Connect with us

Subscribe

Interview

ก่อน Girls Don’t Cry ชวนดูสารคดีไอดอล 48Group-BNK48 บันทึก Coming of Age

มาตามนัดกับ Trailer ฉบับเต็ม Girls Don’t Cry สารคดี BNK48 ของ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่หลายๆ คนคงได้ดูตัวอย่างกันไปแล้ว ประกอบกับบทสัมภาษณ์ของเต๋อใน The Matter ค่อนข้างน่าสนใจเลยอยากจะพูดถึงเรื่องนี้สักเล็กน้อย

การทำสารคดีไอดอลของญี่ปุ่นนั้น หลายๆ วงก็ทำเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของวงตัวเองในการรวบรวมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงแม้การนำเสนอจะไม่ได้ครบทุกด้านแต่ก็มักจะเปิดมุมมองในมุมที่แฟนๆ ปกติไม่ค่อยได้เห็นจากความสดใสบนเวที ซึ่งก็จะมีการเล่าที่เป็นที่นิยม 2 แบบคือ การเล่าแบบเรียบเรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา และการเลือกกำหนดหัวข้อขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวนั้นๆ

คำหนึ่งที่เรามักจะได้ยินบ่อยก็คือคำว่า “Coming of Age” อย่างที่บอกว่าไอดอลนั้นมีช่วงเวลายุคทองอยู่ในช่วง 17-21 ปี มันคือช่วงเวลาที่บอกว่าเรากำลังจะกลายเป็นอะไร มีความสับสน หรือหัวเลี้ยวหัวต่อ และยิ่งมาอยู่ในสถานะพิเศษที่คนจับจ้องพร้อมความคาดหวังมันเหมือนการเฝ้าดูว่าพวกเธอเหล่านี้จะกลายเป็นอะไร

สำหรับ AKB48 นั้นเริ่มมีสารคดีตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์ในช่วงการแข่งขัน Janken Tournament หรือเป่ายิ้งชุบเซมบัตสึครั้งแรก ที่ชัยชนะตกเป็นของ “อุจจี้” อุจิดะ มายุมิ เมมเบอร์ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจก้าวขึ้นเป็นเซนเตอร์ด้วยโชคชะตา และชัยชนะของโอชิมา ยูโกะ ในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในชื่อ DOCUMENTARY of AKB48 to be continued

ซึ่งผู้ที่เข้ากำกับในขณะนั้นก็คือเจ้าพ่อหนัง Coming of Age อย่าง ชุนจิ อิวาอิ เจ้าของผลงานอย่าง All about Lilly Chou-Chou และ Hana&Alice นั่นเอง โดยออกฉายในระบบโรงภาพยนตร์ และช่วงยุคทองของ AKB48 มีสารคดีออกมาตลอด

ภาคที่ 2 ก็คือ DOCUMENTARY of AKB48 Show must go on ที่เล่าถึงการกลับมาชนะในการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ของ “อัตจัง” มาเอดะ อัตสึโกะ กับประโยคคลาสสิก “จะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่าเกลียด AKB48 เลยนะคะ” และบรรยากาศความเศร้าสลดหลังเหตุการณ์สึนามิ 2011 ที่ 48Group มีส่วนลงพื้นที่ไปฟื้นฟู

ภาคที่ผู้เขียนชื่นชอบที่สุดกลับเป็นภาคที่ 3 DOCUMENTARY of AKB48 No flower without rain ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ AKB48 เมื่ออัตจังประกาศจบการศึกษา “ซัชชี่” ซาชิฮาระ ริโนะ เจอพิษภาพหลุดครั้งอดีตทำให้เธอต้องย้ายจาก AKB48 ในขณะที่เธอรุ่งเรืองไปเริ่มตั้งไข่ HKT48 ที่ฟุกุโอกะ

และแน่นอนก้าวที่ใหญ่ที่สุดของพวกเธอการได้แสดงที่โตเกียวโดมครั้งแรก นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ถึงเส้นทางความฝันตลอด 7 ปีของวงไอดอลเล็กๆในตึกดองกิโฮเต้ อากิฮาบาระ ที่เดินทางมาถึงสถานที่แสดงคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ระยะทางเพียง1,830เมตร แต่พวกเธอใช้เวลา 7 ปีในการเดินสู่ความฝันเรียกได้ว่านี่คือบันทึกยุคทองที่สุดของ 48Group เลยก็ว่าได้

ก่อนที่จะปิดฉากยุคทองในสารคดีออกฉายปี 2014 DOCUMENTARY of AKB48 The Time Has Come บันทึกการผลัดใบครั้งสำคัญ เราจะได้เห็น “โทโมะจิน” อิทาโนะ โทโมมิ ประกาศจบการศึกษาในสารคดี การเป็นแชมป์ครั้งแรกของซัชชี่ และการผลัดใบครั้งสำคัญเมื่อยูโกะ ผู้ที่มารับช่วงต่อในการนำ AKB48 ต่อจากอัตจังได้จบการศึกษาลง หลังจากนั้นสารคดีก็เว้นว่างไปนานจนปี 2016 ก็ได้มีภาคต่อ

สิ่งที่เราอยากจะเห็นใน Girls Don’t cry ก็คือการเล่าเรื่องในมุมองที่แฟนๆ ทั่วไปไม่ได้เห็น สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การเล่าเรื่องของเต๋อดูเหมือนจะใช้ประเด็นนำมากกว่าการเล่าแบบไล่เรียงไทม์ไลน์ โดยหยิบมุมมองของเมมเบอร์แต่ละคนออกมานำเสนอ และอีกคำถามก็คือโดยปกติสารคดีจะมีเพลงประกอบที่ค่อนข้างตราตรึงใจแฟนๆ แล้วฉบับ BNK48 จะมีเพลงประกอบหรือไม่ และเลือกเพลงใดมาทำ อย่างเพลง First Rabbit ในภาคที่ 2 ก็ถือว่าเป็นเพลงดังเพลงหนึ่งเช่นกัน

วงน้องสาวอื่นๆ ก็มีสารคดีเป็นของตัวเองเช่นกันอย่าง HKT48 ก็มี Ozaki Shihainin ga Naita Yoru DOCUMENTARY of HKT48 ที่ซัชชี่ ลงมือกำกับเอง โดยเล่าผ่านมุมมองของโอเซกิ อัตสึชิ ชิไฮนินของ HKT48 ซึ่งทำออกมาน่าสนใจ

หรือ NMB48 ก็มี Doutonbori yo, Nakase te Kure DOCUMENTARY of NMB48 แต่ที่ผู้เขียนชอบที่สุดกลับเป็นของ SKE48 DOCUMENTARY of SKE48 “Yume wo Otte Shissou suru Shoujotachi no Roku-Nenkan no Monogatari” ที่เป็นบทบันทึกตั้งแต่วันออดิชั่นจนถึงปี 2015 เราจะเห็นกระบวนการสร้าง “จูรินะผู้ไม่แพ้” มัตสึอิ จูรินะ และแรงกดดันมหาศาลที่เด็กคนนี้รับตั้งแต่ประถม และความสัมพันธ์ในเชิงทั้งเพื่อนและคู่แข่งของ “ดับเบิลมัตสึอิ” ทั้งจูรินะ และมัตสึอิ เรนะ

หน้าที่ของสารคดีคือการบันทึกความทรงจำ ความคิดเห็น ความรู้สึก ซึ่งหลายครั้งเมื่อเรามองย้อนในเวลาที่ผ่านพ้นไปแล้วกลับไปดูอีกครั้ง เราอาจจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป Girls Don’t cry ของเต๋อ เป็นหลักไมล์สำคัญที่บอกว่า ครั้งหนึ่งวงการไอดอลของไทยเคยคึกคักถึงขีดสุดกับ BNK48 แต่เรื่องราวกว่าที่พวกเธอจะมาอยู่ตรงนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ไม่เฉพาะแค่ผู้ชม มันยังเป็นบันทึกชีวิตช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเมมเบอร์เช่นกัน

ในขณะที่พวกเธอกำลังเติบโตและอยู่ในสายตาสาธารณะ มีคำถามหนึ่งในสารคดีของ SKE48 ที่ยังติดตรึงอยู่ในใจเสมอ

ผู้กำกับถามเมมเบอร์คนหนึ่งว่า “หลังจากจบการศึกษาจากการเป็นไอดอลแล้วเธอจะทำอะไรต่อ?”

คำตอบของเธอช่างน่าสนใจ และทำให้เข้าใจสภาวะที่เธอต้องแบกรับในฐานะไอดอล

เธอตอบว่า “ก่อนอื่นฉันต้องกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาเสียก่อน…”

นักเขียน : RicchanSama

Avatar
Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

มองประเด็นสังคมผ่าน
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์

Entertainment

หนังเต๋อ นวพล หนังเต๋อ นวพล

หนังของ ‘เต๋อ-นวพล’
ทิ้งอิทธิพลอะไรให้วัยรุ่นไทย

Entertainment

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

Entertainment

ปลอม! เปลือก!

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup