Connect with us

Subscribe

Life

รวมมิตรคันเจ๋ง!! 8 รถเสียบปลั๊กไฟวิ่งได้บนท้องถนนไทย

ถึงรถจะไม่ใช่ปัจจัยสี่ แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับหลายชีวิต และยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักในการปล่อยมลพิษให้กับโลก ถ้ามีหนทางในการลดมลพิษจากสาเหตุนี้ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าทำ มาเพิ่มตัวเลือกในการซื้อรถครั้งหน้า ได้ทั้งลดมลพิษ และประหยัดค่าน้ำมัน แถมขับไปไหนก็ดูหล่อๆ คูลๆ

Reasons to Read

  • ถึงรถจะไม่ใช่ปัจจัยสี่ แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับหลายชีวิต และยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักในการปล่อยมลพิษให้กับโลก ถ้ามีหนทางในการลดมลพิษจากสาเหตุนี้ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าทำ
  • เพิ่มตัวเลือกในการซื้อรถครั้งหน้า ได้ทั้งลดมลพิษ และประหยัดค่าน้ำมัน แถมขับไปไหนก็ดูหล่อๆ คูลๆ

ทุกวันนี้รถพลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริดกำลังมาแรง เป็นต่อทั้งในเรื่องความประหยัดน้ำมัน และไม่ปล่อยมลภาวะออกมาทำร้ายโลก ซึ่งในไทยเองก็มีหลายเจ้า หลายแบรนด์ ที่เข็นออกมา เรามาดูกันสิว่าแต่ละคันนั้นเจ๋งแค่ไหน แล้วราคาแรงสักเท่าไร

รู้ก่อนอ่าน

ตอนนี้รถไฟฟ้าที่วิ่งกันอยู่บนท้องถนนมีถึง 2 ระบบ คือ PHEV และ BEV ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้มีความแตกต่างกันอยู่ก็ตรงที่ PHEV หรือ Plug in Hybrid Electric Vehicle เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์ แม้จะชาร์จไฟจากไฟบ้านได้ แต่ก็ยังต้องเติมน้ำมันอยู่ดี ซึ่งในปัจจุบันมีรถประเภทนี้ออกมามากขึ้น และเห็นได้บ่อยๆ ตามท้องถนน

ส่วน BEV ย่อมาจาก Battery Electric Vehicle รถไฟฟ้า 100% ที่ได้พลังงานจากการชาร์จไฟบ้าน ซื้อแล้วไม่ต้องข้องแวะกับน้ำมันเชื้อเพลิงอีกต่อไป

1. Nissan Leaf เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้า 100% ซื้อครั้งนี้ก็ไม่ต้องเข้าปั๊มน้ำมันกันอีกแล้ว Nissan Leaf คันนี้มาพร้อมกับความจุของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลถึง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยการชาร์จแบบเร่งด่วนใน 6 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จด้วยไฟบ้านปกติ สำหรับความเร็วก็ไม่น่าเกลียด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียงแค่ 7.9 วินาที  เพียงแต่จองวันนี้ ได้รถเดือนเมษายน 2019

2. Tesla Model X เริ่มต้น 6.7 ล้านบาท

ถ้าจะพูดถึงรถไฟฟ้าแล้วไม่มีเทสลารวมอยู่ด้วยก็เหมือนว่าข้อมูลจะไม่ครบ เพราะเขาคือผู้นำเรื่องรถไฟฟ้า 100% แม้ในไทยจะยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีผู้นำเข้าอยู่เหมือนกัน ซึ่งรุ่นที่น่าสนใจและมือหนึ่งกิ๊กๆ ก็คือ Model X

รถไฟฟ้า SUV ขนาด 7 ที่นั่งสุดหรู ที่ทุกสิ่งอย่างภายในรถสั่งการด้วยไฟฟ้า แถมยังดีไซน์เกินหน้าเกินตา SUV ด้วยประตูปีกนกสุดอลังการแบบรถสปอร์ต และความเร็วรถก็จัดมาแบบสปอร์ตด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที และยังเลือกปรับระดับความสูงของรถเพื่อให้สอดคล้องกับความเร็วและสถานการณ์ได้อีกด้วย เมื่อชาร์จไฟเต็มที่แล้ววิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว สำหรับราคาขายในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 6.7 ล้านบาท

ในขณะที่รุ่นราคาย่อมเยาอย่าง Model 3 ก็ได้แต่ร้องเพลงรอกันต่อไป และคาดว่าเข้าไทยเมื่อไหร่เจอด่านภาษีมหาโหดเข้าไป ก็อาจจะกลายเป็นรถราคาไม่ย่อมเยา

3. Hyundai IONIQ EV เริ่มต้นที่ 1.74 ล้านบาท

รถ BEV สัญชาติเกาหลี ความเร็วสูงสุดแม้จะไม่มากแค่เพียง 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็นับว่าพอเพียงแล้วสำหรับการจราจรในเมืองไทย มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 10 วินาที ชาร์จไฟเร็วเต็มที่ภายในเวลา 4 ชั่วโมง แล้วยังวิ่งได้ยาวๆ ถึง 280 กิโลเมตร จัดว่าเป็นรถ BEV ที่เหมาะกับการจราจรในบ้านเราจริงๆ

4. BMW 330e M Sport เริ่มต้น 2.73 ล้านบาท

ถึงคราวของปลั๊กอินไฮบริด กึ่งไฟฟ้ากึ่งเครื่องยนต์ เอาใจวัยรุ่นจาก BMW ซีรีส์ 3  อย่างเจ้าตัว 330e แม้มอเตอร์จะมีแรงม้าต่ำเพียงแค่ 89 แรงม้า แต่ด้วยความตัวเล็กกะทัดรัดก็ยังทำให้รถคันนี้ทำความเร็วสูงสุดได้แบบไม่น้อยหน้าใครได้ถึง 225 กม./ชม. และการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง จะทำให้พาเจ้าจิ๋วสปอร์ตคันนี้ไปได้ไกลถึง 45 กิโลเมตร

5. BMW X5 xDrive40e M Sport เริ่มต้น 4.64 ล้านบาท

เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดจาก BMW เป็นรถตัวใหญ่วิ่งแรง ความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กม./ชม. และจากการชาร์จไฟจนเต็มประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ วิ่งได้ประมาณ 31 กิโลเมตร และปีหน้าฟ้าใหม่ BMW ก็เตรียมเข็น X5 รุ่นใหม่ 45e ที่แรงกว่าเดิม วิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ได้ไกลกว่าเดิมถึง 80 กิโลเมตร เรียกได้ว่าไป-กลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานแบบไม่ง้อน้ำมันได้เลย นอกจากนี้ยังมีโหมดเก็บพลังงานสำหรับเก็บไว้ใช้ในยามรถติดกลางเมือง เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย

6. Mercedes-Benz E350e เริ่มต้น 3.58 ล้านบาท

อีกหนึ่งค่ายรถหรูที่มีนโยบายพลังงานสะอาดและลดการปล่อยมลพิษให้กับโลก รถรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาจึงเป็น PHEV เกือบทั้งนั้น อย่างเจ้า E350e ที่ยังคงความหรูหราในแบบตระกูล E ที่เพิ่มเติมคือพลังงานไฟฟ้า วิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีระบบชาร์จไฟสะสมในแบตเตอรี่ขณะขับขี่ได้อีกด้วย

7. Mercedes-Benz GLE 500e AMG Dynamic เริ่มต้น 7.99 ล้านบาท

ยักษ์ใหญ่ใจสปอร์ต กำลังซดฮวบๆ อัตรากินน้ำมันสูงตามกำลังเครื่องยนต์ แต่ก็มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากโขเลยทีเดียว โดยการชาร์จไฟจนเต็มใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะวิ่งโดยไม่ใช้น้ำมันได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร และจะเปลี่ยนอัตราสิ้นเปลืองจากปกติที่ 5.5 กิโลเมตรต่อลิตร เป็น 7.91 กิโลเมตรต่อลิตร

8. Volvo XC60 T8 เริ่มต้น 3.2 ล้านบาท

เมื่อก่อนพอคิดถึงวอลโว่ก็จะนึกถึงภาพลักษณ์ความเป็นรถผู้ใหญ่หน่อยๆ ภูมิฐานสุดๆ แต่เมื่อเขาปรับโฉมกันแล้ว หน้าตาก็ทันสมัยขึ้นแถมมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อโลก เจ้า XC60 T8 ตัวนี้มาพร้อมความแรงด้วยความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. ในขณะที่มอเตอร์เพียววิ่งได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร

ใครที่กำลังมีความคิดจะเปลี่ยนรถยนต์ ก็ลองมองเหล่ารถพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้ดูเป็นตัวเลือก เพราะไม่เพียงช่วยลดมลพิษ ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันอีกด้วย

นักเขียน : พีริยา อากาศแจ้ง

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Interview

10 เรื่องที่ชาวโซเชียลสนใจมากสุดช่วงเปิดเทอม

Calendar

CK EVERYONE น้ำหอมกลิ่นใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

Life

Don Don Donki x The Market
ช่วยเสิร์ฟสินค้าจำเป็นด้วยแนวคิด ‘สะอาด ปลอดภัย มั่นใจ’

Life

รันเวย์ปิด แต่วงการแฟชั่นตื่นตัวช่วยฝ่าวิกฤติ COVID-19

Life

อย่าเพิ่งหอบหนี้หนีโควิด…รัฐบาลพร้อมช่วยแล้ว

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup