Connect with us

Subscribe

Vision

ทำความรู้จัก ‘เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์’ เครื่องหมายแห่งราชาและ ‘เครื่องราชูปโภค’

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีที่มีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล การประกอบพระราชพิธีแต่ละขั้นตอนล้วนมีความความศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงามและการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคือการถวาย ‘เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์’ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชา และ ‘เครื่องราชูปโภค’ 4 อย่าง ที่ออกแบบมาอย่างประณีตสวยงาม ให้เหมาะสมเป็นไปตามพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชา ซึ่งพราหมณ์ผู้ทำพิธีจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในวันที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นเครื่องแสดงว่าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ประกอบด้วยพระมหาพิชัยมงกุฎ, พระแสงขรรค์ชัยศรี, ธารพระกร, วาลวิชนี (พัดและแส้) และฉลองพระบาทเชิงงอน ซึ่งแต่ละอย่างมีลักษณะและความหมายดังนี้

พระมหาพิชัยมงกุฎ

เป็นพระมหาพิชัยมงกุฎทองคำลงยาราชาวดีประดับเพชร สูง 66 เซนติเมตร น้ำหนัก 7.3 กิโลกรัม สร้างขึ้นเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ในรัชกาลที่ 1 ในครั้งนั้นยอดพระมหาพิชัยมงกุฎยังเป็นพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับเพชรเม็ดเล็กๆ จนถึงรัชกาลที่ 4 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยไปเลือกสรรหาซื้อเพชรขนาดใหญ่มาจากประเทศอินเดีย นำมาประดับยอดมงกุฎแทนพุ่มข้าวบิณฑ์ พระราชทานเพชรเม็ดนี้ว่า ‘พระมหาวิเชียรมณี’ เพชรเม็ดนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.6 เซนติเมตร สูงประมาณ 1.4 เซนติเมตร

พระแสงขรรค์ชัยศรี

เป็นพระขรรค์โบราณ เชื่อกันว่าเป็นพระราชศาสตราคู่บ้านคู่เมืองเขมร สมัยพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ จมอยู่ในทะเลสาบเมืองนครเสียมราฐ มาเป็นเวลานานเท่าใดไม่มีใครทราบ ชาวประมงไปทอดแหติดขึ้นมา องค์พระขรรค์ยังดีไม่มีสนิมผุกร่อน ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบองและนครเสียมราฐ จึงได้มอบให้พระยาพระเขมรเชิญเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อปี พ.ศ. 2327 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำด้ามพระขรรค์หุ้มทองคำลงยาราชาวดีลายเทพนม ทำฝักหุ้มทองคำลงยาราชาวดีประดับมณีขึ้นด้วยฝีมืออันประณีตงดงาม

เสร็จแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อ พ.ศ. 2328 พระแสงองค์นี้ เฉพาะองค์ยาว 64.5 เซนติเมตร ที่สันตอนใกล้จะถึงด้ามคร่ำด้วยทองคำเป็นลวดลายงดงาม ด้ามพระขรรค์ยาว 25.4 เซนติเมตร สวมฝักแล้วยาว 101 เซนติเมตร หนัก 1.9 กิโลกรัม

ธารพระกร

เป็นไม้ชัยพฤกษ์ หุ้มทองคำตลอด ปลายสุดของธารพระกรทำเป็นซ่อมสามง่าม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายไว้ว่า “ลักษณะก็เหมือนกับไม้เท้าพระภิกษุที่สำหรับใช้ในการชักมหาบังสุกุล” ธารพระกรองค์นี้สร้างขึ้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑

วาลวิชนี (พัดและแส้)

ของเดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นพัดใบตาลแบบที่เรียกกันว่า ‘พัชนีฝักมะขาม’ ที่ใบตาลปิดทอง ขอบขลิบทองคำ ด้ามก็ทำด้วยทองคำ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริว่า ตามพระบาลีที่เรียกว่า ‘วาลวิชนี’ นั้นไม่ควรจะเป็นพัดใบตาล ควรจะเป็นเครื่องโบกปัดที่ทำด้วยขนจามรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระแส้จามรีขึ้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ภายหลังใช้ขนหางช้างเผือกแทน เรียกว่า ‘พระแส้ขนหางช้างเผือก’ แต่ก็ไม่อาจที่จะเลิกใช้พัดใบตาลของเดิมได้ จึงโปรดให้ใช้ควบคู่กัน โดยเรียกของสองสิ่งรวมกันว่า ‘วาลวิชนี’

ฉลองพระบาทเชิงงอน

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามแบบอินเดียโบราณ เป็นฉลองพระบาทเชิงงอน ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีฝังเพชร มีน้ำหนัก 650 กรัม สร้างเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระมหาราชครูวามหามุนีเป็นผู้สวมถวาย

เครื่องราชูปโภค

นอกจากเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์แล้ว ยังมีเครื่อง ‘เครื่องราชูปโภค’ ที่เป็นเครื่องใช้สอยประกอบพระบรมราชอิสริยยศ โดยทอดไว้ในที่พระมหากษัตริย์ประทับ ซึ่งพระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น ประกอบด้วย พานพระขันหมาก, พระมณฑปรัตนกรัณฑ์, พระสุพรรณศรีบัวแฉก และพระสุพรรณราช ปัจจุบันเครื่องราชูปโภคใช้ตั้งแต่งประกอบในการพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

พานพระขันหมาก

ลักษณะเป็นพานสองพานตั้งซ้อนกัน พานชั้นต้นลักษณะและรูปทรงคล้ายตะลุ่ม สัณฐานสี่เหลี่ยม มุมทั้ง 4 ย่อไม้ 12 ตั้งแต่เชิงถึงปากพาน ทำด้วยทองคำ จำหลักลวดลายลงยาราชาวดี ประดับอัญมณี พานชั้นบนตั้งอยู่บนลิ้นพานชั้นต้น มีสัณฐานสี่เหลี่ยมทรงสูง มุมทั้ง 4 ย่อไม้ 12 มีคันทวยรูปนาคประกอบมุมเชิงพานทั้ง 4 มุมขึ้นไปรับตัวพาน พานชั้นบนจำหลักลวดลายลงยาราชาวดีประดับอัญมณี

พระมณฑปรัตนกรัณฑ์

คือภาชนะสำหรับใส่น้ำเสวย มีจอกทองคำเกลี้ยงลอยอยู่ข้างใน พระมณฑปรัตนกรัณฑ์ลักษณะเป็นรูปหยั่งโถฟักตัด มีเชิงและฝาครอบ ทำด้วยทองคำยกเป็นภูเรียงรายรอบฝาชั้นต้น สัณฐานเป็นอย่างบัวคว่ำ ส่วนยอดสัณฐานเป็นทรงมณฑป ประกอบด้วยมาลัยรักร้อยอกไก่ซ้อนเป็นเถา 3 ชั้น ปลายสุดทำเป็นรูปบัวตูม พระมณฑปรัตนกรัณฑ์ตั้งบนพานกลมปากกลีบบัว ทั้งพระมณฑปและพานรองทำด้วยทำด้วยทองคำลงยาราชาวดี ประดับอัญมณี

พระสุพรรณศรีบัวแฉก

คือกระโถนเล็ก ลักษณะเป็นกระโถนทรงกลม สัณฐานอย่างกระทายทรงสูง ปากทำเป็นอย่างกลีบบัว เรียงโดยรอบเป็นแฉกๆ มีลิ้นรูปทรงกระบอกสอดอยู่ในพระสุพรรณศรีบัวแฉก สำหรับรับพระเขฬา (น้ำลาย) พระสุพรรณศรีนี้ทำด้วยทองคำ จำหลักลวดลายลงยาราชาวดี ประดับอัญมณี

พระสุพรรณราช

คือกระโถนใหญ่สำหรับบ้วนพระโอษฐ์ ลักษณะเป็นอย่างกระโถนทรงรูปฟักทอง มีเชิงกลม ปากผายกว้าง สัณฐานอย่างใบบัวหงาย ทำด้วยทองคำ จำหลักลายแต่น้อย ส่วนใหญ่เป็นอย่างทองเกลี้ยง

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup