Connect with us

Subscribe

Life

‘CAREER DISRUPTION’ ยุคที่ความสำเร็จด้าน ‘อาชีพ’ ไม่แปรผันตาม ‘อายุ’ อีกต่อไป

ปัจจุบัน ไม่จำเป็นอีกต่อไปว่าคุณต้องอายุขึ้นเลขหลัก 4 ถึงจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้

Reasons to Read

  • ปัจจุบัน ไม่จำเป็นอีกต่อไปว่าคุณต้องอายุขึ้นเลขหลัก 4 ถึงจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้
  • เพราะเรากำลังอยู่ในยุค Career Disruption การปฏิวัตินิยามแห่งความสำเร็จของคนเจเนอร์เรชั่นใหม่ พร้อมคำถามที่ว่า “คนหนุ่มสาวในยุคนี้ อยากประกอบอาชีพอะไร พวกเขาสร้างตัวตนและความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร?”
  • IN AN AGE OF ‘CAREER DISRUPTION’ บทความที่จะมาคลายความสงสัย แม้คำตอบที่ได้อาจจะแตกต่างไปจากยุคสมัยก่อนๆ ที่ได้ออกมาเป็น ‘อาชีพ’ ทว่าปัจจุบันนี้คำตอบที่ได้จะออกมาเป็น ‘ความชอบ’ และ ‘ความหลงใหล’ แทน

นิตยสาร Forbes ฉบับพิเศษในธีม 30 Under 30 ประจำปี 2018 ที่เพิ่งจะวางแผงไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ได้หยิบเอา ‘Marshmello’ ดีเจนิรนามผู้มากับศีรษะรูปทรงมาร์ชเมลโลมาขึ้นปก แถมยังทำสกู๊ปออนไลน์ในรูปแบบที่ต่างจากการรับรู้ในแบบเดิมๆ ไปโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าฉีกขนบเก่าๆ ที่ดูเป็นแบบแผนเดิมไปเลยก็ว่าได้ การค่อยๆ ปฏิวัติสื่อในครั้งนี้น่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น และอาจเป็นการส่งข้อความโดยมีนัยสำคัญว่า “นิยามของความสำเร็จในยุคนี้ ไม่มีบรรทัดฐานตายตัวหรือกรอบจำกัดใดๆ อีกต่อไปแล้ว”

อายุเป็นเพียงตัวเลข … ใช่เลย

ปัจจุบันไม่จำเป็นอีกต่อไปว่าคุณต้องอายุขึ้นเลขหลัก 4 ถึงจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ และอันที่จริง Forbes ฉบับพิเศษในธีม 30 Under 30 ซึ่งเป็นการจัดอันดับประจำปีสำหรับคนรุ่นใหม่ 30 คน ที่ประสบความสำเร็จในวัยน้อยกว่า 30 นั้นได้เริ่มมาตั้งแต่ปี  2011 แล้ว เพราะมีคนรุ่นใหม่หลายคนที่ไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งเด่นๆ ในบริษัทชั้นนำตั้งแต่อายุยังน้อยๆ อีกทั้งยังมีหลายคนที่ต้องการสร้างรูปแบบความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเอง โดยการสร้างธุรกิจของตนขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ

ทุกวันนี้หลายอย่างบนโลกพยายามฉีกกฎเดิมๆ และปรับเปลี่ยนขนบเก่าๆ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย รวมถึงการปฏิวัติเรื่องอาชีพ ที่ไม่เพียงแต่ว่าทุกคนพยายามจะหารูปแบบความสำเร็จของตัวเองอีกต่อไป บริษัทใหญ่ๆ เองต่างก็ต้องพยายามปรับตัวเพื่อรองรับแนวคิดของคนรุ่นใหม่เช่นกัน ในช่วงนี้เราอาจจะเริ่มคุ้นกับคำว่า ‘Career Disruption’ ที่อาจตีความได้ว่า เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ของการประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคกับสมัยและการอยู่รอดของธุรกิจมากขึ้น และอาจหมายรวมไปถึงการเกิดอาชีพใหม่ๆ ที่ต่างจากนิยามของความสำเร็จของผู้คนในยุคก่อน ฉบับนี้เราได้คัดสรรและนำเสนอส่วนหนึ่งของเส้นทางความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ทั้งไทยและเทศ พร้อมคำถามที่ว่า “คนหนุ่มสาวในยุคนี้อยากประกอบอาชีพอะไร?” คำตอบที่ได้อาจจะแตกต่างไปจากยุคสมัยก่อนที่ตอบออกมาเป็น ‘อาชีพ’ แต่ปัจจุบันคำตอบที่ได้จะออกมาเป็น ‘ความชอบ’ และ ‘ความหลงใหล’ แทน

Startup

แน่นอนว่าสตาร์ทอัพกำลังเป็นเทรนด์ที่วัยรุ่นยุคใหม่หลายคนอยากจะลุกขึ้นมาสร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง อันที่จริงคอนเซ็ปต์ของสตาร์ทอัพก็ไม่ต่างไปจากการก่อตั้งบริษัทของคนในยุคก่อน เพียงแค่ว่าเจ้าของกิจการในยุคนี้อาจเริ่มต้นธุรกิจด้วยอายุที่น้อยกว่า และผลิตภัณฑ์กลับกลายเป็นมานวัตกรรมหรือแม้แต่การทำการตลาดด้วยรูปแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่ซ้ำเดิม 

Famous / Successful 

+ Lyft > คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Uber ที่สุดคงต้องยกให้แบรนด์นี้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากการเป็นสตาร์ทอัพในปี 2012 เพื่อทำธุรกิจบริการเรียก Taxi ในลักษณะเดียวกัน Lyft ฉีกขนบการรับรู้ตั้งแต่การสร้างโลโก้ง่ายๆ ให้เป็นที่จดจำในลักษณะเดียวกันกับโลโก้ของ Apple ด้วยการหยิบเอารูปหนวดมาเป็นสัญลักษณ์ แต่ที่ฉีกกฎยิ่งกว่าก็คือการใช้สีชมพูบานเย็น ซึ่งทำให้โลโก้โดดเด่นซึ่งขัดกับภาพของหนวดไปโดยชิ้นเชิง ทว่ายุคนี้การฉีกกฎนี่แหละที่สร้างความแตกต่างและสร้างการจดจำได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่า Lyft อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมสำหรับคนทั่วไปเหมือนกับ Uber แต่ Lyft ก็มีเป้าหมายการตลาดชัดเจนที่จับใจคนรุ่นใหม่ได้อยู่หมัด Lyft ใส่ใจกับ App. และเทคโนโลยีการเรียกรถ รวมไปถึงดีไซน์ App. ที่เท่โดนใจ จึงทำให้วัยรุ่นที่คุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟนเป็นกิจวัตรต่างก็หันมาใช้ Lyft เป็นหลัก เพราะการที่วัยรุ่นในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้านั้นเป็นสัจธรรม ทุกวันนี้ Lyft จึงเติบโตตามผู้บริโภคที่สร้างแบรนด์ รอยัลตี้มาตั้งแต่ต้น ทำให้ธุรกิจมีผลประกอบการเป็นรองแค่ Uber เท่านั้น ความสำเร็จนี้ทำให้ Lyft ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชาร์ตของ Top Startups 2018 ที่จัดอันดับโดย LinkedIn เว็บไซต์ในการสร้างเครือข่ายมืออาชีพนั่นเอง

Rookie 

+ Venus ET Fleur > ไม่มีใครอยากให้ดอกไม้เหี่ยวเร็ว อีกทั้งยังไม่มีใครชอบดอกไม้พลาสติกมากไปกว่าดอกไม้จริง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ ซีมา บานซัล (Seema Bansal) หญิงเก่งวัย 28 ปี ปฏิเสธที่จะรับช่วงต่อธุรกิจของครอวครัวแล้วบินตรงสู่มหานครนิวยอร์กเพื่อเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง เธอสร้างจุดแข็งของธุรกิจขึ้นมาชนิดที่ไม่เหมือนใครด้วยการเปิด Venus ET Fleur เพื่อขายดอกกุหลาบจริงที่สามารถอยู่ทนได้เป็นปีแบบไม่เหี่ยวแห้งและไม่ต้องรดน้ำหรือดูแลใดๆ เหตุที่ดอกกุหลาบไม่เหี่ยวเฉานั้นมาจากเทคนิคการเคลือบสารบางอย่างที่ทำให้ดอกกุหลาบอยู่ทนทาน

ที่สำคัญเรายังสามารถสั่งกุหลาบได้แทบทุกสีที่ต้องการอีกด้วย นั่นทำให้คนที่รักดอกไม้สามารถรู้สึกสดชื่นได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องดูแล แถมยังประหยัดอีกต่างหาก จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครกลายมาเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ซื้อ ทำให้แค่ปีแรกที่เธอเริ่มต้นธุรกิจในปี 2017 บริษัทของ ซีมา บานซัล เติบโตขึ้นมากกว่า 188% และปี 2018 ก็ยังคงเติบโตขึ้นกว่าเดิมอีก 2 เท่าเลยทีเดียว 

Science & Tech

แทบไม่น่าเชื่อว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะกลับมาเป็นสาขาวิชายอดฮิตสำหรับคนรุ่นใหม่อีกครั้ง และการกลับมาคราวนี้ยังน่าสนใจขึ้นเสียด้วย เพราะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันถูกทำให้กลายเป็นเรื่องสนุก น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ ท้าทาย แถมยังสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นการเปลี่ยนโฉมอาชีพที่ก้าวกระโดดที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะปัจจุบันไม่จำเป็นที่คุณจะต้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้วถึงเรียนรู้เรื่องพวกนี้ เพราะเด็กๆ ในยุคนี้สามารถพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดีไม่แพ้ผู้ใหญ่เลย

Famous / Successful 

+ Teal > คือแบรนด์โดรนที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมากที่สุดเจ้าหนึ่งของโลก และเป็นหนึ่งในโดรนที่บินได้เร็วที่สุดอีกด้วย บริษัทโดรนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2014 ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นสู่หนึ่งในผู้นำตลาดโดรนได้สำเร็จ ย้อนไปที่จุดเริ่มต้น CEO ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็คือ จาร์จ มาตัส (George Matus) เด็กนักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปี ที่หลงใหลในเทคโนโลยีและเครื่องบินบังคับเป็นอย่างมาก เขาประดิษฐ์โดรนเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขียนโปรแกรม รวมถึงพัฒนาต้นแบบด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเข้าสู่การระดมทุนและก่อเกิดเป็นบริษัทจนประสบความสำเร็จ และเป็นหนึ่งในเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกสื่อยักษ์ระดับโลกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งด้วย

Rookie

+ Teleportal > เมื่อ 7 ปี ที่แล้ว โธมัส ซัวเรซ (Thomas Suarez)  เด็กน้อยในวัย 12 ปี ถูกเชิญให้ขึ้นไปพูดบนเวที TEDxManhattanBeach ในฐานะ App. Developer ตัวน้อยที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเด็ก และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กคนอื่นๆ ด้วยการสอนให้เด็กรู้จักการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายๆ

ในวันนี้ โธมัส ซัวเรซ ในวัย 19 ปี กลายมาเป็น Augmented Reality Software and Elctronics Engineer ที่คอยสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าสนใจ พร้อมกับนั่งแท่นเป็น CEO และ CTO ของบริษัทตัวเองอย่าง Teleportal ที่กำลังเริ่มสร้างโปรไฟล์ของบริษัทด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์) ได้อย่างน่าจับตาเลยทีเดียว และสิ่งที่สร้างจุดเด่นไปอีกขั้นก็คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่นำไปใช้กับการจัดอีเวนท์ทางการตลาดหรืออีเวนท์ทางเทคโนโลยีต่างๆ และกำลังเป็นนักเขียนโปรแกรมรุ่นใหม่ที่มีแววมาแรงเสียด้วย 

++++++++++++++++++++++++++

Innovation Platform 

ทุกวันนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แถมผู้บริโภคยังสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยได้โดยตรงอีกด้วย เจ้าตลาดของ Innovation Platform ที่คนรุ่นใหม่นิยมนั้นคงต้องยกให้ Kickstarter มาเป็นเบอร์หนึ่ง ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ถือเป็นหนึ่งในการปฏิวัติโลกเลยก็ว่าได้ เพราะทุกวันนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆ น่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้นจากที่นี่ และหลายนวัตกรรมก็พัฒนาสู่บริษัทที่ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน และทำให้มีแพลตฟอร์มในลักษณะระดมทุนเกิดขึ้นตามมามากมาย อย่างเช่น INDIEGOGO หรือแม้แต่ เทใจ ในบ้านเรา แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ใช่นวัตกรรมเพียงอย่างเดียวด้วย และเป็นการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองอีกทางหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ควรลอง

++++++++++++++++++++++++++

Entertainment 

เส้นทางสายบันเทิงเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สร้างความสำเร็จและรายได้ได้อย่างมหาศาล ไม่แปลกใจที่วงการบันเทิงจะเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายๆ คนมาแต่ไหนแต่ไร แต่ข้อดีสำหรับวงการบันเทิงในยุคนี้ก็คือการแตกแขนงไปหลากหลายสาขา แถมยังมีการครีเอทสาขาใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วความบันเทิงแบบ Niche Entertainment ที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มนั้นกลับกลายเป็นจุดแข็งในการทำการตลาดยุคปัจจุบันมากกว่าจะเป็นจุดอ่อนที่ไม่สร้างความแมสแบบยุคก่อน และ Niche Entertainment ในวันนี้อาจกลายเป็น Main Stream ที่มีพลังในวันหน้า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนหน่อยก็อาจจะเป็นดนตรีในกลุ่ม EDM นั่นล่ะ ที่เปรี้ยงปร้างแมสขึ้นมาภายในเวลาไม่กี่ปี

Famous / Successful 

+ Marshmello > วินาทีนี้จะไม่ยกให้เขาคนนี้ก็คงไม่ได้ นี่น่าจะเป็นตัวแทนของ Niche Entertainment ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นแล้วว่า จากความสำเร็จภายในเวลาอันรวดเร็วของเขาทำให้ Forbes ถึงกับจับเขามาขึ้นปก โดยสื่อดังเล่มนี้พาดหัวว่า ‘นี่คือดีเจที่ทำเงินได้สูงถึง 44 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2018 เพียงแค่ปีเดียว’ และนั่นทำให้เขาได้รับยกย่องว่าเป็นดีเจเปิดแผ่นที่โด่งดังและร่ำรวยมากที่สุดในโลกยุคนี้ ความนิรนามที่ฉาบหน้าด้วยดีไซน์เท่เก๋ ทำให้ดีเจคนนี้ได้รับความสนใจขึ้นอีกหลายเท่า ยังไม่นับรวมความเจ๋งของฝีมือการเปิดแผ่นขั้นเทพที่เป็นแรงผลักดันให้เขาโด่งดังขึ้นมาด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี ในการก้าวกระโดดจาก 0 สู่การขึ้นปก Forbes ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก

Rookie

+ Rich Brian > หรือที่รู้จักกันก่อนหน้าว่า ริช ชิกก้า (Rich Chigga) เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ชาวอินโดนีเซียคนนี้กลายเป็นแรปเปอร์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกแบบไม่ได้ตั้งใจแถมยังฉีกกฎภาพจำของแรปเปอร์ตามปกติอย่างสิ้นเชิง หนุ่มน้อยหน้าตี๋คนนี้สร้างความทะเล้นในแบบเนิร์ดๆ ของตนเองจนโด่งดัง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเอ็มวี Dat$tick ในปี 2016 ที่เขาบอกว่าทำขำๆ เล่นๆ มากกว่าจะทำเพื่อต้องการเป็นนักแร๊ป แต่มันกลับกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นและโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ และส่งผลให้เขาก้าวเข้าสู่วงการเพลงแร๊ปอย่างเต็มตัว ถึงขั้นมีซิงเกิลระดับโลกกับค่ายดังอย่าง 88rising ซึ่งเดบิวท์ไปเมื่อต้นปี 2018 และไต่อันดับขึ้นชาร์ต Billbord 200 ได้ถึงอันดับที่ 18 และกำลังกลายเป็นแร๊ปเปอร์รุ่นใหม่แถวหน้าของโลกที่กำลังถูกจับตามอง

++++++++++++++++++++++++++

Creative Platform 

สำหรับสายอาร์ตหรือสายครีเอทีฟปัจจุบันนี้มีแพลตฟอร์มน่าสนใจเกิดขึ้นใหม่มากมาย รวมถึงแพลตฟอร์มเก่าที่พัฒนารูปแบบใหม่ให้เอื้อต่อการสร้างรายได้ได้หลากหลายแนวทางมากยิ่งขึ้น เราขอหยิบเอาแพลตฟอร์มที่น่าสนใจมาฝาก

+ Kickstarter > ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เพียงเท่านั้น หากแต่ Kickstarter ยังขยายตัวเป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นสำหรับสายอาร์ตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะภาพยนตร์หรือแม้แต่สื่อสิ่งพิมพ์ที่สามารถขายไอเดียเพื่อระดมทุน ณ แพลตฟอร์มแห่งนี้ได้ และยังคงเป็นเจ้าตลาดที่วัยรุ่นสายครีเอทีฟสนใจเสมอ

+ Shutterstock > แพลตฟอร์มที่สายอาร์ตและสายครีเอทีฟรู้จักกันดีนี้ขยับปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างน่าสนใจทีเดียว จากเดิมที่เป็นแหล่งรวม Creative Stock ที่ใหญ่ที่สุดอันดับต้นของโลก ล่าสุด Shutterstock ได้สร้างคอนเซ็ปต์เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนสร้างสรรค์เอกลักษณ์งานของตัวเองได้ดีทีเดียว ด้วยโปรเจ็กต์ Get Creative with Shutterstock ที่เชิญศิลปินท้องถิ่นทั่วโลก 6 คน นำเอาภาพในสต๊อกของ Shutterstock มาสร้างสรรค์ผลงานให้โดดเด่น และยังเป็นแคมเปญที่ชักชวนให้สายอาร์ตให้ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานของตนเองให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง เพื่อเป็นการยกระดับฝีมือรวมถึงเพิ่มรายได้ของตัวเองในแพลตฟอร์มนี้ด้วย

+++++++++++++

Influencer V.S. Reviewer

เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงบวกกับการตลาดที่เปลี่ยนไปทำให้สมัยนี้สินค้าไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างดาราหรือผู้มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซนเตอร์อีกต่อไปแล้ว ทว่ารูปแบบธุรกิจยุคใหม่กลับกลายเป็นการโยกเม็ดเงินไปจ้างเหล่า Influencer ที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อผู้บริโภคแทน ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องปรากฏตัวในสื่อกระแสหลัก เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือกระทั่งต้องมาจากตระกูลดัง เรียกได้ว่ายุคนี้ใครๆ ก็ลุกขึ้นมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการตลาดได้ทั้งนั้น ปัจจุบันจึงเห็นคนรุ่นใหม่หลายคนเลือกที่จะสร้างตัวตน สร้างรายได้ สร้างความสำเร็จ จากการเป็น Blogger, Vlogger หรือ YouTuber ที่มีอิสระในการสร้างเม็ดเงินด้วยตัวเอง 

ถ้าแตกแยกแขนงใหญ่ๆ ในตอนนี้เราขอจัดเป็นกลุ่ม Influencer กับ Reviewer ซึ่งดูจะเป็นทิศทางที่ใครๆ ก็สนใจมากที่สุด สองสิ่งนี้อาจต่างกันตรงที่ Influencer มักจะพุ่งประเด็นเน้นที่เรื่องราวเป็นหลัก ซึ่งตัว Influencer เองก็อาจมีความสนใจในหลายๆ อย่างได้ หยิบประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมาจั่วหัว หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องไร้สาระที่แทบไม่มีประเด็นเลยก็ตาม ส่วน Reviewer นั้นจะเน้นที่การพูดถึงตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นหลัก รีวิวเพื่อให้เกิดผลตอบรับทางการตลาดเสียมากกว่าแค่เร้าให้คนสนใจเรื่องราวที่เป็นประเด็น

บนโลกใบนี้มี Influencer และ Reviewer ที่ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับบทความในส่วนนี้เราขอหยิบยกตัวอย่างคนไทยรุ่นใหม่ที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลมาแนะนำให้คุณรู้จัก  เพราะ Influencer และ Reviewer นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การทำมาหากินของคนรุ่นใหม่ที่สร้างตัวตนขึ้นมาจนเกิดรายได้และสามารถยึดเป็นอาชีพในยุคนี้ได้เช่นกัน

Famous / Successful 

+ Bearhug > หนึ่งใน Influencer ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในไทยวันนี้คงต้องยกให้ YouTube ช่อง Bearhug ซึ่งนี่เป็นการรวมตัวกันระหว่าง Vlogger รุ่นใหม่สองคนอย่าง กานต์ (อรรถกร รัตนารมย์) และ ซารต์ (ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช) ที่มาทำรายการใน YouTube ร่วมกัน รายการนี้ประสบความสำเร็จมากจนถึงขั้นมีคนสมัครสมาชิกติดตามเป็นหลักล้านภายในเวลาอันรวดเร็ว จุดที่คิดว่าน่าจะเป็นความสำเร็จขั้นแมสและขั้นสุดจุดหนึ่งของ Bearhug นั้น เห็นจะเป็นการที่ทาง SAMSUNG เชิญให้พวกเขาไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอีเวนท์ยิ่งใหญ่แห่งปีของโลกอย่าง Galaxy UNPACKED 2018 ที่มหานครนิวยอร์ก นอกจากสื่อมวลชนแล้วงานนี้ยังเป็นการรวมตัวของ Influencer ตัวท็อปในระดับโลกด้วย อีกทั้งยังแทบไม่น่าเชื่อว่า Bearhug จะใช้เวลาแค่เพียงแค่ไม่ถึงปีในการก้าวจาก 0 ไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดในครั้งนี้ 

Creative 

+ Noyneung Makeup > ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บ้านเราใครๆ ก็แห่กันมาเป็น Beauty Influencer มากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นจริงๆ นับได้เพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือ Beauty Influencer ผู้นอกจากจะเป็น Makeup Artist ที่มีฝีมือแต่งหน้าเก่งฉกาจแล้ว เอกลักษณ์ที่ทำให้ Noyneung (น้อยหนึ่ง) แตกต่างจากคนอื่นก็คือการสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จากพื้นฐานของการเรียนสถาปัตย์ฯ ผนวกฝีมือในการวาดภาพที่ดี Noyneung นำจุดเด่นตรงนี้มาผสานเข้ากับการเป็น Makeup Artist เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ให้กับตัวเอง จนกลายเป็นช่างแต่งหน้าแฟนซีที่ฝีมือเข้าขั้นเจ๋งมากทีเดียว เขามักจะสร้างคอนเซ็ปต์การแต่งหน้าแฟนซีด้วยการหยิบเอาคาแรกเตอร์ต่างๆ ตลอดจนตัวละครเด่นในหนังดังมาสร้างสรรค์การแต่งหน้าที่น่าสนใจ ใครที่เคยติดตามจะรู้ว่านี่ไม่ใช่การแต่งหน้าที่แค่สวยหรือคล้าย ทว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ดูเหมือนจริงจนต้องขอปรบมือให้ ในนาทีนี้หากคิดถึง Fantasy Makeup ชื่อของ Noyneung ต้องมาเป็นอันดับ 1 เสมอ เขายังทำให้รู้ว่าเครื่องสำอางทำหน้าที่ได้มากกว่าการใช้แต่งหน้าให้ดูสวย แต่ยังสามารถสร้างผลงานศิลปะที่น่าประทับใจได้เช่นกัน จุดเด่นนี้เองทำให้ฐานแฟนคลับที่ติดตามเขาในโลกโซเชียลมีมากกว่าคนที่ชื่นชอบการแต่งหน้า และความโดดเด่นนี้ยังทำให้เขากลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเครื่องสำอาง ไปจนถึงการถูกว่าจ้างให้สร้างสรรค์ผลงานการแต่งหน้ามากมาย

Rookie

+ Musical & Review > โต๋เต๋เป็นเด็กสถาปัตย์ฯ อีกคนที่ชอบดูละครเวทีมาก เขาเริ่มต้นเพจและทำช่อง YouTube ของตัวเองด้วยความหลงใหล จากการรีวิวละครเวที (เน้นไปที่มิวสิคัลเป็นหลัก) ในเชิงท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่ออกไปในแนวชักชวนผสมแนะนำวิธีการไปดูมิวสิคัลแต่ละเรื่อง พร้อมบอกเล่าความรู้สึกของตัวเอง มากกว่าการวิจารณ์เนื้อหาในเชิงลึก เป็นเหตุให้ Musical & Review มีฐานกว้างกว่าการเป็นแหล่งรวมของคนเฉพาะกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกันเพจและรายการนี้ก็เติบโตขึ้นด้วยการพัฒนาคุณภาพเพื่อจัดเสิร์ฟคนเฉพาะกลุ่มในขณะเดียวกันด้วย ทุกวันนี้ Musical & Review ขยับขึ้นไปการทัวร์เพื่อชมมิวสิคัลในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และเริ่มได้รับเชิญจากโรงละครในต่างประเทศบ้างแล้ว สำหรับในประเทศเองก็เริ่มรีวิวลึกขึ้นไปจนถึงขั้นบุกหลังเวทีเพื่อคลุกคลีและสัมภาษณ์คนทำงานเบื้องหลัง จากมือสมัครเล่นกลายเป็นมืออาชีพ และเริ่มเป็นเพจที่ทุกคนจะต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อนึกถึงละครเวที

++++++++++++++++++++++++++

Creative Marketing

การสร้างความสำเร็จหรือสร้างความแตกต่างให้กับตัวเองหรือแม้แต่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของตนขึ้นมา อาจไม่จำเป็นต้องขนขวายหาอะไรใหม่ๆ มาทำเสมอไป แต่เป็นการทำการตลาดกับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ให้น่าสนใจขึ้น ทุกวันนี้มีคนรุ่นใหม่จึงลุกขึ้นมาสร้างสรรค์การตลาดในรูปแบบ Creative Marketing ที่น่าสนใจมากมาย เพื่อค้นหาวิธีสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคได้ตรงจุดมากกว่า และแน่นอนว่าเพื่อกระตุ้นยอดการขายสินค้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

