“ไทย-จีนใช่อื่นไกล คือพี่น้องกัน” แทบเป็นวลีที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนนานหลายทศวรรษแล้ว ไม่ว่าข้อเท็จจริงเบื้องหลังวลีนี้จะเป็นอย่างไร น้ำหนักของวลีนี้สั่นคลอนอย่างหนักเมื่อความสัมพันธ์ประเทศสองพี่น้องเริ่มมีริ้วรอยอันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุเรือล่มครั้งใหญ่ที่ภูเก็ต เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
 
ท่ามกลางความแตกต่างทางภาษา และช่องทางที่แตกต่างทำให้แต่ละฝ่ายไม่รับรู้ความคิดเห็นจากอีกฝ่าย เป็นอีกครั้งที่ตัวผู้เล่นซึ่งมีอิทธิพลสำคัญในแง่การสื่อสารส่งผ่านเสียง-มุมมองจากทั้งสองฝ่ายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(สำหรับประชาชนทั่วไป) กลับไม่ใช่หน่วยงานรัฐ แต่เป็นตัวผู้เล่นในชุมชนออนไลน์อย่างเพจ “อ้ายจง” ในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก
 
คำให้สัมภาษณ์ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคมที่ผ่านมาซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ตส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตมากกว่า 50 ราย เริ่มสร้างบรรยากาศความไม่พอใจต่อชาวจีน คำพูดที่สื่อสารว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องคนจีนทำนักท่องเที่ยวจีนเอง ไม่ทำตามกฎของเรา...มันเป็นเรื่องของเขา” แทบเป็นเหมือนเข็มจี้ที่ใจของพี่น้องผู้ประสบภัยซึ่งรอการช่วยเหลือที่เหมาะสมจากทางการไทยในฐานะเจ้าบ้าน 
 
ทางการไทยยืนยันว่ารัฐบาลจีนไม่ได้ตำหนิต่อการดำเนินการในอุบัติเหตุเรือล่ม แต่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (10 กรกฏาคม) พลเอกประวิตร ต้องกล่าวขอโทษ เมื่อถูกถามเรื่องชุมชนโลกออนไลน์ในจีนแสดงความ “ไม่พอใจ” คำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประวิตร ในช่วงก่อนหน้านี้ 
 

คำถามต่อพล.อ.ประวิตร และคำตอบ “ขอโทษ”​ อาจไม่ปรากฏรวดเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่มีการถ่ายทอดกระแสจากฝั่งจีนมาสู่ชาวไทยซึ่งส่วนหนึ่งการถ่ายทอดกระแสในโลกออนไลน์จีนมาจากเพจ “อ้ายจง” 
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความเคลื่อนไหวในแดนมังกรทั้งในระดับบุคคลทั่วไปจนถึงผู้บริหารระดับประเทศกลายเป็นเหตุการณ์ที่ปรากฏสู่สายตาคนจำนวนมากผ่านเพจ “อ้ายจง” ปลายปี 2559 เกิดปรากฏการณ์ไทยต่อต้านนักท่องเที่ยวจีน กลายเป็นกระแสย้อนกลับมาสู่ปรากฏการณ์ “นักท่องเที่ยวจีนแอนตี้ไทย” ซึ่ง “อ้ายจง” เป็นหนึ่งในสื่อที่ตีแผ่กระแส “นักท่องเที่ยวจีนแอนตี้ไทย” ว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเสียทีเดียว ยุติเรื่องราวก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต 
 
กระแสแอนตี้เหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นมายาคติแรกที่เพจ “อ้ายจง” มีส่วนลดกำแพงเรื่องพรมแดน ภาษา และเทคโนโลยี กลายเป็นสะพานส่งต่อข้อมูลข่าวสารสองฝั่ง 
 
เพจ “อ้ายจง” มีคุณปอ - ภากร กัทชลี หนุ่มไทยนักศึกษาปริญญาเอกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ที่ไปศึกษาต่อในจีนนานถึง 7 ปีเป็นผู้ดูแล เพจเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และมายาคติทั้งฝั่งจีนและไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หลังการปรากฏตัวของเพจ “อ้ายจง” ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษนี้
 
 
GM Live : เล่าที่มาของเพจ สำหรับคนที่ยังไม่ทราบความเป็นมาของ “อ้ายจง” 
 
ผมเรียนป.โทที่จีนตั้งแต่ 2011 เริ่มทำเพจสมัยที่เรียนป.โทที่ปักกิ่ง ผมรู้สึกว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจีนในสายตาคนไทยค่อนข้างเยอะ อยากเป็นสะพานให้คนไทยรู้จักจีนจริงๆ รู้เท่าทันจีน และเข้าใจอย่างถูกต้องด้วย ผมได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีนโดยตรง และเร่ิมก่อตั้งกลุ่มนักเรียนทุนไทยที่ได้ไปเรียนในจีน ผมตั้งกลุ่มนี้ก่อนที่จะไปเรียน พอไปเรียนแล้วก็มีรุ่นน้องหรือเพื่อนมาถามว่าจีนอย่างไรบ้าง เลยตั้งเพจขึ้นมาต่อยอดเพื่อเล่าเรื่องคนจีนในคนไทยรับรู้
 
เรียนป.โท ที่ปักกิ่ง 3 ปี และเรียนป.เอกที่ซีอาน อีก 4 ปี เพิ่งกลับมาไทยถาวรเมื่อเดือนที่แล้ว
 
GM Live : กลับมาเดือนที่แล้วก็มาเจอกระแสใหญ่อีกรอบเลย ช่วยเล่าบทบาทในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารระหว่างสองฝั่งประเทศ การสื่อสารในแต่ละปรากฏการณ์เป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในครั้งล่าสุดที่มีกระแสวิจารณ์หลังจากเรือล่มซึ่งแทบทำให้เพจเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นอีก
 
เพจของเราเป็นที่รู้จักในวงกว้างช่วงคนจีนบอยค็อตต์ไม่มาเที่ยวไทย ตอนนี้ผมบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น เหมือนเวลาคนไทยไปเที่ยวที่อื่นแล้วเห็นว่าที่อื่นไม่เหมือนที่เราคิดเลย เขาก็โพสต์ในโลกออนไลน์ของเขา แต่ไม่ได้มีกระแสแอนตี้อย่างเป็นทางการ พอโพสต์แบบนี้ก็มีเพจดังอย่าง Drama-addict หรือเพจอื่นช่วยแชร์ไป 
 
หลังๆ ผมก็แทบเหมือนสะพานไทย-จีน เอาข่าวจากจีนมาเล่า พูดถึงสังคมจีนเป็นอย่างไรบ้าง เช่นสังคมไร้เงินสด หรือกระแสเรื่องคนจีนปลอมนมอัดเม็ดจิตรลดา นำเรื่องมาเล่าให้หน่วยที่เกี่ยวข้องมาประสานงาน รับเรื่องไป หรือเดือนเมษายนที่มีข่าวเรื่องคนจีนจดทะเบียนลิขสิทธิ์ทุเรียนหมอนทอง ซึ่งสุดท้ายกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็มาเห็น ทางไทยก็ติดต่อไปถึงจีนให้ระงับการจดทะเบียน 
 
ส่วนตัวผมเองก็ทำกลุ่มภาษาจีนในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนด้วย ชื่อเพจ “เหิ่นไทกั๋ว” (แปลว่า “มันไทยมาก) เล่าเรื่องเกี่ยวกับไทยอย่างถูกต้องให้คนจีนรับรู้ มีคนจีนติดตามอยู่กว่า 3 แสนคน เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศ 
 

 
GM Live : ถ้าย้อนกลับไปช่วงที่มีข่าว “จีนบอยค็อตต์เที่ยวไทย” (ซึ่งไม่มีกระแสจริงขนาดนั้นตามที่กล่าวข้างต้น) จริงๆ แล้วคนจีนมองไทยอย่างไร
 
เหมือนเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เขาเที่ยวไทยแล้วเห็นของแพง บางคนมากับทัวร์มาเจอทัวร์ศูนย์เหรียญตอนนั้นแล้วรู้สึกว่าจะไม่มาแล้ว ผมเองก็มีโอกาสไปทำความเข้าใจ คนจีนหลายคนรู้สึกว่าแท็กซี่ไทยขี้โกง กลุ่มที่ทำก็พยายามทำความเข้าใจกับเขา แต่ไม่เคยมีบอยค็อตต์อย่างจริงจังขนาดนั้น 
 
แต่เมื่อพล.อ.ประวิตร ตอบคำถามอย่างนั้น เห็นได้ว่ากระแสคราวนี้แทบเป็น “ไฟลามทุ่ง” เห็นว่าคนจีนรู้สึกว่าทำไมพูดแบบนี้ เป็นกระแสแรงเหมือนกัน แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีอยู่บ้างที่มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่รู้ภาษาจีน อย่างผมเองก็โพสต์ในโซเชียลจีนเพื่อช่วยทำความเข้าใจมากขึ้น
 
แต่ต้องยอมรับตรงๆว่า เพื่อนหรือนศ.จีนในไทยก็บอกต่อแชร์ไปว่าอย่ามาเที่ยวไทยเลย ก็เป็นกระแสลบมากเหมือนกัน หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน ลองนึกถึงคนไทยเสียชีวิตในสหรัฐอเมริกา แล้วเรารู้สึกว่าทางการสหรัฐฯไม่ช่วยเหลือเต็มที่จนมีกระแสแอนตี้สหรัฐฯมาช่วงหนึ่ง อันนี้ก็ประมาณนั้นเหมือนกัน
 
 จริงๆ แล้วตอนที่เกิดเหตุมีคนจีนบางส่วนรู้สึกว่ากู้ภัยทำไมช่วยช้า เพราะเขาก็เป็นห่วงคนชาติเขา แต่มันไม่มีแอนตี้มากมายจนกระทั่งมีคำให้สัมภาษณ์โดยทิ้งท้ายว่า “เป็นเรื่องของเขา” ก็กลายเป็นเรื่องเหมือนกัน
 
ถึงจะเป็นกระแสตามอารมณ์ แต่ถ้าหนักเข้าโดยไม่ได้รับการชี้แจงหรือคำขอโทษก็อาจเป็นเหมือนกรณีเกาหลีใต้ที่โดนจีนแบนกันหนัก
 
GM Live : เรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่คนไทยเอามาล้อเลียนหรือวิจารณ์ คนจีนมองหรือรับรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
 
คนจีนรู้และคนจีนเองก็เจอคนจีนที่มาเที่ยวในไทยแล้วไม่มีมารยาทเขาก็เอามาด่ากันในสื่อสังคมออนไลน์ในเวยป๋อ อย่างที่ไกด์จีนอัดคลิปด่านักท่องเที่ยวจีนที่หยิบของในชายหาดกลับไป เพจผมก็นำเสนอเหมือนกัน ส่วนโลกโซเชียลจีนนำคลิปที่ไปนำเสนอเขาก็ด่าคนจีนกันเองเหมือนกันว่าทำขายขี้หน้าแบบนี้ เขาเองก็ไม่ค่อยชอบ 
 
เราอย่าเข้าใจไปเองว่าคนจีนนิสัยไม่ดีเหมือนกันหมด คนจีนประชากรเยอะมาก แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ 10 ล้านคนแล้ว เพราะเขามีประชากรเป็นพันล้านคน
 
GM Live : หน้าที่ในการสื่อสารตรงนี้แทบไม่ค่อยเห็นใครนำเสนอแล้วส่งผลกระทบแบบจริงจัง แม้แต่หน่วยงานรัฐเองก็ตาม กลับเป็นบทบาทของชุมชนออนไลน์อย่าง “อ้ายจง” มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า
 
อยากให้มองว่าทุกอย่างเป็นเหรียญสองด้าน ผมทำเพจตรงนี้มา 5 ปี ก็โดนหลายคนด่าว่าอวยจีน ไม่รักไทยบ้าง ผมอยากมองกลับกันบ้างว่า ถ้าเราไม่เข้าใจเขา เขาเองก็ไม่เข้าใจเราแล้วจะมีผลกระทบในวงกว้างเรื่อยๆ เม็ดเงินการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีนถือว่าเยอะมาก 
 
ทางรัฐก็ควรใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ บริหารจัดการภาวะวิกฤต โดยส่วนตัวผมก็ให้น้องในทีมแปลภาษาไทยเป็นจีนในส่วนที่พล.อ.ประวิตร ขอโทษแล้ว และให้นำไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์จีน ก็เห็นว่าหลายสื่อรายงานแล้ว ตรงนี้ผมมองว่าระดับการทูตคงมีคุยอยู่แล้ว แต่ระดับประชาชนจริงๆ ต้องยอมรับว่าคงมีกระแสอยู่ไม่น้อยว่าทำไมไทยเป็นแบบนี้ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเราก็ปรับปรุงทำให้มันดี อย่างเรารู้ว่ามีปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ มีปัญหานอมินี ก็ต้องมีมาตรการให้ดีขึ้น
 
GM Live : รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองว่าสนับสนุนจีนมากเป็นพิเศษหลายด้าน เพจ “อ้ายจง” เองก็เล่าว่าเคยถูกด่าเรื่องโปรจีน จะอธิบายการทำงานของเพจในแง่พยายามทำความเข้าใจเรื่องจีนในหมู่คนไทยอย่างไรบ้าง
 
สิ่งที่ผมทำอยู่ไม่ได้บอกว่าเป็นคนเดียวที่ทำ หลายสื่อก็เริ่มนำเสนอ เรามีหลายสื่อที่นำเสนอเกี่ยวกับอเมริกา และญี่ปุ่น พออันนี้เป็นเรื่องจีนทำไมคิดว่าปรับมุมมองไม่ได้  เราเองก็อยากให้คนจีนเข้าใจเรา เชื่อว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นคนไทยที่อยู่ในจีนมาอยากเป็นสะพานเชื่อมเพราะมองว่าเข้าใจกันไว้ก็ดีกว่าไม่เข้าใจกัน ถ้าคนไทยจะมองว่าผมอวยจีน ถ้าผมไม่เอามาบอก ไม่เอามาพูด ถ้ามีแอนตี้หนักจริงๆ แล้วเราจะแก้ไขกันทันท่วงทีหรือไม่ อย่างไร 
 
ถ้าเรารับสารแต่มุมว่าคนไทยแย่อย่างนั้น นิสัยแย่อย่างนี้ ถ้าไม่มีใครมาบอกอีกมุมหนึ่งแล้วเราจะเข้าใจกันได้อย่างไร อยากให้เขารู้สึกว่าผมรักประเทศเรา อยากให้เราได้รู้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
 
ตอนที่ผมทำ ไม่ค่อยมีสื่อไหนทำ ตอนนี้ผมทำ สื่อ ณ ตอนนั้น ชอบเอาเรื่องที่สร้างกระแสเช่นห้องน้ำแย่ คนไทยก็เข้าใจแบบนั้น เหมือนว่าคนสนใจในเรื่องแย่ๆ มานานแล้ว ตอนที่ผมทำแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีสนใจ เพราะไม่ค่อยเห็นประโยชน์ แต่หลังๆ ที่ทำก็เริ่มได้รับกระแสจากคนที่เห็นว่าดี 
 
มีหลังไมค์มาบอกเยอะมากว่า สิ่งที่ผมทำทำให้เขาเข้าใจจีนมากขึ้น ทำให้เขาทำธุรกิจกับคนจีนได้ดีขึ้น ทำให้เขาได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เราก็รู้สึกว่าอย่างน้อยก็เป็นสะพานเชื่อม มีเคสอย่างคนไทยลืมโน้ตบุ๊กที่จีน เราก็ช่วยติดต่อกันจนได้คืน เคยมีคนไทยเก็บมือถือของคนจีนที่ไทย เราก็ช่วยตามจนเจอ เราเหมือนเป็นสะพานเชื่อมโดยมีเพจดังที่เป็นพาร์ทเนอร์ เพจหมอแล็บแพนด้า เพจ Jay The Rabbit สื่อหลักอย่างไทยรัฐ ข่าวสด เพราะเห็นว่าเราอยู่เฉยไม่ได้แล้วนะ 
 
อย่าง “อ้ายจง” บอกตรงๆ ก็บอกว่า เห็นกันในกลุ่มเล็กๆ เรานำเสนอทุกมุมทั้งเรื่องการตลาดจีน การทำธุรกิจ การใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพจที่นำเสนอทุกอย่างที่เป็นจีน ซึ่งอาจมองว่าไม่เห็นเกี่ยวกับไทยเรา แต่ลองมองไปรอบข้าง ทุกวันนี้คนจีนอยู่ในไทยเท่าไหร่ ถ้าเราไม่รู้เรื่องเขา บอกตรงๆว่า เราอาจโดนกลืนก็ได้นะ 
 
ถ้าเป็นไปได้สื่อหลักช่วยนำเสนอจากผมไปก็ยินดีมากๆ 
 
GM Live : มายาคติเชิงลบเกี่ยวกับจีนที่อยู่ในไทยอย่างเรื่องห้องน้ำสกปรก คนจีนไม่มีมารยาท ส่งผลอย่างไรบ้าง และความจริงในมุมมองของคนที่คลุกคลีในสังคมจีนเห็นว่าเป็นอย่างไร
 
เราโดนปลูกฝังมานานแล้ว อาจมองญี่ปุ่นจีน และมองจีนตรงกันข้าม จีนสกปรก โหวกเหวกโวยวาย เราต้องค่อยๆ ปรับ ณ ตอนนี้มีคนไทยเริ่มไปจีนมากขึ้น ไปเรียน หรือทำธุรกิจ ซึ่งหลายคนก็มาจากเพจผม พอไปมาแล้วก็บอกว่าไม่เหมือนที่เรารู้จักมาเลยนะ 
 

 
GM Live : แล้วคนจีนมีมายาคติที่เข้าใจคนไทยผิดไปแบบไหนบ้าง
 
เยอะเลยครับ อย่างเรื่องคนจีนมองว่าคนไทยยากจน เพราะมีสาวประเภทสองเยอะ เขามองว่าจะต้องมาจากครอบครัวยากจนถึงขั้นให้ลูกตัดอวัยวะเพศทิ้งเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เขามีความเชื่อจากเรื่องขันที สมัยก่อนขันทีมาจากครอบครัวแร้นแค้นจนต้องมารับใช้ในวังเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งไม่ใช่ในสังคมเรา เราพยายามนำเสนอในสังคมจีน และมีคนจีนที่เข้าใจผิดของคนไทย เช่น มองพระเครื่องของไทยเป็นเครื่องประดับ ต้องเช่าจากพระที่เป็นหนุ่ม เพราะพระที่ลาโลกไปแล้วเสื่อมขลัง เขาใจเรื่องกุมารทอง หรือยันต์เป็นเรื่องในพระพุทธศาสนา ซึ่งต้องเข้าใจใหม่ 
 
GM Live : มุมมองของคนจีนต่อเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือเรื่องคนจีนตั้งนอมินีมาบริหารบริษัทท่องเที่ยวในไทยอย่างไร 
 
จริงๆ แล้ว คนจีนหลายคนมองว่าไม่ดี แต่หลายคนก็มองว่าเป็นธุรกิจของคนจีนที่ทำในต่างประเทศก็ไม่ผิด ในมุมผมเอง ถ้าทำถูกกฎหมายก็โอเค ถ้าผิดกฎหมายก็ควรจัดการด้วยมาตรการสูงสุดให้เรียบร้อย เพราะสุดท้ายแล้วทัวร์ศูนย์เหรียญก็เคยทำไม่ได้กับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งไม่ดีกับการท่องเที่ยวไทย
 
GM Live : ตอนนี้มองอนาคตของเพจ และอาชีพของตัวเองอย่างไร
 
เพจทั้งของจีนและไทยก็จะทำตามเส้นทางต่อไปตามเดิม (ตอนนี้ทำอาชีพอะไร) ส่วนตัวผมเองเปิดบริษัทส่วนตัวเป็นบริษัท Mango Group Media ทำการตลาดจีน สร้างแบรนดิ้ง การตลาดออนไลน์จีน เพื่อให้คนจีนรู้จักสินค้าไทยมากยิ่งขึ้น 
 
(เพจมีรายได้เข้ามาไหม) มีสินค้าและแบรนด์ต่างๆ สนใจลงคอนเทนต์กับเราอย่างต่อเนื่อง แต่เราจะเลือกที่ตรงกับแนวทางของเพจเรา
 
GM Live : ถ้ามีคนสงสัยแนวทางทำเพจเพื่อทำความเข้าใจตรงนี้มันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจด้วย จะอธิบายอย่างไร
 
ตอนนี้เราเริ่มเป็นสื่อออนไลน์เต็มตัว สร้างทีมเพื่อขยายให้มีประสิทธิภาพให้มากขึ้น เราจำเป็นต้องมีสปอนเซอร์มาบ้าง แต่ในส่วนการช่วยเหลือ ทำความเข้าใจจีน ถ้าทุกคนที่ติดตามมาตลอด หรือแม้แต่คนใหม่ ลองมองดูว่าถ้าเราคิดแต่ผลประโยชน์แต่ธุรกิจอย่างเดียวคงไม่กล้าเล่นประเด็นแรงๆ เพราะมีผลเหมือนกัน ถ้าคนใหม่ไม่เข้าใจก็แบนไปเหมือนกัน
 
เราเล่นประเด็นเสี่ยงหลายรอบเหมือนกัน เรามีอุดมการณ์ต้องการให้คนไทยรับรู้มากยิ่งขึ้น บอกตรงๆว่า เป้าหมายอย่างเดียวคือเราอยากเป็นสะพานไทย-จีนเท่านั้น 
 
GM Live : อยากบอกอะไรสำหรับคนที่มีแนวคิดหรือมีธงบางอย่างต่อจีน และบอกอะไรสำหรับคนที่ติดตามการทำงานของ “อ้ายจง” 
 
อยากให้มองคนจีนเป็นตัวเรา ถ้ามีคนไม่เข้าใจตัวเรา คิดว่าก็ต้องอยากให้คนอื่นเข้าใจตัวเราบ้าง อยากบอกคนที่อ่านบทความนี้อยู่ คนที่ติดตามอยู่ หรืออยากลองติดตาม ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันเราตลอด บอกตรงๆ ว่ามีท้อบ่อยๆ มีคนว่าเราอวยจีนบ้าง เคยโดนหนักขนาดโทรศัพท์มาขู่ด้วยซ้ำในช่วงที่แฉเรื่องหลอกลงหุ้นจีนแต่จริงๆ แล้วเป็นแชร์ลูกโซ่ เรายังไม่ล้มเลิก เดินหน้าช่วยต่อไป อย่างที่เห็นหลายเรื่อง นมอัดเม็ด จดลิขสิทธิ์ทุเรียนหมอนทอง ก็ได้ผลกลับมาที่ประเทศเราด้วย 
 
(เคยมีหน่วยงานจากจีนติดต่อมาสนับสนุนไหม) มีครับ แต่ไม่ได้วงกว้างขนาดนั้น เคยมีสถานทูตไทยในจีนเคยชวนผมไปบรรยาย หรือมหาวิทยาลัยในไทยก็ชวนไปบรรยาย เดือนหน้าก็มีบรรยายที่ศิลปากร บรรยายเรื่องจีนสมัยใหม่ 

 
ภาพและโพสต์จาก https://www.facebook.com/aizhongchina/