Connect with us

Subscribe

Life

Beyoncé แอฟโฟรฟิวเจอริสม์ ของ ‘ควีนบี’

การปรากฏตัวของบียอนเซ่บนเวทีในเทศกาลดนตรีโคเชลลา 2018 (Coachella 2018) ซึ่งเธอนำเสนอรหัสนัยแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ในหลายมิติที่เกี่ยวกับการเชิดชูและให้เกียรติกลุ่มคนผิวสี ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงยุคปัจจุบัน

Reasons to Read

  • การปรากฏตัวของบียอนเซ่บนเวทีในเทศกาลดนตรีโคเชลลา 2018 (Coachella 2018) ซึ่งเธอนำเสนอรหัสนัยแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ในหลายมิติที่เกี่ยวกับการเชิดชูและให้เกียรติกลุ่มคนผิวสี ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงยุคปัจจุบัน 
  • นี่อาจจะเป็นการแสดงออกของแนวคิดแอฟโฟรฟิวเจอริสม์ (Afrofuturism – สุนทรียะที่ต้องการสื่อสารเรื่องความแข็งแกร่งของชาติพันธุ์ผ่านภาพของหญิงชายผิวดำในรูปลักษณ์ล้ำยุคและเหนือธรรมชาติ เป็นส่วนผสมของศิลปะ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความเชื่อทางจิตวิญญาณ เพื่อแสดงภาพของคนผิวสีที่ไม่ได้ผูกติดกับความเป็นทาสอีกต่อไป) 
  • ซึ่งปีที่แล้วมีภาพยนตร์ ‘Black Panther’ ซึ่งนำเสนอแอฟโฟรฟิวเจอริสม์ได้ดีที่สุด

การจัดอันดับสตรีในวงการบันเทิงที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐอเมริกาของนิตยสาร ฟอร์บส์  ได้ประเมินสินทรัพย์โดยรวมของ บียอนเซ่ จิเซลล์ โนวส์ หรือ บียอนเซ่ (Beyoncé) มีมูลค่ารวมกันประมาณ 355 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (10,500 ล้านบาท) ซึ่งยังไม่ได้รวมรายได้ในปี 2018 ที่ผ่านมา

หากมานับรวมกับสินทรัพย์มหาศาลของสามี ซึ่งเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของวงการดนตรีฮิพฮอพ คือ เจย์-ซี (Jay-Z) ก็จะกลายเป็นคู่สมรสที่รวยที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในชีวิตของคนแอฟริกัน-อเมริกัน ที่น่าภาคภูมิใจ 

การปรากฏตัวของบียอนเซ่บนเวทีในเทศกาลดนตรีโคเชลลา 2018 (Coachella 2018) ซึ่งเธอนำเสนอรหัสนัยแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ในหลายมิติที่เกี่ยวกับการเชิดชูและให้เกียรติกลุ่มคนผิวสี ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงยุคปัจจุบัน และเธอเป็นศิลปินหญิงผิวสีคนแรกที่ได้ขึ้นโชว์เฮดไลน์งานโคเชลลา 2018 พร้อมด้วยความหมายที่ต้องการจะเชิดชูวัฒนธรรมของกลุ่มคนผิวสี รวมไปถึงการส่งเสริมให้กลุ่มคนผิวสีอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียมและทรงพลังที่สุด

อีริก สไตน์สค็อก (Erik Steinskog) ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งโคเปนเฮเกน ผู้เสนอรายวิชาเกี่ยวกับบียอนเซ่เมื่อปีที่แล้วบอกกับบีบีซีว่า นี่อาจจะเป็นการแสดงออกของแนวคิดแอฟโฟรฟิวเจอริสม์ (Afrofuturism – สุนทรียะที่ต้องการสื่อสารเรื่องความแข็งแกร่งของชาติพันธุ์ผ่านภาพของหญิงชายผิวดำในรูปลักษณ์ล้ำยุคและเหนือธรรมชาติ เป็นส่วนผสมของศิลปะ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความเชื่อทางจิตวิญญาณ เพื่อแสดงภาพของคนผิวสีที่ไม่ได้ผูกติดกับความเป็นทาสอีกต่อไป) ซึ่งปีที่แล้วมีภาพยนตร์ ‘Black Panther’ ซึ่งนำเสนอแอฟโฟรฟิวเจอริสม์ได้ดีที่สุด

ก่อนหน้านี้ ในปี 2016 บียอนเซ่ มีการเฉลิมฉลองพลังและเป้าประสงค์ของสถาบันของคนผิวสีและแสดงถึงวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งของคนแอฟริกัน-อเมริกัน ระหว่างเล่นคอนเสิร์ตช่วงพักครึ่งการแข่งขันซูเปอร์ โบว์ล 2016 (Super Bowl 2016) สื่อนัยสำคัญทางการเมืองอย่างชัดเจน

ในการแสดงครั้งนี้บียอนเซ่และเหล่าแดนเซอร์ที่เป็นผู้หญิงผิวสีทั้งหมด แต่งตัวด้วยชุดหนังสีดำ ใส่หมวกเบเรต์ ซึ่งเป็นการเลียนแบบการแต่งตัวของกลุ่มแบล็ก แพนเธอร์ส องค์การทางการเมืองของชาวอเมริกันผิวสี ใช้วิธีรุนแรงเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม ที่ถือกำเนิดในยุคทศวรรษที่ 1970 ในเมืองโอ๊คแลนด์ ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้กับสถานที่ที่จัดการแข่งขันซูเปอร์โบว์ลในปีนั้น โดยกลุ่มนี้เคยเป็นกลุ่มที่เอฟบีไอให้คำจำกัดความว่า ‘เป็นภัยคุกคามต่อประเทศชาติ’ 

การแปรขบวนเป็นรูปตัวอักษร X แทนมัลคอล์ม เอ็กซ์ ชื่อของนักเรียกร้องสิทธิคนผิวสี ที่กลุ่มแบล็ก แพนเธอร์สได้นำคติของเขามาใช้เป็นนโยบายของกลุ่มอีกด้วย การแสดงดังกล่าวของบียอนเซ่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องความยุติธรรมของชาวผิวสี ที่กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวยิงคนผิวสีโดยไร้เหตุผล จนเสียชีวิตหลายครั้ง เหตุเพราะมีอคติทางสีผิว

บางที… นอกจากความร่ำรวยอย่างมหาศาลและไม่มีทีท่าว่าจะตกอยู่ในช่วงขาลงของบียอนเซ่ อาจจะเป็นไปได้ถึงตัวอย่างของการแสดงถึงพลังหรืออำนาจที่มากที่สุด ซึ่งส่งอิทธิพลต่อผู้คนในสังคม หากตัดสายตรงจากบรรดานักการเมืองทั้งหลายทั้งปวง ก็คงต้องบอกว่าหากคนในวงการบันเทิงออกมาแสดงจุดยืนและความคิดเห็นรวมถึงเลือกข้าง จะสามารถแสดงแรงสั่นสะเทือนต่อผู้คนและคะแนนเสียงได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาสำหรับวงการการเมืองในสหรัฐอเมริกา ต้องยอมรับว่าการออกมาเปิดหน้าของซูเปอร์สตาร์สาวหมายเลข 1 ของวงการเพลงอเมริกันและของโลกอย่างบียอนเซ่ หรือที่เรียกกันในนาม ‘ควีนบี’ เจ้าของรางวัลแกรมมี อวอร์ดส์ 22 สาขา และรางวัลอัลบั้มบันทึกเสียงยอดขายเกิน 100 ล้านอัลบั้มทั่วโลก  

บีบีซีอังกฤษได้เคยทำสกู๊ปในบีบีซี เทรนดิง ที่ชื่อ ‘How Beyoncé got political’ ซึ่งเป็นการสรุปภายใน 60 วินาที นำเสนอให้เห็นการที่ป๊อปสตาร์ในวงการเพลงคนหนึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางตัวแทนอันมีพลังและอำนาจอย่างกะทันหันในการขึ้นเป็นหนึ่งในบุคคลที่เคลื่อนไหวในความขัดแย้งทางการเมืองในอเมริกาที่ส่งผลกระทบมากที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน

ในปี 2017 มหาวิทยาลัย California Polytechnic State University (Cal Poly) ซึ่งมีการศึกษาและวิจัยทางด้านวิชาการของการผสมผสานวัฒนธรรมสมัยนิยม มีการเปิดชั้นเรียนเกี่ยวกับ ‘บียอนเซ่: เชื้อชาติ, สตรีนิยม และการเมือง’ (Beyoncé: Race, Feminism, and Politics – ES 470) โดยศึกษาจากอัลบั้ม Lemonade (2016) ของเธอ ซึ่งเป็นอัลบั้มที่เราได้เห็นบียอนเซ่หันมาพูดเรื่องราวทางสังคมของคนผิวสีอย่างสุดโต่งและกล้าหาญ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เจเนลล์ นาวาร์โร (Jenell Navarro) ที่สอนในแผนกชาติพันธุ์วิทยา ผู้หญิง และเพศสภาพศึกษา ให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้เป็นแฟนเพลงของบียอนเซ่ แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่จะมีการเรียนการสอนวิชา ‘บียอนเซ่ศึกษา’ ซึ่งเปรียบประดุจจำหลักของยุคสมัยหรือไอคอนของคนผิวสีในศตวรรษที่ 21 และไม่มีใครปฏิเสธชื่อนี้ โดยจะมีการวิจัยทางวิชาการถึงสถานะของซูเปอร์สตาร์ป๊อปสาว บียอนเซ่ ในฐานะผู้หญิงที่เป็นนักสตรีนิยมผิวสี ต่อต้านการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติ

“ดนตรีและมิวสิกวิดีโอของเธอนำผู้คนทั้งหลายไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์และมีลักษณะของโครงสร้างทางสังคมของชีวิตคนอเมริกันในปัจจุบัน”

การแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองอย่างเปิดเผยและสร้างกระบวนการขับเคลื่อนทางการเมืองของคนแอฟริกัน-อเมริกันในสหรัฐอเมริกาของบียอนเซ่ ต้องบอกว่าเติบโตมาพร้อมกับการขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ป๊อปสาวที่ขึ้นบนจุดสูงสุดของอาชีพ ความเปลี่ยนแปลงเชิงจิตสำนึกทางสังคมและการเมืองในสิทธิและหน้าที่พลเรือนอเมริกัน หากย้อนกลับไปถึงนัยสำคัญที่แสดงออกมาต่อสาธารณชนต้องย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2009

บียอนเซ่ขับร้องบทเพลง ‘America the Beautiful’ ในการแสดงในพีธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ บารัก โอบามา (Barack Obama) สมัยแรก ในปี 2009 ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่สายสัมพันธ์ทางการเมืองในฐานะคนผิวสีแอฟริกัน-อเมริกัน นับตั้งแต่นั้นมาเธอก็แสดงจุดยืนทางการเมืองฟากพรรคเดโมแครต

จุดเริ่มเดิม หากจับถึงการแสดงออกทางศิลปะดนตรีในบทเพลงและมิวสิกวิดีโอที่ออกมา บียอนเซ่ประกาศจุดยืนในการเป็นเฟมินิสม์ (ลัทธิสตรีนิยมที่เรียกร้องให้มีความเสมอภาคทางสังคมและการเมืองให้กับผู้หญิงโดยเท่าเทียมกันกับเพศชายโดยไม่เลือกปฏิบัติ) รวมถึงการให้อำนาจกับผู้หญิงในสังคมโดยไม่แบ่งแยก

เมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญจากความกระตือรือร้นอย่างล้นพ้นในการเป็นผู้สนับสนุน บารัก โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกในประวัติศาสตร์อเมริกาทั้งสองสมัย บียอนเซ่ได้เปลี่ยนผ่านตัวเองจากนักร้องซูเปอร์สตาร์มุ่งหน้าทำงานอย่างเต็มที่ในการปะทะและแสดงออกและเคลื่อนไหวเชิงการเมืองของคนผิวสีอย่างเผชิญหน้า ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และการสร้างรากฐานของระบบและองค์กรของคนแอฟริกัน-อเมริกันให้มีประสิทธิภาพ

เมื่อมองในมุมของการเมืองแห่งการครอบงำทางวัฒนธรรม นักวิชาการสายวัฒนธรรมศึกษา และการเมือง ต่างไม่เห็นด้วยกับวิธีการเคลื่อนไหวการเมืองในเชิงวัฒนธรรมและจุดยืนที่แข็งกร้าวของคนผิวสี ซึ่งบียอนเซ่โหมแสดงออกมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าความเป็นปรปักษ์หรือฝ่ายตรงข้ามที่แท้จริงกับกลุ่มคนผิวขาวที่มีอำนาจสูงสุด รวมถึงไม่ใช่ความเก๋ เท่ หรือเซ็กซี่ และในอีกทางคือโพลที่ยกให้เธอเป็นเซเลบริตีที่สร้างการแบ่งแยกและแตกแยกทางการเมืองมากที่สุดของยุคสมัยปัจจุบัน

Written By

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Interview

อยากซื้อปืนก็ปลูกต้นไม้สิ ชาวอินเดียต้องปลูกต้นกล้า ก่อนได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธ

Vision

เตือนภัยล่วงหน้า 80 ปี ชุมชนริมฝั่งในออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศพร้อมรับมือน้ำท่วม

Vision

ผู้ชายแพ้ท้องแทนเมียได้จริงหรือ?

Vision

ถ่านดูดกลิ่นได้อย่างไร?

Vision

Advertisement
Connect
Newsletter Signup