x

ซิงเกิลของ BNK48 ในชื่อ Shonichi หรือ “วันแรก” เปิดตัวผ่านการแสดงสดครั้งแรกระหว่างการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะเผยโฉมปกซิงเกิลอัลบั้มที่ 3 ของวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ซึ่งภาพนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ แบบระเบิดเถิดเทิง
 
เป็นที่รู้กันว่าซิงเกิลนี้มี 2 ไทป์ คือไทป์เอ และไทป์บี นอกจากเพลงที่แตกต่างกันแล้ว ภาพปกและรายละเอียดการออกแบบเชิงศิลป์ก็แตกต่างกันด้วย 
 
ทันทีที่เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของวงโพสต์ภาพปกอย่างเป็นทางการ เสียงตอบรับจากแฟนที่ติดตามงานนี้อย่างใจจดใจจ่อสะท้อนความสำเร็จของงานด้านการออกแบบเชิงศิลป์สำหรับผลงานของ BNK48 ได้อีกครั้งหนึ่ง รายละเอียดในงานบ่งบอกความเอาใจใส่และพิถีพิถันตามมาตรฐานซิงเกิลที่ผ่านมา
 
ทีมออกแบบซิงเกิลอัลบั้มนี้คือ กลุ่ม “เดอะ ยูนิฟอร์ม ดีไซน์ สตูดิโอ” (The Uni_form Design Studio) ทีมเดียวกับที่ออกแบบซิงเกิล “Koisuru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย)” นำมาโดย วุฒิภัทร สมจิตต์ ผู้กำกับการออกแบบ  พร้อมกับทีมคือ ปริวัฒน์ อนันตะชินะ, เฉลิมคุณ พิทักษ์จิตอรุณ และธนาธิป เจนธำรง Junior Graphic Designer 
 
 
 
GM Live มีโอกาสคุยกับทีมออกแบบคือ วุฒิภัทร สมจิตต์ และเฉลิมคุณ พิทักษ์จิตอรุณ พวกเขาเล่าวิธีคิด กระบวนการทำงาน และความลับเบื้องหลังปกที่แฟนหลายคนอาจยังไม่รู้ ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้
 

 
GM Live : แนวคิดการออกแบบคืออะไร
 
วุฒิภัทร : จากที่ได้โจทย์เพลง “Shonichi - วันแรก” มา แล้วเราก็ขอดูเนื้อเพลง เพราะตอนนั้นยังไม่ได้อัดออกมาเป็นเพลง แล้วก็มาตีความ เราจะเล่าเรื่องไม่เหมือนซิงเกิลที่แล้ว ไม่ได้น่ารักแบบซิงเกิลที่แล้ว เน้นความมุ่งมั่นพยายาม เล่นกับแววตา และท่าทาง
 
ตอนที่เพลงมาก็ไม่มีท่าเต้น ก็ไปปรึกษากับ choreographer (ครูติ๊ก) แล้วเขาก็แนะนำท่าต่างๆ ที่สื่อความหมายของเพลงนี้ เขาก็แนะนำท่าที่น่าสนใจ แล้วก็เอามาประยุกต์กับการออกแบบปกด้วย 
 
เฉลิมคุณ : เพลงนี้เป็นเพลงของสเตจด้วย เราก็เลยมองว่าควรหยิบมู้ดของความเป็นเวที สปอตไลท์ แสงไฟที่สาดมาเอามาเป็นองค์ประกอบด้วย
 
วุฒิภัทร : ตอนจัดไฟ เราก็ใช้สีแดงและน้ำเงินซึ่งมาจากโทนชุดเต็ม เหมือนมาจากเนื้อเพลงว่า “ไฟบนเวทีและสปอตไลท์ เปลี่ยนค่ำคืนที่มืดลงไปให้โลกทั้งใบคืนมาซึ่งความสดใส เหมือนแสงอาทิตย์สว่างในใจของฉัน” เหมือนไฟสปอตไลท์เป็นแสงอาทิตย์ เป็นวันแรกของน้องๆที่โดนสปอตไลท์สาดเข้ามา 
 
GM Live : กระบวนการทำงานเป็นอย่างไร
 
วุฒิภัทร : ตอนที่เราทำตอนแรกคุยกับทางผู้บริหารของ BNK48 ก่อน เรามีหลายทิศทาง ก็จะไปคุยว่าอย่างไหนที่โอเค มีความคิดเห็นอย่างไร แต่ที่ผู้บริหารชอบคือ "ทีม สปิริต" ต้องขอบคุณทีมผู้บริหาร (ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ และ "จ๊อบซัง"-ณัฐพล บวรวัฒนะ) ที่รับฟังไอเดียของทีมเสมอมา
 
GM Live : Official แสดงความคิดเห็นต่อทิศทาง และให้ปรับอย่างไรบ้าง
 
วุฒิภัทร : อย่างท่าบูม ตอนแรกมีหลายมุมที่จะถ่าย บางมุมก็อาจเห็นหน้าไม่ค่อยชัด สุดท้ายมาจบที่มุมบน
 
GM Live : แนวคิดวางองค์ประกอบตำแหน่งการยืนของสมาชิกแต่ละรายบนปกคืออะไร
 
วุฒิภัทร : พอมี 2 ไทป์ อันดับแรก เราก็แยก 2 เซ็นเตอร์ก่อนเลย แล้วก็มีบางคนที่ร้องเพลงข้างใน แก้ว ร้องเพลงในไทป์บี ก็ไปอยู่ไทป์บี คนที่อยู่ไทป์เอ คือตาหวาน ก็ไปอยู่ไทป์เอ 
 
อย่างที่ปรึกษาครูติ๊กว่าในเพลงจะมีท่าประกบมือ ก็จะมีเนย กับโมบายล์ และเฌอปราง กับมิวสิค เราก็จัดให้อยู่ในไทป์เดียวกัน เป็นท่าที่ครูแนะนำข้อมูลมา
 
GM Live : ไอเดียการออกแบบแจ็คเก็ตของซีดีมาจากไหน
 
วุฒิภัทร : เพลง “Shonichi - วันแรก” มีท่าที่เป็นลายเซ็นของเพลงคือท่าบูม ที่เราดูจากของญี่ปุ่น ก่อนที่จะแสดงเพลงนี้ ทุกครั้งจะต้องมีการบูม เหมือนเรียกพลังก่อน เราคิดว่าเป็นสิ่งที่มีพลังของเพลงนี้ เมื่อเราเห็นการบูมก่อนก็เลยทำให้เป็นแจ็คเก็ตที่อยู่รอบนอก 
 
พอบูมเสร็จดึงแจ็คเก็ตออกมาก็จะเห็นน้องสมาชิกยืนเรียงกัน เป็นลำดับของการเปิดใช้งาน แต่ตอนถ่ายจะยากเพราะช่างภาพต้องขึ้นไปยืนบนหลังคาของสตูดิโอ และเลื่อนถ่ายลงมาเพื่อให้ได้มุมนี้
 

GM Live : ใช้ระยะเวลาออกแบบนานเท่าไหร่
 
วุฒิภัทร : นานเหมือนกัน เพราะต้องเก็บแสง เก็บรายละเอียดเพิ่ม 
 
เฉลิมคุณ : ต้องเก็บรายละเอียดของภาพ ต่างจาก 2 ซิงเกิลแรกซึ่งมีใช้กราฟฟิกประกอบ ส่วนตัวนี้ใช้กราฟฟิกน้อยลง และใช้ปรับแต่ง-ตกแต่งภาพเยอะขึ้น เรื่องแสง และรายละเอียดภาพถ่ายก็จะเยอะขึ้น (คลิกอ่านเพิ่มเติมเรื่อง กว่าจะเป็นปกซีดี BNK48 ผู้ออกแบบชี้ เข้มทุกจุดให้ถูกใจแฟน ขั้นถามขนมโปรดสมาชิกวง)
 

GM Live : จำนวนขีดในอักษรคันจิของคำ “โชนิจิ” บนปก เบื้องหลังเป็นอย่างไร
 
วุฒิภัทร : ตั้งใจออกแบบให้มีจำนวนขีด 16 ขีด ตามจำนวนเซ็มบัตสึเลย ครั้งที่แล้วที่เป็นซิงเกิล “คุกกี้เสี่ยงทาย” ก็จะมีรอยกัดอยู่ข้างในโลโก้ อันนี้ก็เล่นเหมือนเดิม พยายามหากิมมิคที่เล่นกับโลโก้ได้ พอเป็นภาษาญี่ปุ่น 2 ตัวนี้ก็รู้สึกว่าเรียบง่ายดี เราเลยลองหารูปทรงของมันเพื่อทำให้จำนวนขีดออกมาเป็น 16 ชิ้น 
 
เฉลิมคุณ : อีกข้อหนึ่งคือ เราเคยได้ยินเรื่องกิ่งไม้แต่ละก้าน เวลาอยู่แยกกันก็พร้อมหักได้ แต่ถ้าถูกมัดรวมกันก็จะหักยาก เรื่องพวกนี้คือที่แฝงอยู่
 
วุฒิภัทร : ส่วนคำว่า “วันแรก” ก็เป็นลายมือของน้องมิวสิค และน้องเนย แต่เรามีบรีฟก่อนว่าจะเขียนออกมาประมาณไหน โลโก้ตรงกลางเราก็จะเอาลายมือมาผสมกัน 
 
GM Live : ระหว่างการทำงาน อะไรยากสุด
 
วุฒิภัทร : น่าจะเป็นเรื่องแสงตอนที่ถ่าย เพราะต้องปล่อยควัน จัดแสงค่อนข้างเยอะ 
 
GM Live : ระหว่างทำงานเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันไหม เจออะไรบ้าง
 
วุฒิภัทร : มีช็อตบูมนิดครับ ตอนที่ทำออกมาแล้วนิ้วเบี้ยวเล็กน้อย ทางผู้บริหารก็ทักมา เราก็ไปดูว่านิ้วใคร เห็นว่าเป็นนิ้วของเฌอปราง จิ้มติดกับน้องมิวสิค ก็ต้องมารีทัชปรับเล็กน้อย 
 
เฉลิมคุณ : อธิบายเพิ่มเติมคือ นิ้วของเฌอปราง ที่เดิมจะต้องชี้มาที่ศูนย์กลางของวง แต่นิ้วดันเฉียงไปจิ้มหานิ้วของมิวสิค ถึงจะเป็นกิมมิคที่น่ารัก แต่เรื่องของความสมดุลแล้วเราก็ต้องปรับครับ
 
GM Live : มองกระแสตอบรับต่อตัวงานอย่างไร
 
วุฒิภัทร : จากที่ส่องๆ ก็ถือว่าน่าพอใจ (หัวเราะ) เพราะคนก็เริ่มตีความกัน คือเรื่องที่เราพูดถึงว่ามันเป็นมากกว่าปกซีดี มันต้องมีคุณค่ามากกว่านั้น เพราะสตูดิโอเราก็ทำงานศิลปะ ถ้าเป็นงานซีดีแล้วมีคุณค่าให้คนเก็บสะสมด้วยก็จะยิ่งดี