Connect with us

Subscribe

Life

เจาะใจ เดมี มัวร์ และ อเล็ก บอลด์วิน ในภาพยนตร์สุดฉาว ‘Blind เล่ห์รักบอด’

สองนักแสดงฝีมือเก๋าโคจรมาพบกันอีกครั้งในภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติก กับบทบาทที่ท้าทายความสามารถ อเล็ก บอลด์วิน แสดงเป็นนักเขียนและศาสตราจารย์ตาบอด ส่วน เดมี มัวร์ แสดงเป็นภรรยาผู้อุทิศตนเพื่อชีวิตคู่แต่กลับค้นพบว่าสามีของตนเป็นอาชญากรนักธุรกิจ

Reason to Read

  • สองนักแสดงฝีมือเก๋าโคจรมาพบกันอีกครั้งในภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติก กับบทบาทที่ท้าทายความสามารถ อเล็ก บอลด์วิน แสดงเป็นนักเขียนและศาสตราจารย์ตาบอด ส่วน เดมี มัวร์ แสดงเป็นภรรยาผู้อุทิศตนเพื่อชีวิตคู่แต่กลับค้นพบว่าสามีของตนเป็นอาชญากรนักธุรกิจ 

ครั้งสุดท้ายที่ เดมี มัวร์ และ อเล็ก บอลด์วิน แสดงหนังด้วยกันคือใน The Juror หนังดราม่าขึ้นโรงขึ้นศาลเมื่อปี ค.ศ. 1996 หลายปีผ่านไปจนถึงปัจจุบันทั้งคู่จะกำลังจะกลับมาพบกันอีกครั้งใน Blind หนังโรแมนติกดราม่าของผู้กำกับ ไมเคิล เมลเลอร์

ในเรื่อง มัวร์จะรับบทเป็น ‘ซูซาน’ ภรรยาของอาชญากรนักธุรกิจ มาร์ก ดัตช์แมน (รับบทโดย ดีแลน แมคเดอม็อตต์) ในขณะที่มาร์กถูกตัดสินให้รับโทษจำคุก ทางฝั่งของซูซานเองถูกศาลตัดสินให้ต้องทำงานรับใช้สังคมในฐานะที่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจทำงานช่วยเหลือนักเขียนและศาสตราจารย์ตาบอด บิล โอคแลนด์ ตัวละครของบอลด์วิน ด้วยการอ่านหนังสือให้เขาฟังเป็นเวลา 100 ชั่วโมง จากความสัมพันธ์ที่เหมือนจะเข้ากันไม่ค่อยได้ แต่ความรู้สึกของทั้งคู่กลับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะแยกขาดกันได้ และต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ของทั้งสองดาวดังเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง ‘Blind เล่ห์รักบอด’ ที่กำลังจะมีกำหนดเข้าฉายในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ 

GM Live :  ช่วยบอกอะไรถึงตัวละคร ‘ซูซาน’ ที่คุณรับบทบาทให้ฟังทีสิ

มัวร์ : เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงสักเท่าไหร่ แม้ว่าเมื่อมองจากภายนอกเธอเหมือนจะมีทุกอย่าง แต่เมื่อโลกของเธอพังทลายลง เธอก็สูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งรากฐาน ตัวตน และสัมผัสการรับรู้ เธอไม่มีเข็มทิศคอยนำพาชีวิตให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง เธอหันหน้าเดินไปยังอีกทิศ ซึ่งกลับกลายเป็นว่ามันได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้

GM : แล้วตัวละคร ‘บิล โอคแลนด์’ ของคุณล่ะอเล็ก?

บอลด์วิน : ตอนที่ผมไปพบเจอคนตาบอด โดยเฉพาะคนที่เคยสายตาปกติมาก่อนแล้วสูญเสียการมองเห็นในภายหลัง ผมอึ้งไปเลยเมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องใช้พลังงานที่มีทั้งหมดเพื่อผ่านพ้นแต่ละวันไปในฐานะคนตาบอด ถ้าเป็นผม ผมคงจะแค่กลับบ้าน ต้มน้ำซุป แล้วก็นอนแค่นั้น มันดูเป็นเรื่องลำบากเหลือเกิน โดยเฉพาะการต้องไปไหนมาไหนในนิวยอร์ก แต่คนตาบอดเหล่านี้ทั้งกล้าและแกร่ง พวกเขาสามารถเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ในเมืองนิวยอร์ก ยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาใช้ชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ ได้พบเจอกับผู้คน ได้ใช้ชีวิต ได้สานต่อความสัมพันธ์ที่ดูสุ่มเสี่ยงที่หากเป็นคนปกติเช่นเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างตัวผมเองทุกวันนี้ผมแต่งงานมีลูกแล้ว เวลาที่ผมเห็นเด็กๆ มีความสุข หรือส่งเสียงร้องเวลาที่พวกเขารู้สึกพึงพอใจ เมื่อพวกเขารู้สึกถึงความรักและความปลอดภัย ผมมักจะนึกกับตัวเองว่าชีวิตนี้ยังต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกนะ ผมมีความสุขจังเลย

คือมันมีบางเส้นทางที่เราต้องลองเดินดูก่อนจึงจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความรู้สึก ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นกับตัวละครของ ‘บิล’ ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าบิลเองรู้สึกอย่างไรกับการเดินบนเส้นทางสายนี้ แต่เมื่อเขาได้พบกับซูซาน เธอคือคนที่ทำให้เขาคิดว่า เขาอยากจะลองคว้า ‘โอกาส’ นั้นดู เพราะถ้าเกิดมันออกมาดีละก็ เขาก็จะมีความสุขมาก

มัวร์ : และสำหรับ ‘ซูซาน’ ฉันคิดว่าเธอใช้ชีวิตอยู่แต่กับสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่มองไม่เห็น เธอกลับได้พบกับความลึกซึ้งและค้นพบความหมายบางอย่าง ซึ่งมันได้ปลุกตัวตนของเธอที่เคยสูญเสียไปให้กลับคืนมา

GM Live : การที่คุณรับบทเป็นตัวละครที่ไขว่คว้าหาความรักและการแต่งงาน ซึ่งต้องใช้ชีวิตร่วมกับสามีที่ร่ำรวยเป็นอย่างไรบ้าง 

มัวร์ : ฉันเคยเห็นมาเยอะค่ะ ผู้หญิงที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อให้ความสัมพันธ์อยู่รอด สำหรับในกรณีนี้ซูซานถึงขั้นยอมลาออกจากหน้าที่การงาน ยอมละทิ้งสิ่งที่สำคัญต่อตัวเธอ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับสามี แต่สุดท้ายเธอก็เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งของที่เขาครอบครองก็เท่านั้น

GM Live : มันเหมือนกับว่า สามีก็รักเธอในวิถีของตัวเองเหมือนกันนะ แม้ว่ามันค่อนข้างจะบิดเบี้ยวไปหน่อย

มัวร์ : ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นค่ะ แต่มันคือการแสดงความรักเหมือนกับเป็นเพียงวัตถุ “ฉันรักไอศกรีมนะ แต่ฉันก็รักเธอด้วย” อะไรแบบนี้ มันคือการหานิยามให้กับความรัก แต่ความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีทางมองเห็นได้ นั่นต่างหากคือปัจจัยที่น่าสนใจ ตัวละครทั้งหมดในเรื่องต่างเผชิญหน้ากับความสูญเสีย และสำหรับซูซานกับบิล มันคือโอกาสในการปลุกอะไรบางอย่างให้ตื่นขึ้นมา ซึ่งมันอาจไม่มีทางเป็นไปได้ถ้าทั้งคู่ไม่ได้มาเจอกัน

บอลด์วิน : น่าสนใจว่าในระยะหลังๆ ผมเองก็มีเพื่อนจำนวนหนึ่งที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน คนที่มาค้นเจอตัวเองหลังจากใช้ชีวิตคู่มานาน พวกเขาแต่งงาน มีลูก ผู้หญิงเองเป็นแม่คน เธออาจมีหน้าที่การงานที่ยิ่งใหญ่ ส่วนผู้ชายเองมีเงินทองมากมาย แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างกลับพลิกผัน สิ่งที่เคยผูกสัมพันธ์พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันหายไป พวกเขาคิดถึงตอนที่อะไรๆ ยังไม่ยุ่งยากแบบนี้ ผมคิดว่าสำหรับซูซาน เธออยู่กับคนที่… ถ้าเขาฉลาดพอละก็ เขาคงใช้เวลา 1 ปีหยุดทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาครอบครัวไปแล้ว พวกเขาอาจเดินทางไปที่ไหนด้วยกันก็ได้ จะทำอะไรด้วยกันก็ได้ บางทีอาจไปเช่าเรือยอชต์ แล้วไปเที่ยวยุโรปด้วยกันก็ได้ 

มัวร์ : แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะสำหรับคนที่เคยได้ครอบครองอะไรอย่างนั้นแล้ว มันไม่มีคำว่าพอ ฉันหมายถึง ดูอย่าง เอล ชาโป (นักค้ายาเสพติดชื่อดัง) เป็นตัวอย่างสิ! (ทั้งคู่หัวเราะ)

บอลด์วิน : ในชีวิตของบิลไม่มีอะไรที่สวยงามเลย ถึงอย่างนั้นมันก็มีความเรียบง่ายแฝงอยู่ มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกแบบผู้ใหญ่ที่ซูซานโหยหา สามีของเธอหลงลืมไปว่าตัวเธอเองเป็นใคร แต่คุณต้องหาทางรักษาความสัมพันธ์กับภรรยาของคุณให้ยังคงสถานะความเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นเป็นความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง 

GM Live : Blind เล่าเรื่องราวชีวิตของคนทำงาน คนบ้างาน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่จริงจังมากๆ แต่ยังไม่ค่อยถูกนำมาพูดถึงหรือสำรวจเสียเท่าไหร่

มัวร์ : เพราะมันถูกยกย่องว่าเป็นการทำเพื่อให้เกิดการผลิต ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้น แต่มันมีเส้นกั้นบางๆ อยู่ว่าตรงจุดไหนล่ะที่มากเกินไป เมื่อผู้คนบ้างานจนเกินไป พวกเขาก็จะใช้มันเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิต และการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสิ่งอื่นๆ

บอลด์วิน : ผมเองรู้จักกับหลายคนที่ยึดติดในสิ่งที่ตัวเองทำมาโดยตลอด พวกเขายึดติดกับอำนาจ แต่มันไม่ได้มีแค่เรื่องของเงินและอำนาจ 

มัวร์ : มันคือเรื่องของผลประโยชน์ มันคือการเสพติดผลประโยชน์

บอลด์วิน : นั่นก็ใช่ แต่กับการทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์ สิ่งที่พวกเราทำอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นงานที่พิเศษ ผมรู้จักคนที่อยากทำงานในกองถ่ายมากกว่าที่ไหนๆ บนโลก พวกเขาไม่อยากหยุดทำงานเลยจริงๆ

‘Blind เล่ห์รักบอด’ มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 14 มีนาคม 2562 

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup