Connect with us

Subscribe

Life

จริงหรือหลอก?

“กัญชา”

เสพแล้วมีปัญหาทางจิต

กัญชาเสพแล้วมีปัญหาทางจิตจริงหรือหลอก? ลองมาดูข้อมูลทางวิชาการจากทั่วโลก กับผลการใช้กัญชาในประเทศเสรีกัญชาหลายประเทศ

Reasons to Read

  • ผู้ที่เริ่มใช้กัญชาเมื่ออายุ 15 ปีหรือต่ำกว่านั้น มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้เริ่มใช้เมื่ออายุมากกว่านั้นเล็กน้อย และผู้ใช้กัญชาสายพันธุ์ที่มีความเข้มข้นสูงมีโอกาสที่จะมีอาการทางจิตมากกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบกัญชาเกือบสองเท่า ส่วนผู้ที่ใช้กัญชาที่มีความเข้มข้นสูงเป็นประจำทุกวัน มีความเสี่ยงต่อการมีอาการทางจิตมากกว่าคนที่ไม่เคยใช้ถึงสี่เท่า
  • การเข้าถึงกัญชาสายพันธุ์เข้มข้นสูงนั้น ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกือบ 20 ปีที่แล้วไม่มีกัญชาที่มีความเข้มข้นของสาร THC สูง ในตลาดเลย
  • แต่ไม่อาจสรุปได้ว่ากัญชาทำให้เกิดอาการทางจิต อาจเนื่องจากกัญชาไปกระตุ้นให้เกิดอาการในกลุ่มเสี่ยง ในคนปกติอาจเกิดอาการทางจิตชั่วคราวได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง สาร CBD ที่เป็นสารสำคัญตัวหนึ่งในกัญชา อาจจะใช้รักษาอาการทางจิตได้

นักวิจัยพบว่าการเสพกัญชาบ่อยๆ โดยเฉพาะสายพันธุ์แรงๆ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มโอกาสของการมีปัญหาสุขภาพจิตในหมู่ผู้ใช้ได้ โดยการศึกษาประเมินว่ากว่า 30% ของผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตครั้งแรกในลอนดอนตอนใต้ และครึ่งหนึ่งของผู้ที่อยู่ในอัมสเตอร์ดัม สามารถหลีกเลี่ยงได้หากไม่มีการใช้กัญชาที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการใช้กัญชากับอาการทางจิต

กัญชาสายพันธุ์แรงๆ เช่น พันธุ์สกังก์ (Skunk) มีระดับความเข้มข้นของสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol) หรือ THC ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธ์ต่อจิตประสาท สูงกว่า 10% จากข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วพบว่า 94% ของการจับกุมกัญชาในสหราชอาณาจักรล้วนเป็นกัญชาสายพันธุ์ที่มีความเข้มเข้นของสาร THC สูง โดยสายพันธุ์เหล่านี้มีสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol) หรือ CBD ซึ่งเป็นสารที่อาจป้องกันอาการทางจิตได้ในปริมาณน้อยมาก

การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าสามเมืองในยุโรป ได้แก่ ลอนดอน ปารีส และอัมสเตอร์ดัม มีอัตราการป่วยด้วยอาการทางจิตสูงกว่าเมืองอื่นๆ ที่ได้ทำการศึกษา โดยเมืองเหล่านี้เป็นเมืองที่กัญชาสายพันธุ์เข้มข้นเป็นที่นิยมมาก

นักวิจัยระบุว่า ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 901 คน อายุระหว่าง 18-64 ปี ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตเป็นครั้งแรก โดยทำการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤษภาคม ปี 2010 ถึงเดือนเมษายน ปี 2015 ที่ศูนย์สุขภาพจิตใน 11 เมือง รวมถึงลอนดอน ปารีส อัมสเตอร์ดัม บาร์เซโลนา เมืองอื่นๆ ทั่วยุโรป และอีกหนึ่งเมืองในบราซิล จากนั้นนักวิจัยได้สอบถามบุคคลเหล่านี้และเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดี 1,200 คน เกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงการใช้กัญชา

มาร์ธา ดิ ฟอร์ติ (Marta Di Forti) จิตแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ของคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ผู้เขียนผลการศึกษาครั้งนี้ อธิบายว่า “เราถามผู้คนว่าถ้าพวกเขาใช้กัญชา พวกเขาเริ่มใช้มันเมื่อไหร่ และเป็นกัญชาสายพันธุ์ไหน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้บอกชื่อสายพันธุ์กัญชาที่พวกเขาใช้ เช่น สกังก์ (Skunk) ในอังกฤษ หรือเนเดอร์วีต (Nederwiet) ในเนเธอร์แลนด์”

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่เริ่มใช้กัญชาเมื่ออายุ 15 ปีหรือต่ำกว่านั้น มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้เริ่มใช้เมื่ออายุมากกว่านั้นเล็กน้อย และผู้ใช้กัญชาสายพันธุ์ที่มีความเข้มข้นสูงมีโอกาสที่จะมีอาการทางจิตมากกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบกัญชาเกือบสองเท่า ส่วนผู้ที่ใช้กัญชาที่มีความเข้มข้นสูงเป็นประจำทุกวัน มีความเสี่ยงต่อการมีอาการทางจิตมากกว่าคนที่ไม่เคยใช้ถึงสี่เท่า

มาร์ธา ดิ ฟอร์ติ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเข้าถึงกัญชาสายพันธุ์เข้มข้นสูงนั้น ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกือบ 20 ปีที่แล้วไม่มีกัญชาที่มีความเข้มข้นสูงของสาร THC ในตลาดเลย”

ทั้งนี้ จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า กัญชาสายพันธุ์แรงกำลังครองตลาดมากขึ้น โดยความนิยมเฉลี่ยในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปี 2560 อยู่ที่ 17.1% เพิ่มขึ้นจาก 8.9% ในปี 2551

อย่างไรก็ตาม มาร์ธา ดิ ฟอร์ติ ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำทุกวันไม่ได้เผชิญกับปัญหาอาการทางจิตกันทุกคน นั่นหมายความว่า สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าใครเป็นคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นการศึกษาโดยอาศัยการรายงานการใช้กัญชาด้วยตนเอง และมีผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยในแต่ละพื้นที่

สุดท้าย ศาสตราจารย์ เซอร์ โรบิน เมอร์เรย์ (Prof. Sir Robin Murray) ผู้เขียนการศึกษาอีกคนหนึ่งจากคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า “การศึกษานี้มีความเกี่ยวข้องกับการถกเถียงกันว่ากฎหมายควรจะให้การรับรองกัญชาหรือไม่ หากคุณกำลังจะทำให้กัญชาถูกกฎหมาย คุณจะต้องคิดระบบที่ไม่ทำให้การใช้กัญชาเติบโตขึ้น เว้นแต่ว่าคุณต้องการจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยจิตเวชและค่าจิตแพทย์ให้มากขึ้น”

กัญชากับสุขภาพจิตในประเทศไทย

ขณะเดียวกันบ้านเราก็มีการเผยแพร่ข้อมูลที่คล้ายคลึงกัน โดย ผศ. ดร. พญ. รัศมี สังข์ทอง หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) มีการออกเอกสารเผยแพร่ผลของการใช้กัญชาต่อจิตประสาทในเด็กและเยาวชน โดยระบุว่า เมื่อเสพกัญชาเข้าไปในระยะแรก กัญชาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีการตื่นตัวจากสาร THC แต่เมื่อผ่านไป 1-2 ชั่วโมง กัญชาจะเริ่มออกฤทธิ์กดประสาท มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมถาวร หรือเป็นจิตเภท โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้ ไทยได้ประกาศ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ที่ระบุให้กัญชาและกระท่อม สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 และจากความกังวลเกี่ยวการใช้การกัญชากับสุขภาพจิต กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดอบรม ‘การใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์’ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน ที่ผ่านมา

ภาพ : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

นพ. บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวเรื่องกัญชากับสุขภาพจิตในการอบรมครั้งนั้นว่า “ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยมีคำแนะนำเกี่ยวกับกัญชาว่า กัญชามีฤทธิ์ทำให้เสพติดได้ กัญชาไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม ยังไม่มีที่ใช้ทางการรักษาโรคทางจิตเวชในขณะนี้ ซึ่งการใช้กัญชามีฤทธิ์รบกวนการทำงานของสมอง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตเวชได้ เช่น หลงผิด หูแว่ว ประสาทหลอน อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นต้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ตั้งแต่วัยเด็กและวัยรุ่น” จึงแนะนำบุคคลควรใช้กัญชาหรือสารสกัดตามข้อบ่งชี้ที่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานรับรองเท่านั้น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลของกัญชาทั้งประโยชน์และโทษ ควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นผลของการใช้กัญชาหรือสารสกัด หรือเป็นผลจากสารสังเคราะห์ และบุคคลทั่วไปที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ไม่ควรใช้กัญชา โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนและผู้ที่มีโรคทางจิตเวช

“การใช้กัญชาอย่างสม่ำเสมอในวัยรุ่น มีความเสี่ยงการเกิดโรคจิตเภทเพิ่มเป็นสองเท่า ความเสี่ยงจะเพิ่มเมื่อใช้ในอายุน้อย แต่ไม่อาจสรุปได้ว่ากัญชาทำให้เกิดอาการทางจิต อาจเนื่องจากกัญชาไปกระตุ้นให้เกิดอาการในกลุ่มเสี่ยง ในคนปกติอาจเกิดอาการทางจิตชั่วคราวได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง สาร CBD ที่เป็นสารสำคัญตัวหนึ่งในกัญชา อาจจะใช้รักษาอาการทางจิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเฉพาะ” นพ. บุรินทร์ กล่าว

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup