Connect with us

Subscribe

GMW

ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในช่วงวันหยุดยาวบนเกาะแทสเมเนีย (Tasmania)

The Holiday Island 
เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ที่ดูคึกครื้นคู่ตึกระฟ้า มาสัมผัสบรรยากาศสบายๆ ใช้ชีวิตแบบชิลๆ ชื่นชมธรรมชาติรอบเกาะทางใต้ของออสเตรเลีย อย่าง แทสเมเนีย (Tasmania) กันบ้าง

มนต์เสน่ห์ที่สามารถสะกดสายตานักท่องเที่ยวด้วยทัศนียภาพที่สวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมไปถึงถนนที่ทอดตัวยาว เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นที่ดูไม่พลุกพล่านวุ่นวายจนเกินไป จึงสามารถใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในช่วงวันหยุดยาวได้อย่างเต็มที่

ถ้าเอ่ยถึงแทสเมเนีย หลายคนอาจทำหน้าสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แทสเมเนีย ถือเป็นรัฐเล็กที่สุดในจำนวนทั้งหมด 6 รัฐของออสเตรเลีย มีประชากรเพียงครึ่งล้าน จึงไม่หนาแน่นเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ 68,322 ตารางกิโลเมตร ในอดีตเชื่อกันว่าเกาะแทสเมเนียเคยเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ ก่อนแยกออกมาเป็นเกาะ หลังสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง เจ้าของพื้นที่เดิมเป็นชาวเผ่าอะบอริจิน ก่อนถูกนักสำรวจชาวดัตช์ อาเบล แทสมัน (Abel Tasman) ค้นพบในปี 1642 และภายหลังในปี 1806 กัปตันเจมส์ คุก ได้เดินทางมาสำรวจและตั้งชื่อเกาะว่าแทสเมเนีย เพื่อเป็นเกียรติแก่อาเบล แทสมัน ผู้ค้นพบเกาะเป็นคนแรก

ในช่วงปี 1832 แทสเมเนียถูกปกครองโดยอังกฤษ ทางรัฐบาลจึงได้ส่งคนมาพัฒนาเมือง สร้างถนนหนทาง สาธารณูปโภค รวมถึงอาคารและสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ต่างๆ จึงไม่แปลกใจที่บางสถานที่จะมีชื่อเรียกคล้ายกันในอังกฤษ เกาะแทสเมเนียถูกห้อมล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะที่อากาศดีที่สุดในโลก จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาใช้ช่วงเวลาวันหยุดยาวอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นเกาะในฝัน สวรรค์บนดิน

สำหรับจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกมาใช้เวลาบนเกาะนี้คือเมืองหลวงอย่าง โฮบาร์ต (Hobart) เมืองชายฝั่งที่ผสมผสานความงดงามของสถาปัตยกรรมโคโลเนียล รายล้อมด้วยตึกเก่าและอาคารทรงโบราณตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคมอังกฤษ แต่การเดินทางในทริปนี้เราเลือกมายังจุดหมายปลายทางที่เมืองลอนเซสตัน (Launceston) เมืองใหญ่อันดับสอง แต่เต็มเปี่ยมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม 

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการสะพายเป้นั่งรถออกจากตัวเมืองไปสำรวจหุบเขาเทมส์ (Thames Valley) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง มีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์ ไฮไลต์ของที่นี่คือทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงขนาดใหญ่ ที่เปิดบริการให้แวะเข้าไปถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย นอกจากนั้นยังได้ไปเดินเล่นในเขตป่าสงวนคาทาแรกต์ จอร์จ (Cataract Gorge) สามารถเดินเลียบแม่น้ำเทมส์ จากจุดเริ่มต้นซีพอร์ต (Seaport) ไปจนถึงคิงส์ บริดจ์ (Kings Bridge) บริเวณนี้สามารถนั่งแวะพักจิบกาแฟเติมพลังได้ที่ First Basin Cafe ร้านอาหารสไตล์แคชวลที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เต็มอิ่มกับอาหารและเต็มตากับวิวทิวทัศน์

เผื่อเวลาสำหรับเดินเล่นในเมืองบ้าง เพราะลอนเซสตันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ยกตัวอย่างพิพิธภัณฑ์และศูนย์แสดงงานศิลปะควีนส์วิกตอเรีย (Queen Victoria Museum and Art Gallery) ที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะ รวมถึงของตกแต่งสไตล์โคโลเนียลทางประวัติศาสตร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าชม นอกจากนั้นลอนเซสตันยังเป็นเมืองที่สนับสนุนงานทางด้านศิลปะ โดยให้ศิลปินผู้มีฝีมือได้โชว์ผลงานได้ที่ ดีไซน์ แทสเมเนีย (Design Tasmania) สถานที่จัดแสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่นที่หมุนเวียนสลับกันไป

สำหรับใครที่ใช้เวลาพักผ่อนยาวๆ ที่เกาะนี้ ห้ามพลาดกับ ตลาดฮาร์เวสต์ มาร์เก็ต (Harvest Market) ที่ตั้งข้างๆ สวนสาธารณะซิตี้ พาร์ค (City Park) ตลาดนัดที่จัดขึ้นทุกๆ วันเสาร์ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลิตผลท้องถิ่น ทั้งผัก ผลไม้ ชีส และไวน์ ผลผลิตสดใหม่คุณภาพ เพราะเกาะนี้อุดมสมบูรณ์ ถือเป็นดินแดนปลอดโรคและแมลง เป็นเกาะที่สะอาดและสภาพแวดล้อมบริสุทธิ์ จึงทำให้สามารถเพาะปลูกผลิตผลท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมรสชาติเลิศ นอกจากนั้นยังมีน้ำผึ้งจากเกสรต้นเลเธอร์วูด ถือเป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดในโลก ที่ผลิตเฉพาะในแทสเมเนียเท่านั้น

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เรื่องเล่าใจกลางเมือง บนถนนสุขุมวิท

Park Origin Phrom Phong

“Sukhumvit 24’’

Life

คุยเรื่องนาฬิกากับดร.อัครเวช โชตินฤมล และการลงทุนกับสิ่งที่ชอบและใช่ในแบบของเขา

GMW

ทัวร์รีสอร์ตฤดูหนาวชื่อดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ มาเซราติ เลอวานเต (Maserati Levante) เจเนอเรชันใหม่ของสาย SUVs

GMW

หนึ่งวันในซานมารีโน ประเทศเล็กๆ แต่มากด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

GMW

Advertisement
Connect
Newsletter Signup