Connect with us

Subscribe

Life

จะไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีอีกต่อไป

การศึกษาใหม่ยืนยัน

หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ

จากสถิติปี 2560 พบว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากถึง 36.9 ล้านคน ในจำนวนนั้นเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 1.8 ล้านคน โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 25 ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อเอชไอวี

Reasons to Read :

  • จากสถิติปี 2560 พบว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากถึง 36.9 ล้านคน ในจำนวนนั้นเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 1.8 ล้านคน โดยผู้ติดเชื้อร้อยละ 25 ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อเอชไอวี
  • การศึกษาล่าสุดยืนยันว่า หากผู้ป่วยได้รับยาอย่างครบถ้วน จนตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกาย จะเท่ากับว่าผู้ป่วยไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ แม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไร้การป้องกันก็ตาม

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอีกครั้ง เมื่อการศึกษาล่าสุดพบว่า หากผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้ารับการรักษาด้วยการกินยาอย่างครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง จะไม่สามารถแพร่เชื้อสู่คู่นอนผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ แม้จะไร้อุปกรณ์ป้องกันก็ตาม ซึ่งการศึกษานี้ได้รับการยืนยันด้วยการทดสอบในคู่รักกว่า 1,000 คู่ และพบว่าโอกาสเกิดการติดเชื้อเท่ากับศูนย์ เท่ากับว่าโอกาสที่เราจะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีอยู่กว่า 36.9 ล้านคนทั่วโลก ก็จะเกิดขึ้นจริงได้ไม่ยาก

การศึกษานี้เผยแพร่ลงในวารสารทางการแพทย์ เดอะ แลนซิต (The Lancet) ซึ่งเล่าถึงผลลัพธ์ของการศึกษาไว้ว่า จากการติดตามสำรวจคู่รักเพศชายกับชาย 1,000 คู่ โดยที่ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งได้รับการรักษาแล้ว พบว่าผู้ป่วยไม่สามารถแพร่เชื้อสู่อีกฝ่ายได้แม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยก็ตาม โดยที่มีผู้ชาย 15 คนในกลุ่มที่ทำการศึกษาครั้งนี้ถูกตรวจพบว่าได้รับเชื้อเอชไอวี ทว่าจากการตรวจสอบด้วยดีเอ็นเอก็ยืนยันได้ว่า เนื่องมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อรายอื่นซึ่งไม่ได้เข้ารับการรักษา ทั้งนี้ ได้มีการสำรวจในคู่รักต่างเพศด้วย และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ ไม่พบการติดต่อของเชื้อเช่นเดียวกัน

โดยการที่ผู้ป่วยไม่สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีสู่ผู้อื่นได้นั้น ศาสตราจารย์อลิสัน รอดเจอร์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน บอกว่า เนื่องมาจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่เรียกว่า แอนติเรทโทรไวรัล (Antiretroviral) ที่ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของจำนวนเชื้อไวรัส และชะลอความเสียหายที่เกิดกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้ร่างกายของผู้ป่วยมี ‘ไวรัล โหลด’ (Viral Load) หรือตัวบ่งชี้จำนวนเชื้อเอชไอวีในผู้ป่วยมีจำนวนต่ำลง ซึ่งข้อสรุปนี้ตรงกับแคมเปญระดับนานาชาติ U = U (Undetectable = Untransmissable) ซึ่งยืนยันว่า หากตรวจไม่พบไวรัล โหลด ก็เท่ากับว่าไม่สามารถแพร่เชื้อได้

แต่ถึงกระนั้น การตรวจไม่พบก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายไม่มีเชื้อเอชไอวีหรือหายขาดแล้ว แต่เนื่องจากยาต้านไวรัสช่วยลดการเพิ่มจำนวนของเชื้อจนเหลือในร่างกายน้อยเกินกว่าชุดทดสอบจะตรวจพบได้ต่างหาก และหากหยุดกินยาต้านไวรัสเมื่อไหร่ เชื้อในร่างกายก็จะเพิ่มกลับมาได้เช่นเดิม

ผลการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราจะสามารถช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอยู่ 36.9 ล้านคนทั่วโลกได้ (ตามสถิติปี 2560) รวมถึงในประเทศไทยที่มีอยู่กว่า 440,000 คน ด้วยการช่วยกันสร้างความเข้าใจให้สังคมได้รู้ว่า ติดเชื้อเอชไอวีรักษาได้ หากผู้ป่วยได้รับยาอย่างครบถ้วนเท่านั้นเอง

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup