Connect with us

Subscribe

Life

ควรจะใช้ต่อหรือเปล่า?

นักวิจัยชี้สารเคมีในครีมกันแดดซึมเข้าสู่กระแสเลือด

ครีมกันแดดคือไอเทมจำเป็นที่อาจไม่ป้องกันได้แค่ผิวคล้ำเสียแต่รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนัง แต่ทว่าการศึกษาล่าสุดกลับบอกว่าสารเคมีในครีมกันแดดที่เราทาบนผิวหนังจะเข้าสู่กระแสเลือดภายในหนึ่งวันหลังการใช้ และสารเคมีเหล่านั้นจะคงอยู่ในร่างกายนานกว่า 24 ชั่วโมง

Reasons to Read

  • สารเคมีในครีมกันแดดเข้าสู่กระแสเลือดภายในหนึ่งวันหลังการใช้ และจะคงอยู่ในร่างกายนานกว่า 24 ชั่วโมง
  • สารออกซีเบนโซนถูกพบมากกว่าสารอื่นมากถึง 50-100 เท่า ผลการศึกษาพบว่าอาจทำให้ระดับฮอร์โมนในวัยรุ่นและเพศชายเปลี่ยนแปลง รวมถึงหญิงตั้งครรภ์อาจคลอดก่อนกำหนด หรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อย

ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการอาศัยอยู่ในประเทศที่แดดแรงและอากาศร้อนจัดเช่นนี้ด้วยแล้ว ครีมกันแดดจึงเป็นไอเทมจำเป็นที่อาจไม่ป้องกันได้แค่ผิวคล้ำเสีย แต่รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนังที่พบได้กับคนทุกเพศทั่วโลก ทว่าการศึกษาล่าสุดกลับบอกว่า สารเคมีในครีมกันแดดที่เราทาบนผิวหนังจะเข้าสู่กระแสเลือดภายในหนึ่งวันหลังการใช้ และสารเคมีเหล่านั้นจะคงอยู่ในร่างกายนานกว่า 24 ชั่วโมง

การศึกษานี้จัดทำโดยศูนย์วิจัยและประเมินผลยา ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐฯ ศึกษาโดยการตรวจหาสารเคมีที่มีชื่อว่าอโวเบนโซน (Avobenzone) ออกซีเบนโซน (Oxybenzone) อีแคมซูล (Ecamsule) และออกโตคริลีน (Octocrylene) ซึ่งทั้งหมดสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปชนิดผสมสารเคมี ซึ่งต่างจากอีกชนิดที่ใช้แร่ธาตุเป็นส่วนประกอบ อาทิ ไทเทเนียมไดออกไซด์ หรือซิงก์ออกไซด์ แต่เนื่องจากสารเคมีชนิดที่ว่านี้จะทิ้งคราบขาวไว้บนผิวหนัง ทำให้หลายคนอาจไม่ชอบใจนัก คนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ครีมกันแดดที่ผสมสารเคมีเสียมากกว่า

หน่วยงานดังกล่าวทำการทดลองโดยให้อาสาสมัคร 24 คนใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดทั้งแบบสเปรย์และโลชั่นที่มีสารเคมีเหล่านั้นผสมอยู่ ด้วยการให้ทากันแดดทั่ว 75% ของร่างกาย 4 ครั้งต่อวัน และทำเช่นนี้ติดต่อกันนาน 4 วัน ก่อนนำเลือดจำนวน 30 ตัวอย่างมาตรวจสอบหลังผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ และผลที่ได้ก็พบว่า ปริมาณสารเคมีในเลือดสูงขึ้นหลังการใช้เพียง 1 วัน โดยเฉพาะสารออกซีเบนโซนที่พบว่าซึมอยู่ในร่างกายมากกว่าสารตัวอื่นมากถึง 50-100 เท่า!

โดยมีงานศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับผลกระทบหากร่างกายได้รับสารเคมีชนิดนี้ ยกตัวอย่างการศึกษาเมื่อปี 2008 จากการเก็บตัวอย่างปัสสาวะและพบว่าตัวอย่าง 97% มีสารชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งจากการศึกษาต่อก็พบว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ระดับฮอร์โมนในวัยรุ่นและเพศชายเปลี่ยนแปลง รวมถึงหญิงตั้งครรภ์อาจคลอดก่อนกำหนด หรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อย

อย่างไรก็ตาม แม้ผลการศึกษาจะได้ข้อสรุปเช่นนั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยืนยันว่า เราควรใช้ครีมกันแดดกันต่อไป เพราะศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่สารเคมีแต่คือ แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังที่เป็นโรคมะเร็งยอดฮิตลำดับที่ 19 ในทั้งเพศชายและเพศหญิงจากทั่วโลก อีกทั้งการศึกษานี้ก็ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กันแดดได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำการศึกษาเพื่อหาความเสี่ยงของการดูดซึมสารเคมีจากกันแดดเข้าสู่ร่างกาย

ดอกเตอร์โรเบิร์ต คาลิฟฟ์ อดีตประธานองค์การอาหารและยากล่าวอีกว่า แม้ระดับสารเคมีที่พบจะเกินมาตรฐานที่องค์การกำหนดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตราย ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ เพราะจากการทดลอง อาสาสมัครใช้ครีมกันแดดมากกว่า 75% ของร่างกาย และทาซ้ำถึง 4 ครั้งต่อวันติดกันเป็นเวลา 4 วัน

ทั้งนี้ เราเห็นว่าครีมกันแดดก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลย ไม่ว่าในวันที่แดดจัดหรือไม่มีแดดก็ตาม แต่หากเราสามารถเลือกครีมกันแดดที่ไร้สารเคมีซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันได้ก็จะส่งผลดีต่อตัวเราเองไม่น้อย

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup