Connect with us

Subscribe

Life

เมื่อผมมี ‘ความทุกข์’ เป็นเพื่อนแท้

เรื่อง: Mr. Brandon

“กึก!” เสียงฟันกระทบสิ่งแปลกปลอมสักอย่างในปากระหว่างที่ผมกำลังรับประทานอาหารเช้าในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ผมเลือกแล้วว่าบรรยากาศและอาหารช่างเข้ากับชุดสูทอาร์มานี่ก่อนเข้าประชุมกับผู้ถือหุ้นใหญ่

เปล่าหรอก…ผมไม่ได้เป็นไฮโซ มีฐานะทางบ้านดีเลิศ เพียงแต่หน้าที่การงานที่ดูสูงส่งในองค์กร (แต่คนข้างนอกไม่รู้จัก) ทำให้ผมพอจะอัพรูปกาแฟลาเต้อาร์ตในแก้วสีขาวกระทบแสงแดดยามเช้า

แต่…เจ้าหิน หรือกรวด หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ มันกระทบฟันทำให้เสียอารมณ์ยิ่งนัก ผมเกือบจะเขียนสเตตัสตำหนิความสะเพร่าของร้านอาหาร แต่ผมเบรกไว้เสียก่อน เพราะเลื่อนลงมาพบเพื่อนในเฟรนด์ลิสต์แชร์ข่าว Grab โดนเทจากลูกค้า ที่กดยกเลิกการสั่งอาหารทั้งที่พนักงานได้สั่งซื้อสินค้าและจ่ายเงินแล้วด้วยซ้ำ

ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ เพราะในทางกลับกันผมก็เคยโดนยกเลิก หรือโดนแกรบเทไม่ซื้ออาหารให้ผม แล้วปล่อยให้ผมหิวโหยอยู่ในคอนโด แต่ผมสนใจการเข้ามาคอมเม้นท์ต่อว่า ด่าทอ เชียร์ให้ประจานคนสั่ง บางคนอารมณ์ขึ้นอาฆาตมาดร้ายราวกับเป็นพนักงานแกรบคนนั้นเสียเอง

สารภาพว่า 2-3 นาทีที่ผมไล่อ่านคอมเม้นท์ ผมลืมเสียสนิทว่า เมื่อสักครู่ผมโมโหเรื่องอะไร

คนเราสามารถเป็น ‘ทุกข์’ เพียงแค่รับรู้เรื่องที่แชร์ต่อๆ กันมาจากคนไม่รู้จักเท่านั้นหรือ บางคนถึงขั้นไปตามล่าแม่มด ส่งข้อความไปด่าก็มี แคปฯ รูปมาประจานก็มี หนักกว่านั้นคือสืบเสาะหาที่ทำงาน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง

…นี่คือ คนเรากำลังมีทุกข์กับเรื่องของคนอื่นโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ หรือสมัยนี้ คนกำลังโยนความทุกข์ ความเจ็บปวดให้กับ ‘โรคซึมเศร้า’ กับความเข้าใจที่ว่า เราทุกข์ เราร้องไห้ เราต้องเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน ทั้งที่ยังมีอีกหลายคนกลับอยู่กับโรคซึมเศร้าด้วยความสุข

คนเราจะอยู่กับความทุกข์ได้อย่างไร

สติ: ไม่จำเป็นต้องหลอกตัวเองหรือปลอบใจตัวเอง เพียงแค่ใช้สติและ ‘รู้ทัน’ จนปล่อยวางเรื่องหรือปัญหาได้ หากมีความเจ็บปวดทางกาย ถ้าเราเผลอก็จะปวดใจตามมา อย่างเช่น เวลาเจออากาศร้อน ไม่ใช่ร้อนกายอย่างเดียวแต่ร้อนใจไปด้วย เพราะว่าจิตไม่ปล่อยวางความรู้สึก แถมจิตยังสั่งให้รู้สึกไปในทางลบอีก

แต่ใช่ว่าจะวางเฉยกับ ‘ความทุกข์’ เสียทีเดียว เวลาเราเกิดทุกข์ ถ้าเราปฏิเสธ วางเฉยก็ยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ ฉะนั้น คนเราต้องมีสติดูใจ คือดูความคิดที่ปรุงแต่ง เห็นใจที่ขุ่นเคืองตีโพยตีพายจนปล่อยวางได้ เมื่อนั้นความทุกข์ก็จะคลายไป มีความสงบมาแทนที่

ปัญหามีไว้แก้ ในขณะเดียวกัน ปัญหาก็มีไว้ปล่อยวางเช่นกัน

อารมณ์ ความรู้สึก ที่ทำให้คนเราทุกข์ได้ทุกวัน

‘แค่กินข้าวไม่อร่อย ก็เป็นทุกข์ซะแล้ว’ อย่างที่ผมเล่าในตอนแรก อยากจะโพสใส่อารมณ์แรงๆ ระบายความรู้สึกเหลือเกิน พอผมมีสติ ไปโฟกัสเรื่องอื่น กลับทำให้เราลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเสียสนิท อารมณ์คุกรุ่นก็จางไปเร็วกว่า PM2.5 ดังนั้นพอสติมา ปัญหาก็เกิด ซึ่งลองสังเกตอารมณ์ที่อยู่ก้นบึ้งภายในใจ อารมณ์เล็กๆ น้อยๆ ตัวดีทำให้เราเกิดทุกข์ได้ไม่ยากเช่น

เหงา: จู่ๆ ก็เหงา ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้เจ้าความเหงารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง มันช่างเข้ามาบุกรุกความรู้สึกเวลาว่าง ลองโทรหาเพื่อนนัดกินข้าวเย็นสิ ปรากฏว่าไม่มีใครว่าง ก็ทำให้เราเป็นทุกข์ น้อยใจ เข้าไปอีก

อกหัก: หนักกว่าเหงาล้านเท่า แต่ขอบอกว่า คนอกหักยังมีคนให้รักดีกว่าคนเหงาๆ (นะจะบอกให้) อาการอกหักนี่แหละ ตัวการแห่งความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์มาก ทุกข์น้อย บางคน move on โค-ต-ร ไว บางคนยังติดอยู่กับคำถามว่าทำไม ฉันจึงเป็นคนถูกทิ้ง แต่น่าแปลก ฝ่ายคนถูกทิ้งกลับอยู่กับความทุกข์ที่ห่อหุ้มด้วยคำถามว่า “ทิ้งตรูทำไมวะ”

...คุณว่าฝ่ายที่ move on ก่อนใคร เขาไม่มีทุกข์ในใจจริงๆ หรือ?   

 …ผมไม่ได้บอกให้คุณปลูกความทุกข์ในทุ่งลาเวนเดอร์ ผมไม่ได้บอกให้คุณประทับร่างพระเวสสันดร เป็นผู้ให้ ผู้ปล่อยวางไปซะทุกอย่าง

อยากให้หมั่นดูกาย ดูใจ ด้วยใจที่เป็นกลางคือดูวางเฉยในบางเรื่อง ไม่ยินดียินร้าย ไม่ผลักไสและไม่ไขว่คว้าคาดหวัง แม้กายจะทุกข์ แต่ใจไม่ทุกข์ ต่อไปเราก็จะเป็นมิตรกับความทุกข์ ความเหงา ความเศร้าได้ อย่างที่เราหนีไม่พ้น ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ว่า นี่แหละคือ ‘ศิลปะการอยู่ในโลกนี้อย่างไม่ทุกข์’

Avatar
Written By

10 เรื่องที่ชาวโซเชียลสนใจมากสุดช่วงเปิดเทอม

Calendar

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

สัญญา /ไม่ / เป็นสัญญา

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup