Connect with us

Subscribe

Entertainment

หนุ่มไทยกับความฝัน
บนถนนสายดนตรีที่ลอนดอน

เรื่อง : When I'm 64

‘เฟรนช์-สหรัฐ วงศ์อนันต์ชัย’ เด็กหนุ่มอารมณ์ดีวัย 19 ปี ผู้หลงรักในเสียงดนตรีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น การฟังเพลงจึงกลายเป็นงานอดิเรกที่นอกจากมอบความสุขให้เขาแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้มุ่งสู่เส้นทางพิชิตความฝัน เมื่อเฟรนช์ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นศิลปินที่อังกฤษให้ได้…

นอกจากชื่นชอบการร้องเพลงแล้ว เฟรนช์ยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลายประเภท เช่น กีตาร์ อูคูเลเล่ และคีบอร์ด โดยระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ที่ International School Bangkok(ISB) เขานำทักษะทางดนตรีที่สั่งสมไว้มาใช้เป็นประสบการณ์จริงในชีวิตด้วยการออกมาแสดงดนตรีสดในร้านอาหารต่างๆ ในกรุงเทพฯ

แต่นั่นอาจไม่เพียงพอที่จะเติมฝันของเขาให้ใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น เพราะเฟรนซ์เริ่มหันมาสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งการเขียนเนื้อร้อง เรียบเรียงทำนองดนตรี ร้องและบันทึกเสียงเองจนกลายเป็นซิงเกิลที่มีชื่อว่า “คนเดียวของเธอ” เพลงบัลลาดหวานๆ ที่ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกอ่อนโยนออกมาในฐานะศิลปินเป็นครั้งแรก ก่อนจะตามมาด้วยผลงานซิงเกิลภาษาอังกฤษ “Push or Pull” และ “Not Me” โดยสามารถฟังผ่านแชนแนลyoutube FrenchW. ซึ่งเป็นช่องทางที่รวบรวมผลงานเพลงทั้งหมดของเขาไว้ด้วย

เด็กหนุ่มคนนี้ยังคงมุ่งมั่นและพยายามผลักดันความฝันของตนเองทุกวิถีทาง เขาก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนครั้งใหญ่ด้วยการตัดสินใจเดินทางไปศึกษาด้านดนตรีที่ British & Irish Modern Music Institute (BIMM) ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งสถาบันแห่งนี้เคยปลุกปั้นศิลปินชื่อดังประดับวงการเพลงมาแล้วมากมาย เช่น James Bay, The Kooks, Tom Odell และ Pale Waves

การได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ อยู่เสมอนี่เอง ทำให้ เฟรนช์ทำอีพีอัลบั้มชุดแรกในชีวิต ’29 To 3′ ซึ่งประกอบด้วยเพลงจำนวน 6 เพลง ปล่อยให้ฟังเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยอัลบั้มชุดนี้สะท้อนตัวตนของเขาในฐานะวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ผ่านบทเพลง

หมายเลข 29 คือวันเกิดของเฟรนช์ ส่วน 3 คือหมายเลขห้องที่เขาใช้เป็นสถานที่สำหรับ โปรดิวซ์เพลงเหล่านี้ขึ้นมา จึงกล่าวได้ว่าตัวเลขทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นที่ค่อยๆ พัฒนามาเป็นตัวเขาในปัจจุบัน ในอีกแง่หนึ่งอัลบั้มเพลงชุดนี้ก็เปรียบเสมือนไดอารี่ส่วนตัวที่มีอารมณ์ทุกข์และสุขเป็นตัวกลางเชื่อมความเป็นสากลระหว่างศิลปินและคนฟังนั่นเอง

เอกลักษณ์ทางดนตรีของอัลบั้มชุดนี้คือ แต่ละบทเพลงจะมีกลิ่นอายป๊อป-ฟีลกู๊ดอย่างชัดเจน ทำนองติดหูและฟังง่าย ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องนุ่มๆ ที่เพิ่มลูกเล่นความเป็นอาร์แอนด์บีในน้ำเสียง ทำให้แต่ละบทเพลงเหมาะสำหรับเก็บไว้ในเพลย์ลิสต์สำหรับฟังในเวลาที่ต้องการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลง “i’m fine, see ya” ซึ่งติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง รวมไปถึง “Leave It For Yourself” (ft. JUSTINA) ที่ร่วมฟีเจอริ่งกับนักร้องสาวจาก The Voice of Lithuania

แม้เส้นทางบนถนนสายดนตรีอาจยังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยเด็กหนุ่มคนนี้ก็ได้เริ่มต้นก้าวเดินบนถนนสายนี้แล้ว เรื่องราวและบทเพลงของเขาไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการพิชิตฝัน แต่ยังกลายเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์ สร้างตัวตนและผลงานสู่สาธารณะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่องทางต่างๆ ราวกับจะบอกว่าไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา…

หมายเหตุ: ปัจจุบันศิลปินหน้าใหม่ในวงการเพลงระดับโลกก็ล้วนใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้กันทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น Lil Nas X ศิลปินผิวสีเจ้าของเพลง “Old Town Road” ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการครองอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ติดต่อกันนานถึง 18 สัปดาห์ ก็เกิดจากการปล่อยผลงานผ่าน SoundCloud, Youtube หรือ Twitter

ไม่แน่ในอนาคตนับจากนี้ วงการเพลงอังกฤษอาจมีศิลปินดาวรุ่งคลื่นลูกใหม่นามว่า FrenchW หรือ ‘เฟรนช์-สหรัฐ วงศ์อนันต์ชัย’ ประดับวงการอีกคนก็เป็นได้ สามารถติดตามฟังผลงานเพลงได้ที่แชนแนลyoutube FrenchW. และสตรีมมิ่งผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Spotify, Apple Music, iTunes และ Deezer

Written By

ผลวิจัยเผย 5 เพลงอันตราย
ที่ไม่ควรฟังขณะขับรถ

Entertainment

แผ่นเสียงขายดี แผ่นเสียงขายดี

10 อัลบั้มขายดีแห่งทศวรรษ
ตอกย้ำกระแสแผ่นเสียงคืนชีพ

Entertainment

Advertisement
Connect
Newsletter Signup