Connect with us

Subscribe

Vision

เปิดผังสามมิตร ‘ไทยซัมมิท‘ กับ ‘ซัมมิท‘ และ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ‘ เชื่อมโยงกันอย่างไร

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 ในรายการ THE STANDARD Daily ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ได้ชี้แจงถึงข้อคำถามที่คาใจ อาจารย์ ใจ อึ๊งภากรณ์ อดีตอาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประเด็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมของ บริษัท ซัมมิท ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพพื้นฐานในการรวมตัวกันของลูกจ้าง อันอาจขัดแย้งกับนโยบายของพรรคคนรุ่นใหม่ที่ประกาศว่าจะพาคนไทยออกจากยุคเผด็จการ ว่า “บริษัท ซัมมิท หรือ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด” เป็นคนละบริษัทกับ “ไทยซัมมิท หรือ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด” ที่นายธนาธรเป็นผู้บริหาร อะไรทำให้นักวิชาการระดับ อาจารย์ใจ เข้าใจผิดเบอร์แรงขนาดนี้
เปิดผัง “ซัมมิท” สองบริษัทที่มาจากรากตระกูลเดียวกัน

ขออนุญาตย้อนไปปี ​​พ.ศ. 2505 เมื่อ “จึง ฮังตง” ชาวจีนแต้จิ๋วได้หอบเสื่อผืนหมอนใบติดตามพ่อแม่ คือ อาฮง และ ม้วยเฮียง จากมณฑลกวางตุ้ง มาแสวงหาโอกาสที่ประเทศไทย จนได้ฝึกงานเป็นลูกจ้างซ่อมเบาะรถ พอเก็บวิชาซ่อมเบาะได้สามปี ฮันตงก็จับมือกับเพื่อนสนิทอีกสองคนเปิดร้านซ่อมเบาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ของตัวเองชื่อ “ซานอิ้ว” หรือ “สามมิตร” แต่พอเปิดมาช่วงแรกกิจการไม่ค่อยดี ไม่นานหุ้นส่วนทั้งสองก็ได้แยกไปทำธุรกิจของตัวเอง เวลานั้นพี่น้องอีกสี่คนจึงได้เข้ามาช่วยกิจการที่ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 จะเปลี่ยนชื่อเป็น “ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามมิตรชัยกิจ” แล้วเปลี่ยนเป็น “บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี จำกัด”

ในปี พ.ศ. 2515 เป็นช่วงยุคทองของ “สามมิตร” ที่โตอย่างก้าวกระโดดจากนโยบายรัฐบาลที่บังคับให้ต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในอัตรา 25% สำหรับรถจักรยานยนต์ และอัตรา 20% สำหรับรถยนต์ที่ประกอบภายในประเทศ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทเล็กๆ ที่ซ่อมเบาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ มีงานเข้ามาจำนวนมากจนผันตัวเป็นผู้ผลิต OEM ให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ โดยมียามาฮ่าเป็นผู้ว่าจ้างรายแรก จากห้องสี่คูหา ก็ขยายเป็นที่ดินและโรงงานขนาดย่อม แล้วเติบโตเป็นโรงงานขนาดใหญ่ขนาด 50 ไร่ที่บางนา-ตราด

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช้มีเฉพาะธุรกิจของครอบครัวเท่านั้น ตัวเถ้าแก่อย่าง “จึง ฮังตง” และน้องชายคนรอง “จึง ฮั้งฮ้อ” ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนชื่อสกุลจีนเป็นไทย คือ สรรเสริญ จุฬางกูร และ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ

เหตุผลที่พี่ใหญ่ สรรเสริญ ใช้นามสกุล “จุฬางกูร” ไม่ใช้นามสกุล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เหมือนพี่น้องคนอื่นเพราะ หนึ่งเป็นคนต่างด้าวไม่ได้เกิดที่ประเทศไทย และ สองอยากสร้างความแตกต่างเป็นตัวของตัวเอง

น้องรอง พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แยกไปทำธุรกิจของตัวเองตอนปี พ.ศ. 2520 เป็น บริษัท ซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี เน้นด้านเบาะและชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีอนาคตดีมาก ส่วนสรรเสริญ ดูแล บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี เน้นเบาะและชิ้นส่วนรถยนต์ ต่างคนต่างแยกการบริหารชัดเจน ภายหลังกลุ่มของ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ จะเพิ่มคำว่า “ไทย” ไปในชื่อเช่น ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท ไทยชนาธรอุตสาหกรรม ไทยฮาร์เนส ไทยซัมมิทเอนจิเนียริ่งและไทยซัมมิทพีเค ส่วนของ สรรเสริญ จุฬางกูร ยังคงใช้คำขึ้นต้นว่า “ซัมมิท”

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ของ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ มีบริษัทในเครือรวมกว่า 40 บริษัท ครอบคลุมการผลิตเพื่ออุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อประกอบในภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ เช่น ชิ้นส่วนการขึ้นรูป, ชิ้นส่วนการประกอบ ชิ้นส่วนพลาสติกประเภทฉีดและเป่า อลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป ระบบไฟสำหรับยานยนต์ แม่พิมพ์โลหะและพลาสติก อุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน รวมถึงเครื่องจักรในสายการผลิต ซึ่งปี พ.ศ. 2545 หลังจาก พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ไทยซัมมิท กรุ๊ป ก็ได้ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่แต่งงานเมื่อปี พ.ศ. 2519 มาช่วยงานจนขยายอาณาจักร ไทยซัมมิท กรุ๊ป จากคนงานเพียงสิบกว่าคน จนมีคนงานมากกว่า 2 หมื่นคน แล้วมีบริษัทในเครือ 32 แห่ง

ส่วนกลุ่มบริษัทซัมมิท ภายใต้ชื่อ ซัมมิท โอโตซีท อินดัสตรี ขยายธุรกิจสู่การผลิตชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ (Body Parts) ภายใต้ชื่อบริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี ประเทศไทย รวมถึง บริษัท ซัมมิท แหลมฉบัง โอโต บอดี้ เวิร์ค จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
บริษัท ซัมมิท แหลมฉบัง โอโต บอดี้ เวิร์ค จำกัด (สาขาระยอง) ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายในนิคมอุสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง

บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด (อยุธยา) ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์วิจัยและพัฒนา ในรูปแบบบริษัทจำกัด บริษัท ซัมมิท อาร์แอนดี เซ็นเตอร์ จำกัด
และ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน ในรูปแบบบริษัทจำกัด บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ สกิลล์ เดเวลอปเมนท์ เซ็นเตอร์ จำกัด​

นอกจากอาณาจักรชิ้นส่วนยานยนต์หลายหมื่นล้านแล้ว ตระกูลจุฬางกูร ยังกระจายความเสี่ยงไปอีกสองทางคือ หุ้น และ อสังหาริมทรัพย์

การลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นสิ่งทำให้หลายคนรู้จักตระกูลจุฬางกูร ทั้งการถือหุ้น NOK ของนกแอร์ หุ้น PTT ปตท. แม้แต่หุ้นสื่ออย่าง BEC ช่องสาม ตระกูลนี้ใช้วิธีลงทุนหุ้นในนามบุคคลที่ได้รับมอบหมายตัดสินใจ มากกว่าจะถือในรูปบริษัท ซึ่งเป็นอีกวิธีในการจำกัดความเสี่ยง

การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตระกูลจุฬางกูรเริ่มจับธุรกิจนี้ตั้งแต่ เข้าซื้อกิจการสนามกอล์ฟ ซัมมิทไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จาก โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ แล้วต่อยอดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งอาคารและที่ดินส่วนเกิน ปัจจุบันตระกูลจุฬางกูรจะใช้บริษัทซัมมิท คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นโฮลดิ้ง คัมพานี เข้าไปถือหุ้น โดยมีที่ดินในมือที่พัฒนาแล้วและยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งใจกลางเขตธุรกิจในกรุงเทพฯ อย่างราชเทวี พระราม 3 บางนา และต่างจังหวัด ที่เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง ชลบุรี สุพรรณบุรี ไปถึงเกาะกูด

ผลประกอบการของทั้งสองบริษัทในปีที่ผ่านมามีดังนี้

บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด ของ ตระกูลจุฬางกูร

ปี 2557 รายได้ 5,812 ล้านบาท ขาดทุน 79 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 6,456 ล้านบาท กำไร 428 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 5,624 ล้านบาท กำไร 90 ล้านบาท

บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ในการดูแลของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ

ปี 2557 รายได้ 8,090 ล้านบาท กำไร 861 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 2,094 ล้านบาท กำไร 1,004 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 2,778 ล้านบาท กำไร 1,694 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ไทยซัมมิท ภายใต้การกุมบังเหียนของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผ่านมรสุมมามากทั้ง ต้มยำกุ้ง การลดค่าเงินบาท การลงทุนที่ผิดพลาดทั้งหุ้นกลุ่มเนชั่น การลงทุนในนิตยสาร แต่ด้วยการที่มีลูก ที่คอยสนับสนุนและช่วยธุรกิจทำให้ กลุ่มไทยซัมมิท สามารถขยายกิจการไปยังต่างประเทศได้ทั้งในกลุ่มประเทศเอเซียนจนถึงสหรัฐอเมริกา

แม้เติบโตรากเดียวแต่ไม่จำเป็นที่ต้องผลิดอกสีเดียวกัน

“ต้มถั่ว เผา ต้นถั่ว
ใน อวย ถั่ว ร้องไห้
เดิมนั้น ร่วม รากไม้”

บทกวีเจ็ดก้าวที่ถ้าเคยอ่านสามก๊กมาบ้างจะรู้ว่าเป็นกลอนที่แต่งโดย โจสิด บุตรชายของโจโฉ ซึ่งแต่งกลอนบทภายในเจ็ดก้าว ต่อชะตาให้กับตัวเองหลังจากพี่ชายคือโจผี คิดจะสั่งฆ่าเขาเพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมือง แต่กวีเจ็ดก้าวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผังสามมิตรโดยตรง เพียงแต่จะบอกว่าแม้แต่พี่น้องหรือญาติมิตรกันก็มีความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ได้ มิพักจะเป็นอุดมการณ์ที่ตรงกันข้ามกันอย่างตระกูลที่เคยเป็นอดีตนายกหน้าหล่อจบนอก แต่ไม่ชนะเลือกตั้ง

ซึ่งสรุปแล้ว อาจารย์ ใจ อึ๊งภากรณ์ ไม่ต้องกังวลเรื่องประวัติการปราบปรามสหภาพแรงงานของบริษัท ไทยซัมมิท ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การกดดันให้พนักงานทำงานล่วงเวลา การออกคำสั่งให้กรรมการสหภาพหยุดปฏิบัติงานเพื่อหวังปลดออก รวมไปถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพพื้นฐานในการรวมตัวกันของลูกจ้าง เพราะเป็นคนละบริษัทกันกับที่อาจารย์ หรือใครหลายคนกำลังเข้าใจผิด

นอกเหนือไปกว่านั้น แม้ว่าจะเป็น “จึงรุ่งเรืองกิจ” เช่นเดียวกันกับคุณอา “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” น้องชายคนสุดท้องของ สรรเสริญ จุฬางกูร และ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ แต่บางทีอุดมการณ์และความคิดทางการเมืองอาจแตกต่างกันไปคนละทางก็เป็นได้ จึงอยากให้ลองศึกษาและติดตามก่อนที่จะด่วนตัดสินใจด้วยอคติ

ที่มา :
http://www.thaisummit.co.th/th
http://summitautogroup.com/about-us
http://datawarehouse.dbd.go.th/bdw/est/details1.html?jpNo=0105529036791&jpTypeCode=5
http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=7306
https://www.thairath.co.th/content/1228132
http://www.forbesthailand.com/cover-detail.php?did=10
http://www.springnews.co.th/view/214391

นักเขียน : กองบรรณาธิการ

Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisement
Connect
Newsletter Signup