Connect with us

Subscribe

Life

Cheese 101 ห้องเรียนชั้นต้นสำหรับคนรักจะกินชีส

หลายๆ คนที่ชอบกินชีส หากไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับชีสมาก่อน เรื่องราวที่รวบรวมมานี้น่าจะทำให้คุณรับประทานชีสได้สนุกรื่นรมย์ยิ่งขึ้น

ชีสเป็นอาหารมหัศจรรย์อันแสนน่าทึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพระคัมภีร์ไบเบิลเสียอีก แถมยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีความหลากหลายมากกว่า 3,000 ชนิด! จุดเริ่มต้นอยู่ที่เมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักการเลี้ยงสัตว์เมื่อราว 4 พันปีที่แล้ว สันนิษฐานกันว่าคนกลุ่มที่ค้นพบกรรมวิธีการทำชีสด้วยความบังเอิญก็คือชาวเบดูอิน เผ่าเร่ร่อนกลางทะเลทราย 

ชาวเบดูอินส่งต่อความรู้ในการทำชีสให้ชาวกรีก ซึ่งต่อมาถูกชาวโรมันยึดเอาไป แล้วความรู้เกี่ยวกับการทำชีสก็แพร่กระจายไปทั่วยุโรปโดยมีโบสถ์คริสต์ศาสนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนากรรมวิธีการผลิตชีสเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกให้กับชุมชน และในช่วงเดียวกันนั้นเองเองที่ชีสได้รับการพัฒนารสชาติและความหลากหลายไปตามวัตถุดิบและปัจจัยที่แตกต่างของแต่ละท้องถิ่น เกิดเป็นชีสชนิดใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย จนปัจจุบันนี้มีชีสถึงกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก

รู้ไหมว่าอันที่จริงแล้วชีสไม่ใช่เนยแข็งนะ!

‘เนยแข็ง’ เป็นคำที่คนไทยเรามักจะเรียกชีสกันจนติดปาก แต่ความจริงแล้วชีสหาใช่เนยไม่ แต่เป็นอะไรที่คล้ายๆ กันเพราะผลิตมาจากนมเช่นเดียวกัน ความจริงแล้วเนยคือส่วนที่ผลิตจากไขมันของนม ส่วนชีสคือการแปรรูปโปรตีนจากนม จึงมีประโยชน์ทางโภชนาการกันคนละอย่าง ด้านคุณค่าทางอาหารชีสอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ไขมัน วิตามินบี 12 สังกะสี และฟอสฟอรัส ชีสส่วนใหญ่ของโลกผลิตมาจากนมวัว แต่ก็มีบางส่วนที่ผลิตมาจากนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ เช่น แกะ แพะ ควาย อูฐ ตัวจามรี และ กวางเรนเดียร์

ว่าด้วยความหลากหลายและชนิดของชีส 

ตามที่เล่าไปแล้วว่ามีชีสอยู่มากมายหลายหลากในโลกนี้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่สิ่งที่คนชอบกินชีสควรจะรู้ไว้ก็คือ สิ่งที่ทำให้ชีสแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 

  1. ประเภทของนมที่ใช้ 
  2. ชนิดของแบคทีเรียที่นำมาใช้ในการผลิต 
  3. ระยะเวลาในการเก็บ 
  4. ขั้นตอนการผลิตที่มีความแตกต่างกันไป เช่น เพิ่มเติมส่วนผสม อย่างสมุนไพรและเครื่องเทศ เพื่อทำให้มีกลิ่นและรสชาติที่หลากหลาย เป็นต้น

มีชีสแบบไหนบ้าง? 

จริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งชีสได้หลายแบบ เช่น ตามชนิดของนมหรือแบคทีเรียที่ใช้เป็นวัตถุดิบ แหล่งผลิต สี ฯลฯ ในเบื้องต้นเราอาจแบ่งประเภทชีสได้คร่าวๆ ดังนี้ 

  1. Soft Cheese ชีสแบบนุ่ม เช่น Brie, Bougon และ Semi Soft ค่อนไปทางนุ่ม (แข็งกว่าแบบนุ่มเล็กน้อย) เช่น Bijou, Aura 
  2. Fresh Cheese คือชีสที่ไม่ผ่านความร้อนและการหมักบ่ม ส่วนใหญ่รสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ ซึ่งอาจแบ่งย่อยได้อีกเป็น Fresh Soft เช่น Burrata, Fresh Mozzarella, Mascarpone, Cottage กับ Fresh Firm เช่น Swag, Fresh Goat Cheese, Fresh Ricotta เป็นต้น 
  3. Hard Cheese ชีสเนื้อแน่นผลิตจากหางนม เปลือกมักจะแข็งหนาเพราะใช้ระยะเวลาในการบ่มนาน เช่น Acorn, Gouda, Cheddar แบบย่อยได้เป็น Semi Hard ค่อนไปทางแน่น (นุ่มกว่าแบบเนื้อแน่นเล็กน้อย) เช่น Alpine Gold , Ambert 
  4. Blue Vein Cheese หรือ Blue Cheese เป็นเนยที่มีจุดสีน้ำเงินหรือเขียวที่เกิดจากเชื้อรา เช่น Stichelton หรือ Gorgonzola เป็นต้น ส่วนใหญ่บลูชีสมักจะมีกลิ่นแรง 
  5. Wash-Rind Cheese คือเนยแข็งผิวนอกมีความเหนียวและมีสีค่อนไปทางน้ำตาลหรือส้ม ซึ่งเกิดจากการล้างด้วยน้ำเกลือระหว่างบ่ม มีกลิ่นตั้งแต่หอมเครื่องเทศไปจนถึงฉุน เช่น Limburger, Herve, Munster 

ชีส 10 ชนิดที่ควรจะรู้จักไว้ 

Cheddar : เป็นชีสที่มีการผลิตอย่างแพร่หลายมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก ผลิตจากนมวัว เนื้อค่อนข้างแข็ง มีรสชาติเค็มเล็กน้อย

Camembert : ซอฟต์ชีส ผลิตจากนมวัว รสชาติครีมมี

Mimolette Vieille : ผลิตในแถบ Flandre française ประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อสีส้ม 

Bufala Blu : บลูชีสจากอิตาลี ผลิตจากนมควาย

Tête de Moine : เนื้อค่อนข้างแข็ง มีวิธีกินที่แปลกคือไสเป็นแผ่นบางๆ จนออกมาคล้ายดอกไม้ เป็นสวิสชีสซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 8 ศตวรรษ 

Trifulin : ผลิตจากนมวัว ทางตอนเหนือของอิตาลี มีการผสมเห็ดทรัฟเฟิลลงไปด้วย จึงมีรสชาติเข้มข้นและหอมกรุ่นกลิ่นทรัฟเฟิล 

Brillat Savarin Lince : ซอฟต์ชีสนมวัวครีมมีจากฝรั่งเศส 

Pecorino Fioeri Sardo : ชีสเนื้อแน่นจากนมแกะบนเกาะซาดีเนียในอิตาลี กลิ่นค่อนข้างสโมกี้ 

Valançay : ผลิตจากนมแพะมีรสชาติและกลิ่นคล้ายถั่ว 

Regianno Parmesano : รู้จักทั่วกันในนาม Parmesan เป็นชีสจากอิตาลี มีรสชาติกลมกล่อม 

หลากวิธีรื่นรมย์ไปกับชีส 

นอกจากจะเป็นส่วนประกอบของอาหารต่างๆ เช่น พิซซ่า พาสต้า หรือชีสเค้ก ฯลฯ แต่สำหรับคนรักชีสตัวจริง ไม่มีความรื่นรมย์อะไรที่จะทำให้คุณได้ชิมรสชาติชีสแบบเพียวๆ ได้เท่ากับ Cheese Platter หรือถาดชีสอีกแล้ว เราสามารถแต่งถาดชีสของตนเองให้หลากหลายตามความชอบ แล้วจัดเครื่องเคียงอย่างผลไม้แห้ง ผลไม้สด เยลลี่หรือแยมผลไม้ ขนมปัง ขนมปังกรอบ มะกอก โคลด์คัตต่างๆ ฯลฯ แล้วเอ็นจอยได้เลย

Written By

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Interview

อยากซื้อปืนก็ปลูกต้นไม้สิ ชาวอินเดียต้องปลูกต้นกล้า ก่อนได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธ

Vision

เตือนภัยล่วงหน้า 80 ปี ชุมชนริมฝั่งในออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศพร้อมรับมือน้ำท่วม

Vision

ผู้ชายแพ้ท้องแทนเมียได้จริงหรือ?

Vision

ถ่านดูดกลิ่นได้อย่างไร?

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup