Connect with us

Subscribe

Life

GOVTECH
โจทย์ที่มากกว่าการโยนให้กระทรวงเดียว…ฉายเดี่ยว

ในช่วงหลังมานี้ เราเริ่มเห็นคำว่า GovTech กันบ่อยมากขึ้น ทั้งการจัดเสวนา การจัดงานต่างๆ แล้วคำๆ นี้มีหมายความว่าอย่างไร หรือมีความสำคัญอย่างไร? 

GovTech หรือ Government Technology คือการให้บริการจากภาครัฐ โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกในการทำงานแทนที่การติดต่อและเข้าถึงภาครัฐแบบเดิม และส่งมอบประสบการณ์ด้านบริการสาธารณะให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว รัฐอาจจัดทำเอง หรืออาจจัดหาผู้รับจ้าง ที่เป็นภาคเอกชนมาให้บริการแทนก็ได้

Unrecognizable healthcare manager projecting profitability of performance based payment model. Health care concept for capitation for a patient population, value-based reimbursement, bundled payment.

ขอบข่ายของGovTech นั้น ‘กว้างกว่า’ คำว่า ’e-Government’ เพราะครอบคลุมบริการสาธารณะ ทั้งการทำให้ภาครัฐสามารถทำงานผ่านออนไลน์ ในการให้บริการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และอื่นๆ รวมถึงยังมีขอบเขตที่จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง บริการการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือการทำให้ลดขั้นตอนการบริหารราชการภาครัฐได้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดการของภาครัฐด้วยนวัตกรรม จำเป็นต้องมีการออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อตอบรับกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพราะตอนนี้สิ่งที่ผลักดันและเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐ มาจากพฤติกรรมที่คุ้นชินของประชาชนที่เปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยี เช่น การเรียกแท็กซี่ผ่านแอพลิเคชั่น การโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ทันที โดยไม่ต้องดำเนินการผ่านตู้เอทีเอ็มหรือสาขาธนาคาร เป็นต้น

…แต่สิ่งหนึ่งที่น่ากังวล คือ รัฐบาลในยุคที่ต้องเจอความท้าทายด้าน Digital Transformation จะสร้าง GovTech จากรัฐเอง ก็ดูจะยากเหลือหลาย ส่วนจะเชื่อมโยงประชาชน หรือเหล่า Startup เข้ามาผนึกกำลังกับรัฐบาล ก็ยังดูเป็นควันจางๆ เพราะไทยก็พึ่งจะมาส่งเสริมเรื่อง Startup กันราว 5 ปีก่อนหน้านี้เท่านั้น มันก็เลยทำให้ประเทศไทยยังห่างไกลกับคำว่า GovTech พอสมควร

ยิ่งไปกว่านั้นรูปแบบของการผลักดันโลกแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีของภาครัฐที่มีการสนับสนุน Startup อยู่เนืองๆ นั้นก็มักพบเจ้าภาพใหญ่ไปแหมะอยู่ในกระทรวงไม่กี่กระทรวง เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เพียงพอ 

ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ GovTech เป็นเรื่องของ ‘ทุกกระทรวง’ ยิ่งกระทรวงไหนมีบทบาทหรือกระทบต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชนมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องใส่ใจในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่ประชาชนมากเท่านั้น ซึ่งกระทรวงดิจิทัลหรือวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน อาจจะยังมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนน้อยไปหน่อย แต่กลับมาเป็นเจ้าภาพแทบทุกงาน

Text sign showing We Need You. Business photo text to fulfill the needs of the assignment duty or obligation Picture photo system network scheme modern technology smart device

ดังนั้นหากลองนึกภาพตามว่า…กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ หรือแม้แต่กระทรวงสาธารณสุข ที่เรารู้กันดีว่าในวงจรของกระทรวงเหล่านี้ต้องการเทคโนโลยีเข้ามารัดรวมขนาดไหน แต่กลับไม่ได้เข้ามาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลหรือวิทยาศาสตร์ ซึ่งแม้จะจัดงานได้ดีแค่ไหน ก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะผู้ใช้ไม่ให้ความสำคัญ 

นาทีนี้ทุกหน่วยงาน จึงควรตั้งคำถามให้ตัวเอง หรือ Disrupt การทำงานในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI , Deep learning , Blockchain ต่างๆ ว่าสามารถมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยประชาชนได้อย่างไร จากนั้นรัฐบาลต้องพร้อมที่จะเป็นสะพานใหญ่ที่เชื่อม Startup เทคโนโลยี และประชาชน ให้เข้ามาถึงภาครัฐ เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกแห่งเทคโนโลยีได้อย่างว่องไวให้ได้!!

เพราะทุกวันนี้เรามี Big data เราเริ่มเห็นปัญหาที่สามารถถูกแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยี แต่ภาครัฐอาจจะยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรต่างๆ ยังไม่เอื้อต่อการคิดหาวิธีแก้ปัญหา จึงต้องเปิดพื้นที่ให้แก่ผู้มีความรู้ทางเทคโนโลยี หรือ Startup ต่างๆ ให้เข้าถึงภาครัฐ ให้มีโอกาสที่จะนำเสนอทางออกหรือ Solution ต่างๆ เพื่อให้เค้าเติบโตและช่วยชาติได้ อย่าง EdTech นั้น โรงเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นโรงเรียนรัฐ แต่หากเขาไม่สามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงโรงเรียนเหล่านั้นได้ เขาก็ไม่สามารถโตได้เต็มที่ เป็นต้น

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในยุคก่อนหรือหลังปฏิวัติเทคโนโลยี ทุกคนล้วนพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทั้งสิ้น แต่อยู่ที่รัฐบาลในแต่ละประเทศจะมองภาพออกมากน้อยแค่ไหน และปรับเอาเทคโนโลยีเข้ามาอยู่กับชีวิตคนแบบไม่สะดุดได้อย่างไร แบบไหนทำให้ชีวิตประชาชนราบรื่นขึ้น นี่คือโจทย์ ที่ทำให้ GovTech เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อหวังให้เกิดการร่วมมือกัน โดยมีเจ้าภาพสำคัญอย่างภาครัฐ ที่จะช่วยให้ทุกการเปลี่ยนผ่านราบรื่น และเป็นที่พึ่งของประชาชนในยุคที่อะไรๆ ก็บอกให้ประชาชน ‘ปรับ’ แต่กลับปล่อยให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึง ‘การเปลี่ยน’ ที่ถูกต้องได้สักเท่าไร…

@@ STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2020 มิติใหม่ของการจัดงานในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) ครั้งแรกของประเทศไทยจัดระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2563กับหัวข้ออัพเดทโลกแห่งนวัตกรรม สนใจเข้าดูย้อนหลังไปได้ที่ https://stxite2020.nia.or.th 

#GMLive #Govtech #รัฐบาล #egovernment #เทคโนโลยี #STARTUPTHAILANDxINNOVATIONTHAILANDEXPO2020#ST2020#ITE2020 #NIA

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup