Connect with us

Subscribe

GMW

คุยเรื่องนาฬิกากับดร.อัครเวช โชตินฤมล และการลงทุนกับสิ่งที่ชอบและใช่ในแบบของเขา

คุยเรื่องนาฬิกากับดร.อัครเวช โชตินฤมล และการลงทุนกับสิ่งที่ชอบและใช่ในแบบของเขา

“ทำในสิ่งที่ชอบก็จะสนุกกับมันได้เต็มที่ เหมือนกับการลงทุน ถ้าลงทุนกับสิ่งที่ชอบและใช่ ก็ตอบโจทย์ได้หมด แถมมีความสุขด้วย”

ใช่แล้วค่ะ ประเด็นหลักที่เราได้นั่งคุยกับนักสะสมคนนี้เกือบครึ่งค่อนชั่วโมงผ่านไปนั้นอยู่กับเรื่องของการลงทุนกับนาฬิกา ว่าทำไมเขาจึงคิดว่าการสะสมนาฬิกาเป็นเหมือนการลงทุน และยังแนะนำด้วยว่านี่คือตัวเลือกสำหรับการลงทุนที่น่าสนใจเสมอ
ดร. อัครเวช โชตินฤมล หรือคุณอาร์ม เป็นแขกในคอลัมน์นักสะสมของเราในวันนี้ ด้วยเพราะประสบการณ์ตรงจากการที่เขาเองสนใจด้านการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนกับสิ่งที่ชอบและใช่ หรือที่เขาเองเรียกมันว่า ‘Passionate and Alternative Investment’ อย่าง นาฬิกา นั่นทำให้เรื่องหลักๆ ที่เราได้คุยกับเขาในวันนี้ จึงหนีไม่พ้นการเลือกที่จะซื้อและเก็บนาฬิกา ที่นอกจากจะเป็นของสะสมสุดรักแล้ว ยังนับเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตได้อีกด้วย
“ผมเล่าง่ายๆ เลยล่ะกัน ถ้าสังเกตเห็นจากนาฬิกาที่ผมเก็บนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโรเล็กซ์ (Rolex) มันมีความหลังและนับเป็นจุดเปลี่ยนของผมกับการมองนาฬิกาอยู่เหมือนกัน คือตอนผมเรียนจบปริญญาเอกใหม่ๆ ก็ซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ให้กับตัวเอง แต่เป็นนาฬิกาโรเล็กซ์มือสองนะ ก็จะออกแนววินเทจหน่อย แล้วปรากฏว่าพอเราเกิดวิกฤติทางการเงินในชีวิต ก็ถอดนาฬิกาเรือนนี้ไปขาย เรารู้สึกอายอยู่เหมือนกันเพราะตอนนั้นไม่เคยซื้อขายนาฬิกามาก่อน คิดแค่ว่าจะได้สักเท่าไหร่ ก็ให้น้องที่รู้จักกันไปช่วยขาย ปรากฏว่านาฬิกาเรือนนั้นกลับขายได้ราคาที่ดี ขนาดเราใส่มาแล้วหลายปี สักสิบปีได้ จากนั้นก็เลยคิดมาตลอดว่า ถ้าเรามีเงินอีกนะ เราจะซื้อนาฬิกานี่แหล่ะเก็บไว้
“อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายเองก็มีเครื่องประดับให้เลือกน้อยนะครับ จะใส่อะไรติดตัวได้นอกจากนาฬิกา แหวน สร้อยคอ พระเครื่อง บวกกับเมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นมา เราก็อ้อ นาฬิกามันไม่ใช่แค่เครื่องประดับหรือเครื่องบอกเวลาแล้ว แต่มันคือสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดและมีกำไรได้จริง ผมเองจบด้านการเงินมาด้วย เราก็คิดเป็นการเงินไปทุกอย่าง ซื้ออะไรก็จะค่อนข้างระวัง แต่กับนาฬิกานี่ผมตัดสินใจซื้อได้เลย ขนาดว่าจริงๆ แล้วผมเป็นคนไม่ชอบใส่นาฬิกาสักเท่าไหร่ แต่เราก็เลือกซื้อเรือนที่ใช่และชอบ เพราะนี่คือสินทรัพย์ เป็นเหมือนการลงทุน ทำให้เรากล้าซื้อ จากนั้นผมก็เริ่มศึกษานาฬิกามากขึ้น ก็จะมีแบรนด์ที่เหมาะกับการลงทุน มีความเป็นสากล หนึ่งในนั้นก็ต้องมีโรเล็กซ์มาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน บวกกับสไตล์ของแบรนด์ด้วยนะ ที่ดูสปอร์ตๆ เป็นหลัก ถ้าจะหยิบมาใส่ก็ใส่ได้คล่องข้อมือ จากการมองในมุมนี้ ผมก็พอติดตามและรู้จักตลาดว่ารุ่นไหนเป็นที่ต้องการและมีแนวโน้มเป็นเช่นไร ก็ได้เรียนรู้และประสบการณ์การลงทุนไปอีกแบบ ทำให้เรายิ่งสนุกไปกับนาฬิกา
“ผมจึงมองว่านาฬิกาคือการลงทุนที่มีความสุข แถมยังฉลาดด้วย มีความสุขตรงที่ได้เห็นของที่เรารักอยู่ตรงหน้า และวันที่คุณมีจังหวะขาย ได้เห็นผลลัพธ์จากสิ่งที่เราคัดสรรและเลือกลงทุนมาอย่างดีมันก็ยิ่งมีความสุขไปใหญ่ นี่แหล่ะครับความสุขในแบบของผม และถ้ามีโอกาสก็มักจะชวนให้คนอื่นได้เห็นว่านี่คือ ‘Alternative Investment’ อีกหนึ่งตัวเลือกที่ทุกวันนี้มีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย แต่ผมคิดว่าหายากนะ กับสิ่งๆ เดียวที่จะสามารถมอบความสุขให้กับเราได้ถึงสองอย่างพร้อมกัน ทั้งเรื่องของ ‘passion’ ความชอบ ผลทางจิตใจ และยังได้เรื่องของการเงิน การได้กำไรกลับคืน ของแบบนี้หายากครับ แต่จะเกิดกับสิ่งที่มีลักษณะแบบนี้ คือหนึ่งมีกระแสนิยม มีความเป็นสากล โลกยอมรับ สองคือแบรนด์มีตำนาน มีชื่อเสียง สามคือ ‘low maintenance’ ค่าดูแลรักษาต้องไม่สูง ไม่ใช่มาเก็บอยู่ที่เราแล้วต้องเสียค่าดูแลรักษามากมาย แต่ทุกอย่างในโลกย่อมมีได้มีเสีย เราก็ต้องเป็นคนเปรียบเทียบเองว่าระหว่างจุดได้และเสียแบบไหนที่เราเองยอมรับได้และเหมาะกับตัวเอง สี่คือต้อง ‘long-lasting’ หรือคลาสสิกนั่นแหล่ะ และสุดท้ายคือห้าต้องมีตลาดรอง(รองรับ) ซึ่งนาฬิกาเป็นหนึ่งสิ่งที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้แทบจะครบทุกองค์ประกอบทั้งหมด อย่าง ปาเต็ก ฟิลิปป์ และโรเล็กซ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ในแง่ของ ‘Passionate and Alternative Investment’ ต้องยอมรับว่านาฬิกาอาจไม่ได้ค่าตอบแทนการลงทุนที่สูงเท่ากับบางอย่าง เช่น พระเครื่อง หรือรถคลาสสิก แต่อย่าลืมว่านาฬิกาปลอดภัยมากกว่า มีความเป็นสากลกว่า ความเสี่ยงก็ย่อมน้อยกว่าสิ่งที่เป็น ‘niche’ มากๆ ฉะนั้นก็ปลอดภัยกว่า ผมเลยแนะนำแน่นอนสำหรับคนที่สนใจนาฬิกาและอยากเรียนรู้ด้านการลงทุนกับสิ่งที่ชอบ เพราะนอกจากจะได้ลองประสบการณ์การลงทุนแล้ว เรายังได้ใส่นาฬิกาสวยๆ ทุกวันอีกด้วย คือได้ชื่นชมนาฬิกาไปด้วยในแบบของเรา ผมยังคงยืนยันว่านาฬิกาแต่ละเรือนที่ซื้อมาล้วนมีเหตุมีผล ผมใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และหายากนะครับที่เราจะได้ลงทุนไปกับสิ่งที่สร้างความสุขให้กับเราได้ด้วย”
หันมาพูดถึงนาฬิกาเรือนที่มีประวัติหรือความประทับใจเป็นพิเศษกันบ้าง  “อย่างที่บอกครับ นาฬิกาเกือบทั้งหมดผมซื้อเอง แต่จะมีอยู่สองเรือนที่มีคนมอบให้และมีความหมายกับเรามาก คือโรเล็กซ์ และเจเกอร์-เลอคูลทร์ (Jaeger-LeCoultre) ที่ผมเก็บรักษาไว้อย่างดี คือเราไม่รู้ว่ามันแพงแค่ไหน แต่เทียบค่าไม่ได้กับความซาบซึ้งและเรื่องราวความทรงจำที่เราได้รับจากผู้ให้ ผมว่าคุณค่าอยู่ตรงนั้น
“ส่วนโอเดอะมาร์ส ปิเกต์ (Audemars Piguet) กลายเป็นเรือนที่ผมใส่ประจำและใส่ดีมาก ในแง่ของการลงทุนอาจเทียบไม่ได้กับชื่อต้นๆ แต่ใส่ดีมาก สายสเตนเลสสตีลใส่ง่าย เข้ากับข้อมือได้ดี ที่สำคัญเป็นนาฬิกาที่ทนทานและบึกบึน เลยค่อนข้างหยิบมาใส่บ่อย พอๆ กับไบรทลิ่ง (Breitling) เพราะส่วนตัวเราชอบแนวเอวิเอเตอร์ด้วย ส่วนพาเนราย (Panerai) ก็เช่นกัน เน้นรุ่นเก่าซึ่งเป็นรุ่นแรกๆ ของแบรนด์ ใส่แล้วก็ไม่ได้ดูเวอร์ ลุยๆ ได้  “อย่าง ปาเต็ก ฟิลิปป์ นอติลุส แอนนวล คาเลนดาร์ (Patek Philippe Nautilus Annual Calendar) เรือนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เราเรียนรู้จากการลงทุนกับนาฬิกา เป็นเหมือนอาจารย์ที่สอนเราเรื่องการลงทุนได้เลยว่าต้องคำนึงถึงตลาดและทิศทางความนิยมในอนาคตด้วย เพราะมูลค่านาฬิกาเองก็เติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกลไกการตลาดเช่นกัน
“สำหรับผม มองนาฬิกาว่าเป็น หนึ่งการลงทุน เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน สองเป็นเครื่องประดับ และสามเป็นเครื่องบอกเวลา ต่อจากนี้ก็อยากได้ปาเต็ก ฟิลิปป์ อีก เพราะจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ดูสุขุม ถ่อมตัว แต่สง่างาม ที่สำคัญเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เจ็บตัวยากมาก ฉะนั้นเรือนต่อไปก็น่าจะเป็น ปาเต็ก ฟิลิปป์ ครับ”
การบริหารเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย ยิ่งตอนนี้คุณอาร์มเองเพิ่งจะเริ่มต้นโครงการใหม่ กับการลงทุนครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต 
“ตอนนี้ผมกำลังทุ่มเทให้กับโครงการที่พักอาศัยสไตล์ พูล วิลล่า ที่หาดลายัน จังหวัดภูเก็ต ชื่อโครงการ ลายัน คอลเลคชัน (Layan Collection) โดยบริษัท อัครา ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (AKRA Development Co., Ltd.) เริ่มต้นจากแนวคิดและคอนเซ็ปต์เดียวกันคล้ายๆ กับการสะสมนาฬิกา คือเน้นที่การลงทุนในอนาคต ในราคาเริ่มต้นในวันนี้ที่เหมาะสม เราจึงเน้นไปที่ความมีสไตล์ สวยงาม แต่เหมาะกับการลงทุนอย่างแท้จริง คือต้องคุ้มค่า การันตีรีเทิร์นได้ ตามคอนเซ็ปต์ที่ผมมักพูดเสมอว่า โครงการนี้ต้อง หรูมีสไตล์ พร้อมทั้งรวยมีสตางค์ คือไม่ต้องทิ้งอะไรสักอย่าง แต่คอนเซ็ปต์ต้องถูกต้องตั้งแต่ต้น ผมจึงพยายามมองกลับกันว่าในอนาคตจะต้องการันตีรีเทิร์นได้ เน้นซื้อเพื่อการลงทุนในอนาคตเป็นหลักครับ มูลค่าในระยะยาวก็จะเพิ่มขึ้นได้เอง ขนาดห้องก็สำคัญมากเพราะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อหรือเช่าในอนาคต ใหญ่ก็ใช่ว่าจะดี แต่เป็นขนาดที่เหมาะสมก็จะสร้างมูลค่าได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าเหนื่อยตอนนี้แต่สบายในวันข้างหน้าครับ
“ขณะที่ภูเก็ตเองยังคงมีศักยภาพในแง่ของการลงทุน ผมอาศัยจากการศึกษาพื้นที่และตลาดความต้องการโดยรอบ โดยลายัน คอลเลคชัน เฟสแรกก็จะมีพูล วิลลา ทั้งหมดประมาณ 121 หลัง ตอนนี้ก็เริ่มจองพล็อตก่อนจะลงมือสร้าง และค่อยๆ เดินหน้าสู่เฟสต่อไป หัวใจสำคัญของโครงการนี้คืออยู่ในที่ตั้งซึ่งเป็นย่านหลักแห่งการพักอาศัย เปรียบเหมือนสุขุมวิทเฉพาะที่เป็นพื้นที่พักอาศัย จึงมีความสะดวกสบาย แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวได้ดี ที่นี่ยังเป็นพร็อพเพอร์ตี้แห่งแรกของผมที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ก็คาดหวังว่า ลายัน คอลเลคชัน จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกและช่องทางการลงทุนสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพร็อพเพอร์ตี้ขนาดย่อม แต่ศักยภาพสูงในอนาคตครับ
“จุดเริ่มต้นของโครงการ จริงๆ ก็เหมือนกับการลงทุนกับนาฬิกาอีกนั่นแหล่ะ คือผมเป็นคนทำอะไรก็ตาม มักจะคิดถึง ‘Passion + Investment’ ตลอด ไม่เลือกทำอะไรที่เราไม่ได้รู้สึกสนุกหรือสนใจกับมัน เราชอบอยู่กับความสนุก ความสวยงาม มีเพื่อน มีชุมชนดีๆ แบบพอมีพอกินพอแล้ว อยู่กับความจริงให้ได้มากที่สุด ทำงานน้อย แต่เน้นในสิ่งที่เราทำได้ แต่ถ้าเริ่มแล้วจะไม่หยุด โฟกัสกับสิ่งที่ทำให้ออกมาดีที่สุดและเรามีความสุขจริงๆ ก็พอครับ”
แม้เวลาจะกลายเป็นเรื่องสามัญที่ทุกคนต้องพบเจอ แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะถามว่าสำหรับเขาแล้ว เวลาคืออะไร 
“เวลามีความสำคัญที่สุด ผมพูดเสมอว่าค่าของเวลานั้นสำคัญ อย่างที่ดิน เราซื้อมาต่อให้กู้หรือไม่กู้ มันก็มีดอกเบี้ยเดิน หรือมีค่าเสียโอกาส เมื่อเปรียบเทียบแล้วมันมีมูลค่าของโอกาสและเวลาที่เราเสียไปเสมอ จึงไม่ควรแลกอะไรกับเวลาโดยเด็ดขาด ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ ไม่มีค่าเท่ากับเวลา ลองจินตนาการดูง่ายๆ ว่าถ้าเราเหลือเวลาอีกเพียง 1 ชั่วโมงก็จะตาย คุณจะยังอยากได้เงินทองไหม จะยังอยากได้ชื่อเสียงเพื่อแลกกับ 1 ชั่วโมงนั้นไหม ไม่เลยครับ แต่เราจะอยากอยู่กับครอบครัว ใช้เวลากับคนที่เรารักให้ได้มากที่สุด นั่นคือคุณค่าของเวลา กับการมีเวลาให้กับตนเองและคนที่เรารักครับ ฉะนั้น ใช้เวลาให้คุ้มครับถ้ายังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะใช้ให้มีคุณค่ากับจิตใจ เพราะมันจะยังคงอยู่กับเราไปทุกๆ ช่วงเวลา และเป็นสิ่งมีค่าเพียงสิ่งเดียวที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต”
นักเขียน : Darakorn
ช่างภาพ : Anuwat Dejthumrongwat

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Bauhaus Bus รถบัสย่อส่วนเบาเฮาส์เตรียมเดินทางรอบโลก

Life

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต แหล่งท่องเที่ยววิถีอีสาน ณ ‘จังหวัดบึงกาฬ’

Life

วันแห่งความรักต้องจัดหนัก ด้วยวาเลนไทน์ดินเนอร์ที่หรูที่สุดในประเทศไทย

Life

การศึกษาไทยทำลายความคิดสร้างสรรค์จริงไหม คุยกับผู้ก่อตั้ง Spaceth.co

Interview

Advertisement
Connect
Newsletter Signup