วันดีคืนดี กทม.มีชื่อเป็นข่าวจากแนวคิดดึงสิทธิบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หรือ BACC จากมูลนิธิหอศิลป์แห่งกรุงเทพฯ คนในวงการศิลปะต่างตั้งคำถามกับแนวคิดนี้ แล้วผู้อำนวยการหอศิลป์จะว่าอย่างไรบ้าง
 
กทม.ยุคการบริหารงานโดยพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผุดแนวคิดให้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เป็นผู้บริหารจัดการดูแลหอศิลป์ แทนที่มูลนิธิฯ จากเหตุผลเรื่องประสิทธิภาพการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนและประชาชนซึ่งกทม.เชื่อว่าจะทำได้ดีกว่า แนวคิดของกทม.ยังรวมถึงสร้างแหล่งเรียนรู้แบบ Co-working space ด้วย
 
หอศิลป์แห่งกรุงเทพฯที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมครบ 10 ปีในเดือนกรกฎาคม ปี 2561 ซึ่งควรจะมีข่าวกิจกรรมเฉลิมฉลองแต่มาถูกกลบด้วยกระแสข่าวความขัดแย้งทางความคิดในห้วงเวลาที่ประหลาดและถูกตั้งคำถามจากคนในแวดวงศิลปะมากพอสมควร
 
GM Live สัมภาษณ์ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครฯ เกี่ยวกับกระแสข่าว และความคิดเห็นต่อทิศทางการดำเนินของหน่วยงานภายในที่มีต่อความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานปกครองระดับท้องถิ่นในครั้งนี้ ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษ
 
GM Live : มองแนวคิดของกทม.ตามที่มีกระแสข่าวว่ากทม.จะดึงหอศิลป์กรุงเทพฯไปบริหารเองแทนมูลนิธิฯอย่างไร
 
งงและประหลาดใจ (หัวเราะ) เพราะทางผู้บริหารกทม.ไม่เคยหารือกับทางมูลนิธิหอศิลป์ฯเลย เรียนให้ทราบแบบนี้ เผื่อยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน หอศิลป์ฯเป็นสถานที่ของกทม. แต่บริหารโดยมูลนิธิ โดยสัญญาโอนสิทธิมีผลตั้งแต่ปี 2554 สิ้นสุดปี 2564 ที่บอกว่า งงและประหลาดใจคือว่า การทำงานช่วงที่ผ่านมาต้องบอกว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น คือว่าตัวอย่างจำนวนผู้เข้าหอศิลป์ฯก็เพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2557 มี 9 แสนคน ปี 2558 1.1 ล้าน ปี 2559 มี 1.2 ล้าน ปี 2560 ขึ้นไปถึง 1.7 ล้านคน
 
พูดได้เลยว่าความเป็นพื้นที่ศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของประชาชน จำนวนผู้เข้าใช้น่าจะมากที่สุดแล้วในประเทศไทย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมที่บริหารโดยราชการล้วนๆ อย่างศูนย์วัฒนธรรมฯจำนวนผู้เข้าใช้ก็ไม่มากขนาดนี้ 
 
GM Live : มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือเปล่า
 
เข้าใจว่าประเทศเราอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน เราก็จะมีเลือกตั้งเร็วๆนี้ ช่วงนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น มีหลายอย่างที่ปรับปรุงได้ดีขึ้น ทีนี้มันยังน่าสงสัยสำหรับหลายคน มีคนมาพูดให้ฟัง หลายอย่างจะดีขึ้นแล้ว แต่หลายอย่างก็เกิดขึ้นได้โดยไม่ทราบเหตุผล ทางผู้บริหารกทม.เองก็ดีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทางสมาชิกสภากทม.ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ค่อยได้ติดต่อสื่อสารเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้นั่งคุยกันเท่าไหร่ ก็เลยยังเป็นห่วงอยู่
 
GM Live : มองตามเหตุผลที่กทม.ยกมา คิดว่าการบริหารงานจะทำได้ดีกว่าคนในแวดวงศิลปะช่วยกันบริหารหรือไม่ อย่างไร
 
คงต้องให้พี่น้องประชาชนช่วยกันตัดสิน ลองเปรียบเทียบดูว่าการบริหารจัดการพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมโดยหน่วยงานราชการที่มีอยู่ในปัจจุบันทุกวันนี้เมื่อเทียบกับการบริหารภายใต้การกำกับดูแลของเอกชนแบบที่หอศิลป์กรุงเทพฯเป็นอยู่ แบบไหนมีประสิทธิภาพดีกว่ากัน ก็น่าจะเห็นผลอยู่แล้ว
 
มีอีกเหตุผลที่ผมอ่านข่าวจากเดลินิวส์ และไทยโพสต์ที่ลงว่า อยากให้มีพื้นที่ให้นักเรียนนักศึกษานั่งทำงานมากขึ้น จะพยายามซื้อโต๊ะเก้าอี้ 2,000 ชุดเพื่อให้นักเรียนมีที่นั่งก็เลยนึกถึงพวก Co-working space ที่มีทั่วไปซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ รู้สึกดีใจที่ภาครัฐตามเทรนด์ แต่บางทีก็ต้องดูว่าที่แบบนั้นมีพอแล้วหรือยัง ผมเคยเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ ตอนนี้ก็ยังได้รับอีเมลจากหน่วยงานอยู่ ก็เห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงสอบ ห้องสมุดก็เปิด 24 ชั่วโมงก็ตอบโจทย์ตรงนี้แล้ว มหาวิทยาลัยอื่นก็น่าจะเริ่มทำเหมือนกันบ้างแล้ว ก็มีพื้นที่ให้นักเรียนนักศึกษาทำงาน 
 
ช่วงนี้ดึกๆ ผมก็จะเข้าไปนั่งร้านกาแฟไม่ได้แล้ว เขาจะนั่งอ่านหนังสือกัน ถ้าเป็นพวกนิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ถ้าจะทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น Co-working space ชุดโต๊ะเก้าอี้ 2,000 ชุด ผมเข้าใจเอาเองว่าอาจไปตั้งชั้น 7-9 ซึ่งเป็นห้องแสดงนิทรรศการด้วย คำถามของผมคือ เขาไม่ได้ออกแบบมาเป็นแบบนั้น Co-working space ที่เพดานสูงมาก ผนังสีขาว อาจได้จำนวนก็จริง ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร อาจต้องไปถามอีกฝ่าย 
 
แต่ถ้าชุดโต๊ะเก้าอี้ 2,000 ชุด จำนวนคนเข้ามาตลอดทั้งปีจะมากกว่า 1.7 ล้านคนหรือเปล่า ผมเป็นอาจารย์มานานกว่า 25 ปี ผมเห็นว่าการศึกษาไม่ได้เกิดเฉพาะมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษา ไม่ใช่แค่นั่งโต๊ะเก้าอี้แล้วเล่าเรียนเท่านั้น มันมีแหล่งศึกษาแหล่งความรู้อีกหลายแหล่งที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น การที่ผมลาออกจากตำแหน่งอาจารย์เพื่อมาทำงานที่ BACC ก็คือเห็นแล้วว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน คนที่เข้ามาเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์หลายอย่าง มาพักผ่อนหย่อนใจ ซื้อของ ซื้ออาหาร ไปดูงานศิลปะก็มี ทุกวันที่ผมไปดูงาน ผมจะเห็นนักเรียน นักศึกษามา เขามาเอง ไม่ได้ครูสั่ง เขาจะได้ความรู้กลับไป เจ้าหน้าที่ นำชม ถ้าคนที่เข้ามามีคำถาม เขาก็มีตอบให้ทุกอย่าง มี QR Code สามารถแสกนได้ เข้าไปที่เว็บไซต์ เป็นข้อมูลนิทรรศการ 
 
งานทุกอย่างผมทำเป็นนโยบายว่า คนที่เข้ามา BACC อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน อยากรู้อะไรต้องมีคำตอบให้ ถ้าไม่มีคำตอบทันที ก็ต้องหาคำตอบมาให้ได้ เพราะที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ คนที่เข้ามาสำรวจจากบางกอกโพลล์ ช่วงที่เราจะครบรอบ 10 ปี ก็อยากประเมินดูว่า 10 ปีที่ผ่านมาทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ผลประเมินออกมาว่า 35 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้ามาหอศิลป์คือนักเรียนนักศึกษา ตรงนี้คือกลุ่มหลัก หอศิลป์ไม่ใช่แหล่งชุมนุมศิลปิน นักเรียนนักศึกษาไม่ได้มาเรียนศิลปะ แต่มาเรียนความรู้ เรียนประวัติศาสตร์ มาเรียนข้อมูลหลายอย่างที่ถ่ายทอดจากงานศิลปะ 
 
จะเห็นได้ว่ากิจกรรมกว่า 400 งานที่จัดตลอดทั้งปีไม่ได้มีแต่เรื่องศิลปะ เร็วๆนี้ก็มีนักวิทยาศาสตร์มาพูด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เพิ่งมาบรรยาย นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายของผู้บริหารชุดใหม่ เราพยายามจะเชื่อมโยง ไม่ใช่แค่ศิลปะ เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม นี่คือศูนย์เรียนรู้ที่แต่ละคนเลือกเรียนว่าจะเรียนอะไร เราก็มีเจ้าหน้าที่ให้ มีข้อมูลให้ มีคนที่มีความรู้จัดสรรให้
 
GM Live : การทำ Co-working space จะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้วยไหม 
 
อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ เรียนอย่างนี้ว่า การที่นักเรียนนักศึกษาต้องหาที่นั่งทำงานข้างนอก แปลว่าในสถาบันเองมีปัญหาหรือไม่ ไม่มีพื้นที่ให้ทำงานเพียงพอ เป็นปัญหาของสถาบัน การที่นักเรียนประถม-มัธยมต้องเรียนพิเศษวันเสาร์-อาทิตย์เป็นปัญหาระบบการศึกษา เรากำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือเปล่า อย่างที่เรียนให้ทราบไปคือ ชั้น 7-9 บางจุดเพดานสูง 10 เมตรเลย ถ้าเป็นสนามบาสอาจได้ แต่ถ้าเป็น Co-working space ก็คงต้องบอกว่าอาจเปลืองแอร์เหมือนกันนะครับ (หัวเราะ) 
 
เรื่องผลประโยชน์ ผมไม่แสดงความคิดเห็นว่ากทม.เข้ามามีเรื่องผลประโยชน์หรือเปล่า แต่ชี้แจงเรื่องการดำเนินงานของมูลนิธิหอศิลป์ ปีที่แล้ว 2560 ได้งบสนับสนุนจากกทม. 45 ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย 75 ล้านบาท มีส่วนต่าง 30 ล้าน จากการดำเนินงานของเราเองทั้งหมดสามารถหาเงินได้ 37 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินงานเองคือการบริหารพื้นที่ ให้ร้านค้าเช่า ร้านหนังสือ ร้านอาหาร และเวิร์คชอปวาดรูปหรืองานศิลปะก็ให้เช่าในอัตราที่ไม่ได้เป็นธุรกิจแต่อัตราสมเหตุสมผล หรือหน่วยงานที่มาใช้พื้นที่ก็พิจารณาเป็นรายไป มีเรตเอกชน ราชการ หรือถ้าเป็นงานที่เป็นความร่วมมือกับหอศิลป์ก็ลดหย่อน หรือบางครั้งให้ใช้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายก็มี 
 
จากการบริหารงานทั้งหมดก็สามารถหารายได้ 37 ล้านบาท ไม่แน่ใจว่าเห็นตัวเลขตรงนี้หรือเปล่า เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย แนวโน้มก็เพิ่มทุกปี ปัญหาคือปีนี้ไม่ให้เลย นี่คือปัญหา ตั้งแต่เซ็นสัญญาโอนสิทธิเมื่อ 2554 ปีนี้เป็นปีแรกที่กทม.ไม่ได้ให้งบสนับสนุนหอศิลป์เลยแต่ที่อยู่ได้คือการบริหารจัดการของมูลนิธิ บวกกับเงินสนับสนุนกทม. เงินที่เราบริหารพื้นที่เอง ได้รับบริจาคสนับสนุนจากห้างร้านต่างๆ ทำให้ยังมีเงินคงบัญชีอยู่ 5 เดือนของปีนี้ มูลนิธิใช้เงินของมูลนิธิเองทั้งหมดจึงอยู่ได้ 
 
GM Live : เหตุผลของการไม่ให้งบประมาณคืออะไร
 
ตามที่ทราบข้อมูลจากรายงานข่าวคือ เขาให้เหตุผลเรื่องขัดกับระเบียบบริหารราชการกทม. โดยบอกว่าการให้มูลนิธิที่เป็นเอกชนบริหารต้องได้รับการอนุมัติจากสภากทม.รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน ซึ่งทางทีมกฎหมายตั้งแต่ช่วงเซ็นจดหมายโอนสิทธิ 2554 ได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯในเวลานั้นคือหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านได้เซ็นเรื่องไปเรียบร้อย เป็นสิ่งที่ตกลงเรียบร้อย ก็จะกลับไปที่คำถามเดิมว่าถ้าตรงนี้มีปัญหา แล้วทำไมปล่อยให้มูลนิธิบริหารมาตามสัญญา 7 ปีแล้ว สถานะการเงินก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเพิ่งมีปัญหาตอนนี้ 
 
การบริหารงานของหอศิลป์ที่ผ่านมาอาจมีเสียงวิจารณ์พอสมควร ล่าสุด คือกรณีงานนิทรรศการ "คาราวัจโจ" ซึ่งมีผู้วิจารณ์คุณภาพของงานที่นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นภาพพิมพ์ด้วยอิงค์เจ็ตแปะลงบนกล่องไฟ
สะท้อนเรื่องคุณภาพการบริหารจัดการส่วนหนึ่งด้วยหรือไม่ อย่างไร
 
อธิบายก่อนว่าเป็นนิทรรศการที่เดินทางหลายประเทศแล้ว ผ่านสภาพภูมิประเทศหลายแบบมาแล้ว ร่วมจัดกับสถานทูตอิตาลี รับประกันคุณภาพร่วมกัน ผมก็เห็นด้วยว่าคุณภาพพิมพ์งานบางชิ้นมีปัญหา บางชิ้นก็ละเอียดคมชัด เราไม่ได้นำเสนอผลงานของคาราวัจโจ แต่เรานำเสนอสื่อใหม่ที่ใช้นำเสนอภาพวาดที่มีแต่โบราณ นั่นคือการพิมพ์และนำเสนอด้วยกล่องไฟ แม้ว่าเรามีงบมากพอ เราก็ไม่นำของจริงมาแสดง เพราะเราเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ หลังจากเกิดประเด็น คนเข้ามางานเยอะมาก ไม่ได้เข้ามาเพราะจะมาดูว่าชัดหรือไม่ชัด เขามาดูว่าคาราวัจโจ เป็นใคร เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักลีโอนาร์โด ดาวินชี หรือไมเคิล แองเจโล 
 
อย่างที่ผมบอกว่า BACC เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนทั่วไป อันนี้ก็คือการให้ความรู้ด้วยสื่อใหม่ ไม่ได้คิดว่าต้องนำเสนอภาพที่เป็น HD Digital Painting นำเสนอด้วยไลท์บ็อกซ์ร่วมกับสถานทูตทั่วโลกให้ประชาชนดูทุกปี ผมว่าเรามีความหลากหลายมากกว่า อยากให้มองอีกประเด็นว่านิทรรศการ Caravaggio Opera Omnia คำ Opera ไม่ได้หมายถึงการร้องโอเปร่า แต่หมายถึง "งาน" Omnia หมายถึง All หรือทั้งหมด คล้ายๆ เป็น "การรวบรวมงาน" อาจไม่ได้ทุกชิ้น แต่ก็เยอะมาก จริงๆแล้วก็เหมือนเป็นนิทรรศการ Retrospective ของศิลปินคนนี้ 
 
จริงๆ ตอนนี้ก็มีนิทรรศการแนวนี้อีก 2 งาน ชั้น 8 เป็นของคุณวสันต์ สิทธิเขตต์ ชั้น 4 มีของศ.อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นงานลักษณะเดียวกันคือ Opera Omnia คือเป็นการให้ความรู้ว่าศิลปินแต่ละคนมีพัฒนาการวาดภาพช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตแตกต่างกันอย่างไร 
 
GM Live : กทม.จะประชุมหาทางออกวันที่ 15 พ.ค.นี้ คาดหวังทางออก หรือเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง 
 
ต้องสู้กันด้วยสัญญา สัญญาโอนสิทธิยังมีผลบังคับใช้ถึงปี 2564 อีกอันคือต้องฟังเสียงประชาชน เราเป็นประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย แม้ช่วงนี้ผู้ว่าฯกทม. และสภากทม.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่าช่วงนี้ผู้บริหารควรตัดสินใจเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะหลายๆ ประเทศก็กำลังจับตามองอยู่ว่าการบริหารจัดการตัดสินใจสำคัญต่างๆ ถูกต้องชอบธรรมหรือเปล่า เพราะบ้านเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยก็คงต้องฟังเสียงประชาชน 
 
แม้หอศิลป์เป็นหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แต่จริงๆ ก็คือของประชาชนชาวไทยทุกคน ไม่ใช่แค่คนไทย ทุกวันจะเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางคนไม่ตั้งใจมา บางคนซื้อของอยู่มาบุญครองแล้วก็เดินผิดประตูแล้วเข้ามา แต่เขาก็เข้ามาแล้วก็เห็นศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยและต่างชาติ และใช้เวลาอยู่ในนี้ หลายคนบอกว่าประหลาดใจว่าแม้แต่ประเทศที่เป็นโลกที่ 1 ไม่กี่ประเทศจะมีพื้นที่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยใจกลางเมือง 
 
อันนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ตรงนี้ไม่ควรเป็นหอศิลปวัฒนธรรม คนตั้งคำถามเรื่องนี้ตลอดเวลา มันอยู่ได้ไหม ได้ประโยชน์อะไร แน่นอนว่า การทำงานของมูลนิธิฯตลอดเวลามานี้ก็พิสูจน์แล้ว แน่นอนว่าก็มีสิ่งบกพร่องที่ต้องปรับปรุงต่อ 
 
จริงๆแล้วปีนี้เป็นปีที่น่าจะได้ฉลองกันเพราะครบรอบ 10 ปี เราเปิดให้ประชาชนเข้าชมงานครั้งแรก 29 ก.ค. 2551 ปีนี้ควรเฉลิมฉลองกัน ไม่น่าจะต้องโศกเศร้ากับการตัดสินใจของรัฐบาลท้องถิ่นใช่ไหม