+ Alpha Beta Coffee (ABC) > ธุรกิจกาแฟที่สร้างการตลาดรูปแบบใหม่จนประสบความสำเร็จนี้เป็นแบรนด์กาแฟจากญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง เควิน โอตซึกะ (Kevin Otsuka) หนุ่มฮาวายเสื้อสายญี่ปุ่นที่ถูกส่งตัวจากสหรัฐอเมริกามาทำงานในแผนก B2B Digital Marketing ของ Google สาขาโตเกียว หลังจากที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่โตเกียวได้พักใหญ่ ก็ได้ตระเวนชิมกาแฟดีๆ มากมายจนเกิดแรงบันดาลใจให้ออกมาเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ที่นำเอาประโยชน์จาก การตลาดออนไลน์มาใช้ เขาก่อตั้งเครือข่ายกาแฟที่เรียกว่า Alpha Beta Coffee ขึ้นซึ่งเป็นการจับมือร่วมกันกับนักคั่วกาแฟฝีมือดีรายย่อยที่มีชื่อเสียงทั่วญี่ปุ่นกว่า 22 เจ้า เพื่อต้องการส่งเสริมให้กาแฟของญี่ปุ่น (โดยเฉพาะโตเกียว) เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับนักคั่วกาแฟรายย่อยเพิ่มมากขึ้น การตลาดของเขาคือการสร้างระบบ Member Customer โดยเรียกเก็บค่าสมาชิกรายเดือน โดยในแต่ละเดือนลูกค้าทุกคนจะได้รับกาแฟ 3 ถุง (ถุง A, B และ C) ส่งตรงถึงบ้าน ทุกๆ เดือนทาง ABC จะเป็นผู้คัดเลือกเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดที่คั่วจากโรงคั่วต่างๆ ไม่ซ้ำกันเพื่อส่งตรงให้ผู้บริโภคได้ชิม โดยจะหมุนเวียนเปลี่ยนสลับไปทุกเดือนไม่ซ้ำกัน เควิน โอตซึกะ บอกว่าข้อดีที่ผู้บริโภคได้รับก็คือการได้ชิมกาแฟที่มาจากหลากหลายแหล่งปลูกและแหล่งคั่ว พร้อมยังได้รับความรู้และพัฒนาทักษะในการดื่มกาแฟไปพร้อมๆ กัน ในส่วนของโรงคั่วเองก็จะได้มีโอกาสขยายฐานลูกค้ามากขึ้น เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และยังมีผลประกอบการที่ดีขึ้น การทำเครือข่ายลักษณะนี้ไม่ได้อิงการตลาดตามกฎอุปสงค์อุปทานเป็นหลัก แต่เป็นการช่วยกระจายความช่วยเหลือไปยังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนั้นทาง ABC ยังเปิดร้านกาแฟของตัวเองในโตเกียวที่ชื่อ ABC Club ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านนั้นมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาจากโรงคั่วพันธมิตรต่างๆเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกชิมเช่นกัน ถือเป็น win-win situation สำหรับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

++++++++++++++++++++++++++

ยังมีความสำเร็จอีกมากมายใบโลกใบนี้ที่ไม่ได้ถูกหยิบยกมากล่าวถึงในบทความนี้ ทุกวันนี้หากจะถามวัยรุ่นว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร? ประกอบอาชีพอะไร?” พวดเขาอาจจะเกาหัวและใช้เวลาขบคิดนานขึ้นกว่าคนยุคก่อน และคำตอบที่ได้อาจจะไม่ใช่คำตอบยอดนิยมเหมือนยุคก่อนด้วยซ้ำ เพราะทุกวันนี้ความสำเร็จต่างก็ไม่มีกรอบหรือกฎที่ตายตัว เพียงแค่ว่าเราจะค้นพบหรือสร้างมันขึ้นอย่างไรเท่านั้นเอง

Written By

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Interview

อยากซื้อปืนก็ปลูกต้นไม้สิ ชาวอินเดียต้องปลูกต้นกล้า ก่อนได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธ

Vision

เตือนภัยล่วงหน้า 80 ปี ชุมชนริมฝั่งในออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศพร้อมรับมือน้ำท่วม

Vision

ผู้ชายแพ้ท้องแทนเมียได้จริงหรือ?

Vision

ถ่านดูดกลิ่นได้อย่างไร?

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup