Connect with us

Subscribe

Life

ศิลปะบนโศกนาฏกรรม และคำวิจารณ์จากศิลปิน

เมื่อซากเรืออัปปางถูกนำมาใช้จัดแสดง

ขอบเขตของการจัดแสดงงานศิลปะอยู่ตรงไหน และเราควรหยิบเรื่องจริงในประวัติศาสตร์มาเล่าได้เพียงใด จึงจะไม่เป็นการทำร้ายผู้คนที่เกี่ยวข้องเช่นการนำซากเรือ บาร์กา นอสตรา (Barca Nostra) มาจัดแสดงในนิทรรศการเบียนนาเล่

Reasons to Read

  • เรือที่นำมาจัดแสดงเป็นซากเรือที่ใช้อพยพผู้ลี้ภัยช่วงวิกฤตแรงงานข้ามชาติในยุโรปเมื่อปี 2015 ซึ่งอัปปางจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 800 ราย
  • ประเด็นที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องมาขบคิดกันว่า ขอบเขตของการจัดแสดงงานศิลปะอยู่ตรงไหน และเราควรหยิบเรื่องจริงในประวัติศาสตร์มาเล่าได้เพียงใด จึงจะไม่เป็นการทำร้ายผู้คนที่เกี่ยวข้อง

งานศิลปะมิได้มีไว้เสพเพื่อความบันเทิงจรรโลงใจเพียงเท่านั้น แต่สามารถเป็นกระจกสะท้อนหรือบอกเล่าเรื่องราวในอดีต รวมถึงความคิดความรู้สึกของมนุษย์ได้เช่นกัน และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ คริสตอฟ บีเย (Christoph Büchel) ศิลปินชาวสวิส-ไอซ์แลนด์ ตัดสินใจนำซากเรืออัปปางที่ใช้อพยพคนนับร้อยมาจัดนิทรรศการเบียนนาเล่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากศิลปินคนอื่นๆ ที่มองว่า เป็นการกระทำที่โหดร้ายและหยาบคาย

ภาพ : Italo Rondinella

เรือลำนี้มีชื่อว่า บาร์กา นอสตรา (Barca Nostra) ซึ่งมีความหมายตามภาษาอิตาลีคือ ‘เรือของพวกเรา’ โดยนายคริสตอฟเจ้าของผลงานกล่าวถึงสาเหตุที่นำเรือลำนี้มาจัดแสดงในเทศกาลศิลปะเวนิสเบียนนาเล่าว่า เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ของการอพยพร่วมสมัย ทว่าสาเหตุที่ศิลปินหลายคนรวมถึงคนทั่วไปออกมาวิจารณ์กึ่งต่อว่าผลงานชิ้นนี้ก็เพราะเรือลำนี้เป็นเรือซึ่งใช้บรรทุกผู้อพยพเกือบพันชีวิตในช่วงวิกฤตแรงงานข้ามชาติในยุโรปเมื่อปี 2015 ทว่าเกิดเหตุอัปปางลงกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 800 คน

โดยผู้อพยพเหล่านั้นคือผู้ต้องการลี้ภัยจากความยากจนและสงครามกลางเมืองในแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง ในช่วงวิกฤตดังกล่าวจึงมีผู้ต้องการลี้ภัยจำนวนหลายหมื่นพยายามเดินทางข้ามทะเลมิเตอร์เรเนียนที่ค่อนข้างอันตราย และทำให้มีผู้ลี้ภัยต้องสังเวยชีวิตไปกว่า 5,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติกาล

ด้วยเหตุนั้นเอง ทำให้ทั้งศิลปิน นักวิจารณ์ และคนทั่วไป ต่างออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการนำซากเรืออัปปางลำนี้มาจัดแสดง อาทิ เอเตรียน เซิร์ล หัวหน้านักวิจารณ์ศิลปะจากหนังสือพิมพ์ The Guardian กล่าวว่า การจัดแสดงงานชิ้นนี้เป็นการกระทำที่หยาบคาย เพราะผู้ลี้ภัยเสียชีวิตอย่างอนาถ และผู้ชมที่ผ่านมาเห็นเรือลำนี้ก็เพียงถ่ายรูปเซลฟีกับมัน

เช่นเดียวกันกับ นายแมตทิว บิกก์ เจ้าหน้าที่จากองค์กรผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ที่แสดงความเห็นว่า ผู้คนต่างนั่งจิบเครื่องดื่มที่คาเฟ่ใกล้กับซากเรือและชมพระอาทิตย์ตกดิน โดยไม่ได้สนใจโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลย อีกทั้งบางความคิดเห็นก็มองว่า ศิลปินกำลังใช้โศกนาฏกรรมเพื่อหาผลประโยชน์ หรือเป็นงานจัดแสดงที่ไร้จรรยาบรรณ โดยฝั่งนายคริสตอฟก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้แต่อย่างใด และให้เหตุผลว่าทุกสิ่งที่เขาต้องการพูดนั้นอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์หมดแล้ว

ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องน่าขบคิดว่า ขอบเขตของการจัดแสดงงานศิลปะนั้นอยู่ที่ตรงไหน และเราสามารถหยิบเรื่องจริงในประวัติศาสตร์มาเล่าได้เพียงใด จึงจะไม่เป็นการทำร้ายผู้คนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมนี้

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup