x

Reasons To Read

- ขึ้นชื่อว่าความเครียดแล้วหลายคนอาจจะอยากหลีกหนีไปให้พ้นให้ไกลไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ใช่ว่าความเครียดจะส่งผลร้ายต่อเราเสมอไป

- เพราะความเครียดในระดับที่พอเหมาะจะเป็นแรงขับดันในทางที่ดี สามารถช่วยกระตุ้นให้เราทำงานและคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ขึ้นชื่อว่าความเครียดแล้วย่อมทำให้คิดถึงแต่เรื่องปวดสมอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิต ปัญหาจากที่ทำงาน ปัญหาการเงิน หรือปัญหาในชีวิตประจำวัน ล้วนมีส่วนสร้างความรู้สึกในแง่ลบให้เราได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ใช่ว่าความเครียดจะส่งผลร้ายต่อเราเสมอไป

นักวิจัยกลุ่มหนึ่งระบุว่า ความเครียดแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ความเครียดที่ส่งผลในแง่ลบ (Distress) เป็นอาการเครียดที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพหากเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นโรคเครียดเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพต่างๆ ก็จะตามมา อาทิ โรคนอนไม่หลับ ปัญหาด้านความจำ หรือแม้กระทั่งโรคซึมเศร้า ในทางกลับกัน การเกิดความเครียดในระดับที่เหมาะสม หรือความเครียดที่ส่งผลดี (Eustress) จะช่วยให้เรามีแรงกระตุ้นในการลงมือทำหรือคิดบางสิ่งบางอย่างได้มีประสิทธิภาพ และอาจช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อีกด้วย ประโยชน์ในมุมอื่นของความเครียดที่ดีนั้นน่าสนใจไม่น้อย เราลองมาทำความเข้าใจความเครียดชนิดนี้กันดู

1. ความเครียดช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

 

ความเครียดในระดับที่เหมาะสมจะช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้เราตั้งใจและลงมือทำงาน อย่างเช่นการกำหนดเดดไลน์การส่งงานจะช่วยให้เรามีสมาธิและตื่นตัวในการทำงานมากขึ้น เนื่องจากเราต้องทำงานให้เสร็จในระยะเวลาที่จำกัด หรือหลายครั้งที่เราพยายามเค้นไอเดียดีๆ ออกมาแต่กลับไม่เจอสักหยด แต่เมื่อเปิดปฏิทินดูวันส่งงานที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว ความคิดสร้างสรรค์กลับพุ่งกระฉูดเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อส่งให้ทันเส้นตายที่วางไว้ ความเครียดในระดับนี้ถือเป็นแรงผลักดันที่มีประโยชน์ เพราะช่วยให้เรามีแรงจูงใจในการทำงาน เกิดการตั้งเป้าหมายและพยายามทำให้สำเร็จ

 

2. ความเครียดทำให้เราเติบโตและเข้มแข็งขึ้น

 

 

ปีเตอร์ วิตาเลียโน ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสคูล ออฟ เมดิซีน ของรัฐวอชิงตัน กล่าวว่า แม้บางครั้งความเครียดจะทำให้เรารู้สึกอัดอั้นกับปัญหาที่เผชิญอยู่ แต่มันก็ช่วยผลักดันให้เราพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหา ช่วยสร้างความมั่นใจ และพัฒนาทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตด้วย การเผชิญหน้ากับปัญหาหรือความกลัวสิ่งใหม่ถือเป็นการผลักตัวเองออกจากคอมฟอร์ตโซน ทำให้ชีวิตมีเรื่องท้าทาย ตื่นเต้น และไม่น่าเบื่อ เพราะการพบเจอกับสิ่งใหม่จะทำให้เราพยายามหาวิธีคิด วิธีรับมือในรูปแบบใหม่ๆ และเมื่อเราต้องเจอเหตุการณ์นั้นอีกในอนาคต ประสบการณ์ที่เคยได้เผชิญจะทำให้เราสามารถรับมือกับเหตุการณ์นั้นได้ไม่ยาก อาทิ การเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าในที่ทำงานใหม่ การนำเสนองานต่อหน้าลูกค้า และอาจรวมไปถึงการเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวต่างๆ เพื่อเอาชนะความกลัวด้วย

 

3. ความเครียดช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

 

 

ข้อดีของความเครียดข้อนี้น่าสนใจไม่น้อย ศาสตราจารย์แคธลีน กันเธอร์ต จากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพกายและใจ” เพราะเมื่อคนเราได้รับความรักหรือการเข้าอกเข้าใจจากผู้อื่นจะทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง ดังนั้น เมื่อเกิดความเครียด การพูดคุย ระบายความรู้สึกในใจกับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคนสนิท จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการโต้ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับรู้เรื่องราวของกันและกันมากขึ้น เห็นได้ชัดจากครอบครัวที่พ่อแม่สนิทกับลูก หรือกลุ่มเพื่อนที่ซี้กันมากๆ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งเกิดปัญหาและมาเล่าสู่กันฟัง จะทำให้คนกลุ่มนั้นรู้สึกไว้ใจ พึ่งพาได้ และสนิทสนมกันมากขึ้น  และในทางตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนหรือครอบครัวย่อมจะแปรเปลี่ยนไป หากเราไม่ช่วยเหลือกันเมื่อใครคนใดคนหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา

 

4. ความเครียดทำให้เรารู้จักความพยายามและความสำเร็จ

 

 

เพราะในสังคมของเรามีการแข่งขันแทบทุกจังหวะชีวิต ทำให้เราต้องอาศัยอยู่ภายใต้ความกดดันและต้องพยายามเอาชนะในหลายๆ เรื่อง แต่ความกดดันเหล่านั้นจะเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่ช่วยผลักดันให้เราพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อประสบความสำเร็จหรือนำมาซึ่งเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในการทำงาน การแข่งกีฬา หรือกระทั่งการสอบวัดระดับก็ตาม ซึ่งข้อดีของการพยายามภายใต้ความกดดันแล้วประสบความสำเร็จก็คือ ทำให้เรารู้จักความภูมิใจในตัวเอง เกิดพลังงานแง่บวกซึ่งจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เราอยากพยายามต่อไป ศาสตราจารย์กันเธอร์ตกล่าวไว้ว่า สิ่งที่ทำให้เราภูมิใจที่สุดและมีความหมายต่อชีวิตของเรามากที่สุดก็คือความยากลำบาก หากเราใช้ชีวิตที่ไร้ความเครียดก็เหมือนใช้ชีวิตที่ไร้ความหมาย

 

หากเราสามารถจัดการตัวเองให้อยู่ภายใต้ความเครียดที่เหมาะสมได้ก็จะเป็นผลดี เพราะความกดดันจะช่วยสร้างแรงผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้เราอยากพยายามเอาชนะตัวเองและประสบความสำเร็จ ชีวิตจึงจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นและท้าทายอยู่เสมอ เพราะหากไร้ความเครียดแล้วเราจะไม่มีแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ขวนขวายความสำเร็จ หรือหนักสุดก็อาจจะเป็นความรู้สึกหดหู่เพราะไร้เป้าหมาย การกล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายจะทำให้เราเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

 

 

อ้างอิง : http://time.com/5434826/stress-good-health/