Connect with us

Subscribe

Life

แอสไพรินปริมาณต่ำ

เสี่ยงทำให้เลือดออกในกะโหลกศีรษะ

ยาแอสไพรินปริมาณต่ำ (Low-dose aspirin) ที่นิยมจ่ายให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้ แต่ตอนนี้กลับมีงานวิจัยบอกว่า มันอาจต้องแลกมาด้วยโอกาสเกิดเลือดออกในกะโหลกศีรษะได้

Reasons to Read

  • ยาแอสไพรินขนาดต่ำ มักจ่ายให้กับผู้ป่วยหรือผู้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้ ทว่าอาจต้องแลกมาด้วยโอกาสเกิดเลือดออกในกะโหลกศีรษะ
  • งานวิจัยระบุ ผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดเลือดออกในศีรษะสูงที่สุดคือ ผู้มีพื้นเพเป็นชาวเอเชีย และมีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า 25

ยาแอสไพรินที่เรารับประทานกันทั่วไปมักใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้อย่างที่ทราบกัน แต่หากเป็นยาแอสไพรินปริมาณต่ำ (Low-dose aspirin) ซึ่งมีขนาดมิลลิกรัมลดลงมา จะนิยมจ่ายให้กับผู้ป่วยหรือผู้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้ ทว่ากลับมีงานวิจัยระบุว่า อาจต้องแลกมาด้วยโอกาสเกิดเลือดออกในกะโหลกศีรษะ

ข้อมูลดังกล่าวได้จากการวิเคราะห์งานศึกษา 13 ชิ้น ซึ่งศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 130,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 42-74 ปี และไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมาก่อน โดยสุ่มให้กินยาแอสไพรินขนาดปริมาณต่ำหรือยาหลอก เพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคดังกล่าว โดยยาแอสไพรินขนาดต่ำที่ว่านี้จะมีปริมาณยาอยู่ที่ 75-100 มิลลิกรัม ต่างจากแอสไพรินทั่วไปที่เราใช้บรรเทาปวดหรือลดไข้ ซึ่งจะมีปริมาณยา 300-600 มิลลิกรัม สำหรับแอสไพรินขนาดปริมาณต่ำนี้ มักจ่ายให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการเส้นเลือดอุดตัน หรือเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยต้านเกล็ดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดหนืดน้อยลง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระหว่างการทดลอง ผู้ที่กินยาหลอกมีความเสี่ยงเกิดเลือดออกในศีรษะ 0.46% ส่วนผู้ที่ได้รับยาแอสไพรินขนาดต่ำจริงๆ มีโอกาสเสี่ยง 0.63% เท่ากับในทุกๆ 1 พันคนจะมีผู้เกิดอาการเลือดออกในสมองเพิ่มขึ้นถึง 2 คน มากกว่านั้นยังพบอีกว่า ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงสุดคือผู้มีพื้นเพเป็นชาวเอเชียและผู้ที่มีดัชนีมวลกายต่ำกว่า 25 โดยผลการศึกษานี้เผยแพร่ลงในวารสารเกี่ยวกันประสาทวิทยา JAMA ของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

อย่างไรก็ตาม ตามคำกล่าวของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา  ยาแอสไพรินขนาดปริมาณต่ำนี้ยังถือว่าจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เพียงแต่ว่าผู้ป่วยที่กินยาชนิดนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมปริมาณยาให้เหมาะสมและป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงที่อาจตามมา

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup