้จะมีการเลือกตั้งแล้ว (แต่ใกล้ขนาดไหน ว่ากันอีกที) เราเลยเห็นกระแสที่น่าสนใจของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่กำลังฟอร์มทีมขึ้นมาเพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งในอนาคต
 
ที่สำคัญคือ เราได้เห็นคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่ต้องการผลักดันวาระพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ หรือพรรคเก่าแก่อย่าง ประชาธิปัตย์ ก็พยายามชูภาพคนรุ่นใหม่อย่าง ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสีสันที่น่าสนใจ
 
ส่วนทางฝั่งพรรคใหญ่อย่าง เพื่อไทย แม้ที่ผ่านมาจะเคลื่อนไหวไม่เป็นกระแสในโซเชียลมีเดียเท่ากลุ่มการเมืองที่ว่ามา แต่ในพรรคก็เริ่มมีการฟอร์มทีมให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
 
ฝั่งเพื่อไทย ก็มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่งนำโดยอนุดิษฐ์ นาครทรรพ หากนับอายุทางการเมือง แม้ว่าพรรษาการเมืองของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะยาวนานกว่าจะนิยามว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่เขาได้บอกกับ GM Live ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อายุ คนรุ่นใหม่อาจรวมไปถึงคนที่มีอายุมากแต่รู้จักที่จะพัฒนา ปรับปรุง และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ”
 
อีกคนหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่เคยลุยงานการเมืองมาระยะหนึ่ง และอีกคนคือนักการเมืองหน้าใหม่จริง ๆ นั่นคือ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส คนรุ่นใหม่อายุ 27 ปี ปัจจุบันเรียนระดับปริญญาโทที่รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เขาคิดว่าการเมืองจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นได้จึงสนใจร่วมทีมกับพรรค “เพื่อไทย”
 
บทสัมภาษณ์นี้ แม้ว่าจะคุยกันกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งสามท่านในบ่ายวันฝนตกหนัก อากาศเย็นสบาย แต่ไม่อาจจะลบความร้อนจากดีกรีคำถามที่คนรุ่นใหม่ของพรรคต้องตอบ อย่างเช่น พลังของคนรุ่นใหม่ในพรรคพรรค, ใครจะเป็นผู้นำพรรคในอนาคต, บทบาทของสมาชิกคนสำคัญในพรรคอย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ...ภาพลักษณ์ของพรรคกับเรื่องประชานิยมและทักษิณ ชินวัตร
 
และนี่คือบทสัมภาษณ์จากคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย
 
 
GM Live: ตอนนี้หลาย ๆ พรรคการเมืองกำลังเปิดตัวผู้นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่ออกมาเยอะมาก คิดว่ามันเป็นเทรนด์หรือเพราะอะไรที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเข้าร่วมกับการเมืองมากขึ้น
อนุดิษฐ์: จริง ๆ แล้วเรื่องของการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เฉพาะการเมืองในประเทศไทย ถ้าเรามองดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองของต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐหรือยุโรป คนรุ่นใหม่ก็มีส่วนร่วมกับการเมืองมากขึ้น ในส่วนตัวรู้สึกยินดีและพร้อมตอบรับความหลากหลายของการมีส่วนร่วม เพราะในอนาคตประเทศจะไม่ยึดติดกับบุคคลเก่า ๆ ในส่วนของคนรุ่นใหม่ ๆ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งการเข้ามามีส่วนร่วมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
 
ตรีรัตน์: ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วการเมืองเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเรามาตลอด แต่ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี ทำให้เรามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้ง่ายขึ้น เพราะความจริงแล้วคนรุ่นใหม่สนใจการเมืองมาโดยตลอด และด้วยบริบทของสังคมที่ทำให้โลกเปิดกว้างขึ้น สังคมต่างประเทศที่รับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ รวมถึงสังคมไทยตอนนี้ด้วย ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนให้เราได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง รวมไปถึงพรรคการเมือง อย่างพรรคเพื่อไทย ก็เปิดโอกาศให้คนรุ่นใหม่ได้มามีโอกาสทางการเมืองอย่างมีเสรีภาพมากขึ้น
 
ธีรรัตน์: เรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเราอีกต่อไป ถึงแม้สมัยก่อนจะเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามา เด็ก ๆ สามารถดูคลิปวีดีโอหรือการไลฟ์สดต่าง ๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวของพวกเขาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ และยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ สิ่งเหล่านี้คือพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและเราก็อยากให้มันเกิดขึ้นได้จริงอย่างที่เราและทุก ๆ คนตั้งใจ
 
GM Live: หลังจากที่เราเห็นเทรนด์คนรุ่นใหม่กับการเมืองแล้ว ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่อีกหนึ่งพรรค คิดว่าพลังคนรุ่นใหม่จะมีผลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไร
อนุดิษฐ์: เรามีการเลือกตั้งที่ถูกทำให้เป็นโมฆะไปตอนปี 2557 เพราะฉะนั้นเราอยากนำการเลือกตั้งที่เป็นทางการเหมือนอย่างในปี 2554 ในขณะที่เราคุยกันอยู่ในปี 2561 นี้มันได้ผ่านมา 7 ปีแล้วเกือบ 8 ปี ซึ่งตรงนี้เด็ก ๆ ที่ยังไม่เคยเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเลยมีจำนวนปีละ 1 ล้านคน เพราะฉะนั้นในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา เท่ากับยังไม่เคยมีคนรุ่นใหม่ซึ่งเติบโตและเข้ามามีสิทธิ์เลือกตั้งสูงถึง 7 ล้านหรือ 8 ล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าดูตามกระบวนการทางเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต จะเท่ากับว่าแต่ละเขตจะมีคนรุ่นใหม่ถึง 2 หมื่นคนที่ไม่เคยเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเลย ผมคิดว่าตอนนี้ได้เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงที่มีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เราเข้าใกล้ข้อมูลเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น ไม่เหมือนกับสมัยก่อน เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าพรรคเพื่อไทยมองเห็นและให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ 
 
ตรีรัตน์: มันยิ่งอยากทำให้เรารู้และมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น อย่างผมเองก็ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่อีกคนผมก็รู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องที่อยู่กับเรา การจะทำให้ประเทศดีขึ้น คนรุ่นใหม่ก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย ตอนนี้การเมืองก็เปิดโอกาศให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ 
 
GM Live: เรามองทิศทางของพรรคเพื่อไทยในยุคใหม่นี้ว่าจะไปในทิศทางไหนบ้าง
อนุดิษฐ์: ผมคิดว่าข้อดีของพรรคเพื่อไทยคือพรรคเรามีบุคลากรที่สมบูรณ์พร้อมในทุก ๆ ฝ่าย เรามีผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ วงการอย่าง อดีตข้าราชการ อดีตนักวิชาการ ไปจนถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญของคนรุ่นใหม่ จุดสำคัญที่จะทำให้เราก้าวเดินต่อไปคือการเปิดโอกาศให้ทุกฝ่ายมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเรื่องของการทำงานร่วมกัน และช่วยกันในการกำหนดทิศทางที่ทุก ๆ ฝ่ายเห็นควร 
 
ตรีรัตน์: บางครั้งเราอาจคิดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เก่า แต่ผมจะใช้คำว่าไม่เก่าแต่เก๋า เป็นการเก๋าในด้านประสบการณ์ เก๋าที่ความคิด บางครั้งเราต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่อย่างเราอาจไม่มั่นใจในความคิดว่าพี่ ๆ ในพรรคเคยทำมาแล้วหรือยัง  หรือสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่ พวกรุ่นพี่เขาผ่านการทำงานมาก่อนเรา รู้ระบบการจัดการและการบริหารดีกว่า ทำให้สามารถรู้ว่าอะไรที่สามารถทำได้บ้าง พรรคนี้เป็นพรรคที่ให้ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่แค่เปลือกนอกแต่ภายในก็เป็นประชาธิปไตย ความคิดของเราไม่ถูกปิดกั้น เรามีโอกาศได้แสดงความคิดเห็นได้เสนอแนะและค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดในการพัฒนาประเทศและสังคมของเรา
 
ธีรรัตน์: เราถือว่าโชคดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานกับพรรคเพื่อไทย ตอนที่เรียนจบออกมาก็ทำงานธนาคาร แต่วันหนึ่งเราได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองแล้วเรารู้สึกชอบ และถือว่าเป็นโชคดีที่เขาได้เปิดโอกาสให้เราแสดงความสามารถ การที่พรรคเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ในสิ่งที่เขาตั้งใจจะนำเสนอออกมา เราคิดว่ามันคือสิ่งสำคัญและยังคิดว่าพรรคเพื่อไทยยังคงต้องพัฒนาในเรื่องนี้เพื่อดึงคนรุ่นใหม่หรือสิ่งใหม่ ๆ แนวความคิดใหม่  ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับพรรคการเมือง 
 
อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
 
GM Live: พูดถึงผู้ใหญ่ในพรรค อย่างคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มองภาพกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง
อนุดิษฐ์: ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีผู้ใหญ่หลายท่าน รวมทั้งตัวของคุณหญิงสุดารัตน์เองก็ถือว่าเป็นบุคคลากรซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย หลังจากการปฏิวัติในปี 2549 พรรคไทยรักไทยประสบกับปัญหาต่าง ๆ ทำให้พรรคต้องถูกยุติบทบาทหน้าที่ แต่ผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยยังคงให้ความสำคัญและยังถือว่าเป็นที่ปรึกษาในบางโอกาส ซึ่งกระบวนการทางความคิดไม่ว่าจะเป็นความคิดใหม่ ๆ ความรู้หรือประสบการณ์ที่หลากหลายที่ทางผู้ใหญ่ได้ผ่านมา เมื่อร่วมทำงานด้วยกันก็ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้น เพราะฉะนั้นจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ หรือเป็นผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ ก็มองเห็นพลังที่สำคัญของคนรุ่นใหม่ในอนาคต
 
ธีรรัตน์: กระแสการเมืองโดยคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นแต่มีอยู่หลายประเทศทั่วโลก และก็ไม่จำกัดอยู่แค่ในพรรคเพื่อไทย ทุกคนจะต้องรู้ว่าข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว เราไม่ปิดกั้นคนรุ่นใหม่ เรามีแต่เปิดรับและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เรายินดีมากที่ได้เห็นเด็ก ๆ เหล่านี้สนใจเรื่องของการเมือง และเข้ามามีส่วนร่วม เพราะถือเป็นกำลังที่สำคัญอย่างยิ่ง
 
GM Live: ตอนนี้ ทางพรรคได้คุยกันหรือยังว่าใครจะมาเป็นผู้นำพรรค
อนุดิษฐ์: คงต้องย้อนกลับไป จากที่เราแสดงความคิดเห็นมาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของประเทศไทย หลายท่านอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญ บางคนถึงกับไปเชื่อเอาเสียด้วยซ้ำว่าเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารอาจจะเป็นทางออกของประเทศ แต่ในทางการเมืองเรื่องของการรัฐประหารกับเรื่องของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ดูเหมือนจะเดินไปด้วยกันลำบาก ผลจากการรัฐประหารครั้งล่าสุดมันก็ถือว่าเป็นอุปสรรคของพรรคการเมืองต่าง ๆ รวมไปถึงพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นในขณะนี้เรายังไม่อยากเดินไปไกลจนถึงขนาดคิดว่าในอนาคตใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย แต่ยืนยันได้ว่าเมื่อถึงเวลากระบวนการภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่พวกเรายึดมั่น คงเปิดโอกาศให้กับผู้ที่มีส่วนร่วมทุกคนสามารถแสดงความเห็นในการคัดเลือกบุคคลที่จะก้าวขึ้นไปทำหน้าที่ผู้นำ
 
ธีรรัตน์: สมาชิกในพรรคมักจะถกเถียงกันตลอดเวลา ยิ่งตอนที่อยู่ในช่วงของการดำรงตำแหน่ง เราจะมีการประชุมพรรคกันทุก ๆ วันอังคาร สมาชิกจากทั่วทุกสารทิศจะมาออกความคิดเห็นกัน ทั้งนี้พรรคต้องการฟังความคิดเห็นของสมาชิกให้มากที่สุด เพราะเหล่าสมาชิกก็ไปฟังความคิดเห็นมาจากประชาชนเพื่อมาสะท้อนให้ตัวผู้แทนของเขาได้รู้ เพราะฉะนั้นความคิดเห็นจึงมีความหลากหลายมาก  แต่เพราะเป็นระบบของพรรคการเมืองเราจะต้องรับฟังเสียงส่วนมากแล้วจึงออกมาเป็นมติของพรรค เราต้องยอมรับซึ้งกันและกันเพื่อให้งานต่าง ๆ สามารถเดินต่อไปได้ ถ้าเรามัวแต่ขัดแย้งไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเราคงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
 
GM Live: การเข้ามาของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ามาพรรคเพื่อไทยในบทบาทอะไร 
อนุดิษฐ์: ท่านชัชชาติเข้ามาทำงานกับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 ดังนั้นการเข้ามายืนยันสถานะสมาชิกพรรคจึงถือว่าเป็นเรื่องปรกติเหมือนกับสมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคที่ออกมายืนยันสถานะสมาชิกก่อนหน้านี้
 
ท่านชัชชาติเป็นบุคคลากรสำคัญของพรรค ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ดังนั้นเมื่อท่านยังคงมีอุดมการณ์ร่วมกันกับพรรค ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าท่านสามารถที่จะเข้ามาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อีกมากมายเหมือนกับที่ท่านได้เคยอุทิศตัวทำงานหนักในงานที่ท่านรับผิดชอบจนได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ของประเทศมาแล้วในอดีต ดังนั้นไม่ว่าท่านจะเข้ามาช่วยพรรคในบทบาทใดก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคและชาติบ้านเมืองอย่างแน่นอน
 
ตรีรัตน์: ผมเองยังไม่เคยมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับท่านรมต.ชัชชาติ ได้แต่ติดตามผลงานของท่านตามสื่อโซเชียลบ้าง โดยส่วนตัวผมมองว่า รมต.ชัชชาติเป็นบุคคลากรที่เก่งท่านนึงของประเทศ และด้วยพื้นฐานที่ท่านเชี่ยวชาญด้านวิศวะมา หากท่านได้มาสืบต่อโครงการด้านคมนาคมต่อน่าจะดีครับ
 
GM Live: มีความคิดเห็นอย่างไร กับคำพูดที่ว่าคุณชัชชาติเข้ามาเพื่อแทนที่คุณหญิงสุดารัตน์ 
อนุดิษฐ์: ส่วนตัวไม่เห็นว่าคำพูดดังกล่าวจะมีสาระหรือแก่นสารอะไร นอกจากเป็นคำถามหรือความเห็นล่อเป้า จากจินตนาการของนักวิเคราะห์หรือฝ่ายตรงข้ามซึ่งไม่หวังดี เพื่อพยายามสร้างหรือบิดเบือนประเด็นให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคเพื่อไทยมีความขัดแย้งและขาดเอกภาพ 
 
ทั้งๆ ที่ในข้อเท็จจริงแล้ว แกนนำและสมาชิกคนสำคัญของพรรค ยังคงมีความรัก ความสามัคคี และพร้อมที่จะร่วมแรงร่วมใจกันสานอุดมการณ์ของพรรคในการดูแลรับใช้พี่น้องประชาชนด้วยวิถีทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ยอมรับฝ่ายเผด็จการอย่างเด็ดขาด และการสร้างนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
GM Live: ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีภาพของนโยบายประชานิยม มีภาพของคุณทักษิณ ชินวัตร เราคิดว่าพรรคเพื่อไทยในยุคนี้ที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าจะยังมีภาพเหล่านี้หลงเหลืออยู่ไหม
อนุดิษฐ์: ถ้าเราพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างนายกทักษิณ ชินวัตร กับพรรคเพื่อไทย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันเติบโตมาจากพรรคไทยรักไทยในอดีต จนกระทั่งถูกยุบพรรค เราได้รวมคนจากพรรคไทยรักไทยมาตั้งเป็นพรรคพลังประชาชนแต่ก็ถูกยุบอีก เราจึงได้มาเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ผู้ที่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยก็มีคุณทักษิณ ชินวัตร และรวมถึงผู้ใหญ่ซึ่งอยู่ในครอบครัวของท่าน 
 
เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจกันคือเรื่องของมีคนใช้คำว่า “ระบอบทักษิณ” และมีความพยายามที่จะนิยามศัพท์คำว่า “ประชานิยม” ให้กลายเป็นเรื่องเลวร้าย  ประชานิยมคือสิ่งที่ประชาชนนิยมหรือชื่นชอบ ในระบอบประชาธิปไตย เป็นระบบตัวแทนพี่น้องประชาชนก็เลือกตัวแทนของเขา และแน่นอนการที่เขาเลือกย่อมมีการตัดสินใจ โดยส่วนหนึ่งในการตัดสินใจมาจากนโยบายของพรรคการเมือง และนโยบายก็ต้องเป็นนโยบายที่ประชาชนนิยมและชื่นชอบ เพราะฉะนั้นการทำนโยบายพรรคซึ่งยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย จะไปทำนโยบายที่เรียกว่า “ประชาเกลียดชัง” ซึ่งมันไม่ถูกต้อง มันต้องเป็นนโยบายที่ประชาชนเขาชื่นชอบนั่นคือประชานิยม 
 
แต่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเรามาเข้าใจกับคำว่า “ระบอบประชาธิปไตย” หรือที่มีคนเอามาเกี่ยวข้องกับคำว่าระบอบทักษิณกับระบอบประชานิยม ตามจริงคำว่าระบอบทักษัณอาจเรียกได้ว่าเป็นชื่อเล่นของระบอบประชาธิปไตยเลยก็ได้ เพราะเรายึดเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก
 
ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
 
ตรีรัตน์: ผมมองว่าประชาธิปไตยก็เหมือนกับประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย จะนโยบายอะไรก็แล้วแต่ สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงเราต้องยอมรับความจริงในเรื่องนี้ เรามีคนรวยกระจุกตัวกันอยู่นิดเดียวแต่มีพี่น้องที่ลำบากกระจายตัวอยู่ค่อนข้างเยอะ หากวันหนึ่งทางเราได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็นก็ดี เราก็ต้องหานโยบายที่ทำให้คนส่วนใหญ่หรือประชาชนพี่น้องที่ลำบากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในเมื่อรัฐบาลเก็บภาษีมาได้เราก็ต้องมาช่วยเหลือคนที่ลำบากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฉะนั้นคำว่าประชานิยมหรือนโยบายอะไรก็ตาม ผมคิดว่าเรามาโฟกัสกันว่านโยบายนี้สามารถทำให้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ ของคนที่ลำบาก มันดีขึ้นหรือไม่ แล้วทุกวันนี้มันดีขึ้นหรือยัง นโยบายส่วนนี้ถือว่าสำคัญ และแต่ละพรรคก็ควรมาแข่งกันเรื่องตรงนี้ ไม่ควรบอกว่าประชานิยมเป็นสิ่งไม่ดี เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการออกนโยบายให้กับประชาชนที่กำลังลำบากอยู่ มันต้องเป็นนโยบายที่ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเขาสบายขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
ธีรรัตน์: ประชานิยมขึ้นอยู่กับว่าใครให้คำนิยามไว้ว่าอย่างไร ถ้าให้นิยามว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะคิดว่ามันเป็นสิ่งเลวร้าย แต่สำหรับเราที่เป็นผู้ปฏิบัติเรารู้ว่ามันสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้จริง ๆ เพราะประเทศเรามีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างมาก หากรัฐไม่ให้การสนับสนุนผู้ที่ด้อยโอกาสหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนด้วยตัวเอง แบบนี้เมื่อไหร่ช่องว่างเหล่านี้จะหายไป เพราะฉะนั้นแล้วมันเป็นเพียงคำที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีทางการเมืองเท่านั้น เป็นเพียงวาทกรรมที่นำมาใช้โจมตีฝ่ายตรงข้างเท่านั้น
 
อนุดิษฐ์: จริง ๆ แล้วเงินของเราไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนที่จับจ่ายใช้สอยอยู่ในประเทศไทย เรามีภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะฉะนั้นเกือบ 70 ล้านคนที่มีการจับจ่ายใช้สอยอยู่ทุกวันนี้เราเสียภาษี และภาษีที่เราเสียไปก็จะกลายไปเป็นงบประมาณแผ่นดิน ซี่งฝ่ายบริหารก็นำเอางบประมาณดังกล่าวกลับมาบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุข หลายคนที่สร้างวาทกรรมในเรื่องของประชานิยมว่าคนรวยต้องมาเสียภาษีและนำภาษีคนรวยไปให้คนจน จริง ๆ ตัวผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะพี่น้องประชาชนคนไทยก็เสียภาษีกับหมดทุกคน ไม่ว่าเราจะซื้อของที่ไหนเราก็เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ฝ่ายบริหารต้องคิดแล้วว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปสร้างนโยบายที่สร้างความสุขให้แก่ประชาชน
 
GM Live: เราเลือกตั้งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยสาระแล้วมันมีกรอบใหญ่ “ยุทธศาสตร์ 20 ปี” กำกับ แล้วอำนาจในการบริหารเหมือนถูกจำกัดลงถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ การที่เราเป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปอยู่ในส่วนนิติบัญญัติหรือบริหารก็ดี คิดว่าภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเอื้อให้เราสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมหรือพลักดันนโยบายของพรรคได้มากน้อยแค่ไหน
 
อนุดิษฐ์: เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้ผ่านความเห็นของพี่น้องประชาชนหรือเรียกว่าประชามติ ถึงแม้พวกเราจะไม่ไปลงมติเห็นชอบ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรค ต่อการบริหารแผ่นดินอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการจำกัดอำนาจให้กับฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องดูกระบวนการในการได้มาของฝ่ายบริหารเราได้มาจากกระบวนการเลือกตั้ง แต่เมื่อขึ้นไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร ซี่งการจะขึ้นไปได้ต้องได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แต่กลับถูกจำกัดสิทธิ์และอำนาจจนทำให้ไม่สามารถใช้อำนาจดังกล่าวกลับมาบริหารราชการเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่กลับต้องมาติดอยู่ในกรอบที่มาจากการรัฐประหารที่เขามาเขียนกฎกติกาและกำหนดอนาคตให้กับคน 70 ล้านคน คิดว่าในอนาคตโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่กระบวนการก่อนการเลือกตั้งที่แต่ละพรรคต้องแสดงความชัดเจน และพรรคเพื่อไทยก็จะแสดงความชัดเจนในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ใครก็ตามที่ขึ้นไปทำหน้าที่บริหารแผ่นดินจะต้องพบกับอุปสรรคในรัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่นอน
 
ธีรรัตน์: มันต้องเกิดปัญหาแน่นอนอยู่แล้วหากได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน สิทธิ์ในการตัดสินใจหรือการจะพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ มันถูกล็อกไว้โดยรัฐธรรมนูญมันยากมาก แต่ด้วยความตั้งใจของพวกเราจึงคิดว่า เราจะดูว่าตรงไหนที่เป็นปัญหาหรือทำให้เราเดินต่อไปไม่ได้ เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงมันและแก้ไขมัน
 
ตรีรัตน์: ด้วยความคิดเห็นส่วนบุคคลของผม ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่แรก และผมก็คิดว่ารัฐบาลตั้งใจจะไม่บอกสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมปี 2560 ทั้งหมดให้ประชาชนรับรู้ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลต่อชีวิตพวกเขาอย่างไรบ้าง เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายแม่ และเขาให้เราอ่านเองซึ่งผมอ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจเลย ผมต้องไปสอบสามรถอาจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องรัฐธรรมนูญ ถ้าศึกษาดี ๆ จะรู้ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ถอดแบบมาจาก รัฐธรรมนูญปี 2521 มันจะดีได้ก็ต่อเมื่อบริบทสังคมเป็นแบบในสมัยนั้นแต่ไม่ใช่ในสมัยนี้
 
ธีรรัตน์: เพราะเราไม่อยากขึ้นชื่อว่าได้เข้าไปรับตำแหน่งแล้วกินเงินเดือนอย่างเดียวเหมือนอย่างที่ในปัจจุบันมีคนทำอยู่ เราอยากทำงานที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชนมากกว่า 
 
GM Live: ตอนนี้ดูเหมือนภาพรวมของคนรุ่นใหม่มาเล่นการเมืองเยอะขึ้น แต่ถ้าสังเกตจุดร่วมอย่างหนึ่งคือจะมีลักษณะคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเมือง ซึ่งมันจะขัดกับภาพของนักการเมืองรุ่นก่อน ๆ ที่เป็นนักการเมองท้องถิ่น เราคิดว่าเมื่อเข้าไปในสนามเลือกตั้งจริง ๆ ที่ใช้เสียงจากประชาชนในพื้นทีจริง ๆ เราจะมีแคมเปญอะไรไปสู้กับพรรคอื่นได้ โดยเราใช้ภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ไปต่อสู้
 
อนุดิษฐ์: อย่างที่หลายท่านเคยแสดงความคิดเห็นว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อายุ คนรุ่นใหม่อาจรวมไปถึงคนที่มีอายุมากแต่รู้จักที่จะพัฒนา ปรับปรุง และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ แม้แต่ในชนบทที่ห่างไกลเช่นกัน ผมโชคดีที่ได้พาทั้ง 2 คน(ตรีรัตน์และ ธีรรัตน์) ไปลงพื้นที่จริง ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเราถูกจำกัดสิทธิ์เราไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมทางการเมืองได้เลย อย่างไรก็ดีจากข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ใครที่ได้ขึ้นไปเป็นฝ่ายบริหารก็คงรู้ว่ามันมีข้องจำกัดมากน้อยแค่ไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ห้ามเราไม่ได้คือการที่เราเขาไปพบปะพูดคุยกับประชาชนโดยไม่ต้องใช้อำนาจรัฐ ทำมมีโอกาสได้เข้าไปลงในพื้นที่ โดยเฉพาะกิจกรรมของมูลนิธิไทยพึ่งไทย ที่คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานมูนิธิ และเรามีแคมเปญอย่างหนึ่งที่ในอนาคตอาจถูกพัฒนาให้เป็นนโยบายช่วยเหลือประชาชนได้คือเราจะลงไปช่วยคนตัวเล็กโดยการใช้เรื่องของเทคโนโลยี หมายความว่าต่อให้อยู่ในพื้นที่หรืออยู่ในเมือง เราสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนในเมืองและคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้
 
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส
 
GM Live: เราเห็นคนรุ่นใหม่ลงการเมืองกันเยอะขึ้น อยากให้พูดถึงคนยุคใหม่ที่ไม่ใช่สมาชิกของพรรคเพื่อไทยให้ฟัง
ธีรรัตน์: เป็นความน่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองและสนใจเรื่องของการเมือง ทุกความคิดมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้องไอติมจากพรรคประชาธิปัตย์, คุณธนาธร จากพรรคอนาคตใหม่ เราจะเห็นได้เลยว่าในช่วงเวลาที่พวกเราถูกปิดกั้นตอนนี้เริ่มมีการเปิดโอกาสให้ได้นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ได้มากขึ้น ฉะนั้นแล้วถือเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่จะเป็นทางเลือกให้กับพวกเขาได้ว่า ใครจะสามารถเป็นตัวแทนให้กันเข้าได้ เราอยากเห็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่เราต้องสนับสนุนกันต่อไป
 
ตรีรัตน์: จริง ๆ แล้วผมชื่นชอบคุณธนาธร ตัวเขามีแนวคิดหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ ผมคิดว่าถึงเวลาของคนรุ่นใหม่แล้วที่ต้องออกมาทำอะไรเพื่อประเทศของพวกเราทุกคน การที่คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการเมืองความหลากหลายและความแตกต่างคือความสวยงานของประชาธิปไตย คุณไอติม , คุณธนาธร หรือแม้แต่ตัวผมเองก็มีความคิดคนละอย่าง บางอย่างก็มีความคิดเห็นเหมือนกันบางอย่างก็เห็นต่างกัน ผมคิดว่ายิ่งมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเท่าไหร่ มันยิ่งรู้สึกสนุก ทำการเมืองให้สนุกและทำให้มันสร้างสรรค์ อย่ายึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ จะได้มีการแชร์ไอเดียกันบนสภา ไม่ใช่มาเถียงกันอย่างไม่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นการเมืองยุคใหม่จะต้องไม่ใช่การเมืองที่น่าเบื่ออีกต่อไป ผมรู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ การเมืองเริ่มครึกครื้นขึ้น หรืออย่างกลุ่นคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่าง โรม รังสิมันต์ หรือจ่านิว ผมว่ากลุ่มคนเหล่านี้ทำให้สังคมได้รับรู้ ทำให้พวกเรามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้มันดียิ่งขึ้น
 
อนุดิษฐ์: ผมรู้สึกดีใจ เพราะผมได้เข้ามาทำงานด้านการเมืองเมื่อตอนอายุประมาณ 40 โดยสิ่งที่ผมรู้สึกกังวลมากหลังจากที่เข้ามาทำงานทางการเมืองคือ หลังจากรัฐประหารปี 2549 ดูเหมือนว่าใครที่มาเป็นนักการเมืองจะถูกทาสีให้ดูเป็นคนแย่ ผมมักจะตั้งคำถามเสมอว่า ถ้านักการเมืองถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เลวร้าย แล้วใครจะกล้าเดินเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราต้องเข้าใจรากฐานของระบอบประชาธิปไตย ถ้าประชาธิปไตยไม่มีนักการเมืองก็จะหมายถึงไม่มีใครเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนให้พี่น้องประชาชนได้เลือก แล้วจะมีระบอบประชาธิปไตยที่มีคนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างไร โดยเฉพาะการขาดเด็กรุ่นใหม่ในการเข้ามามีส่วนร่วมเรื่องของการเมือง ไม่มีความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้สบายใจแล้วเพราะมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจและต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองจำนวนมาก ยินดีต้อนรับน้อง ๆ ทุกคน