Connect with us

Subscribe

Life

5 ประเทศสีเขียว

กับนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมสุดเจ๋งที่รัฐบาลไทยควรเรียนรู้

หลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงวิกฤตโลกร้อน ประเทศต่างๆ ในโลกเริ่มผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้โลกของเรารอดพ้นวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หากประเทศไทยของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกนั้น ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะเห็นความสำคัญและผลักดันนโยบายอะไรออกมาหรือเปล่า?

Reasons to Read

  • ถนนจากขยะรีไซเคิลมีความคงทนกว่าถนนยางมะตอยถึง 3 เท่า อีกทั้งมีน้ำหนักเบา สร้างคาร์บอนน้อยกว่า และใช้งบประมาณน้อยกว่าอีกด้วย
  • ประเทศโปรตุเกสเน้นใช้พลังงานจากน้ำ ลม หรือแสงอาทิตย์ ทำให้ประหยัดงบประมาณไปกว่า 750 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.6 พันล้านบาท
  • รัฐบาลประเทศสวีเดน ตั้งใจใช้พลังงานทดแทน 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2040 และในปี 2045 จะไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเลย

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนทั่วโลกต่างกำลังให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะแม้จะมีการรณรงค์มานานกว่าสิบปี แต่หากก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุของปัญหาโลกร้อนก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าก็มีหลายประเทศที่เริ่มใส่ใจปัญหานี้อย่างจริงจัง และลงมือทำด้วยการมีนโยบายหรือโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจและสามารถทำได้จริงออกมาให้เห็นกัน

วันนี้เราจึงอยากนำนโยบายสีเขียวจาก 5 ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแนะนำให้รู้จัก เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนคิดอยากผลักดันให้เกิดขึ้นกับประเทศของเราบ้าง

1. ถนนจากขยะพลาสติก ประเทศเนเธอร์แลนด์

ในหนึ่งปีมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงทะเลมากถึง 8,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาลและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธรรมชาติ ด้วยเหตุนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของประเทศเนเธอร์แลนด์จึงตัดสินใจร่วมมือกันสร้างโปรเจ็กต์ Plastic Road หรือถนนจากขยะพลาสติกให้เป็นจริงขึ้นมา โดยถนนที่ว่าจะทำขึ้นจากขยะรีไซเคิลซึ่งพบในทะเล มีข้อดีคือนอกจากเป็นการนำขยะรีไซเคิลมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์อย่างชาญฉลาดแล้ว ถนนที่ได้ก็มีความคงทนกว่าถนนยางมะตอยถึง 3 เท่า มีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน อีกทั้งสร้างคาร์บอนน้อยกว่า และใช้งบประมาณน้อยกว่าอีกด้วย

ตอนนี้ประเทศเนเธอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกที่สร้างถนนจากขยะรีไซเคิลและนำมาใช้ได้จริง โดยเส้นทางแรกเป็นทางจักรยานที่สร้างขึ้นจากแก้วพลาสติกจำนวน 218,000 ใบ มีระยะทาง 30 เมตร พิกัดอยู่ในเมืองซโวลเลอ (Zwolle) ก่อนมีการติดตั้งเพิ่มอีกในหมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) และเมืองร็อตเตอร์ดัม (Rotterdam) ซึ่งหากในอนาคตมีการทดลองให้ยานพาหนะทั่วไปวิ่งผ่านได้และไม่พบปัญหาใด เชื่อว่าจะกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาขยะในสิ่งแวดล้อมที่ดีทางหนึ่งเลย

2. คืนขวด-คืนเงิน จากประเทศนอร์เวย์

ประเทศนอร์เวย์ได้รับเลือกให้เป็นประเทศอันดับ 1 จากการจัดอันดับประเทศที่เป็นมิตรต่อโลกและสภาพอากาศ อีกทั้งยังเป็นผู้นำโลกในการริเริ่มโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมหลายๆ อย่างอีกด้วย ทำให้ขณะที่หลายประเทศพยายามหาวิธีจัดการกับขยะที่กำลังล้นเมืองเพราะไม่ถูกนำไปรีไซเคิล ประเทศนอร์เวย์ก็มีวิธีทำให้ประชาชนช่วยกันนำขยะกลับสู่กระบวนการผลิตซ้ำ ด้วยการสร้างเครื่องรับซื้อบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล (Reverse Vending Machine) ที่จะให้เงินคืนเมื่อเรานำขวดเปล่าไปหยอดใส่ตู้

เมื่อเราซื้อน้ำขวดหนึ่งจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเติม (ประมาณ 13-30 เซ็นต์) ซึ่งภาษีนั้นจะได้คืนเป็นคูปองแลกเงินสดเมื่อเรานำขวดเปล่าหยอดใส่ตู้ และด้วยตู้นี้ ทำให้ขวดพลาสติกในประเทศนอร์เวย์กว่า 97 เปอร์เซ็นต์ได้รับการรีไซเคิล และอีก 92 เปอร์เซ็นต์ได้รับการผลิตเป็นขวดน้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นการใช้วัสดุหมุนเวียนโดยไม่ต้องผลิตให้มีพลาสติกในวงจรเพิ่มขึ้น โดยวัสดุบางชิ้นถูกนำมาใช้ซ้ำมากกว่า 50 ครั้งแล้วด้วย  

3. รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทดแทน 100% จากประเทศโปรตุเกส

โปรตุเกสเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ในอันดับต้นๆ เสมอเมื่อพูดถึงประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรัฐบาลมีการสนับสนุนและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนได้ อาทิ การสร้างสถานีชาร์จไฟรถยนต์และให้ใช้ฟรีในช่วงแรก เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาขับรถยนต์ไฟฟ้าแทนยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน ด้วยเหตุนี้ ทำให้โปรตุเกสมีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงเผาไหม้น้อยลง เพราะเน้นใช้พลังงานจากน้ำ ลม หรือแสงอาทิตย์ ซึ่งทำให้ประเทศประหยัดงบประมาณด้านพลังงานไปกว่า 750 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.6 พันล้านบาท

ปัจจุบันประเทศโปรตุเกสใช้พลังงานทดแทนมากเกินครึ่งหนึ่ง โดยรัฐบาลวางแผนว่าจะใช้พลังงานทดแทนให้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 และจะเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2050 ซึ่งหากทำได้จะสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 85-99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

4. ประเทศสิงคโปร์กับเมืองแห่งต้นไม้


ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จึงเกิดตึกสูงและอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมายเพื่อรองรับการขยายตัวของประเทศ ทำให้มีการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงขึ้นเช่นกัน ทว่าโชคดีที่ผู้นำประเทศสิงคโปร์เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะ ลี กวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ที่กำหนดให้มีวันปลูกต้นไม้ขึ้นตั้งแต่ปี 2506

และเพื่อลดการเกิดก๊าซคาร์บอนต่างๆ รัฐบาลสิงคโปร์จึงตั้งใจทำให้ประเทศเป็นต้นแบบของ “เมืองในสวน หรือ City in a Garden” ด้วยการปลูกต้นไม้ให้เต็มเมือง ซึ่งหากสังเกตจะพบว่า ไม่ใช่เพียงริมถนน สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ป่าเท่านั้น แต่รวมไปถึงอาคาร และสิ่งก่อสร้างหลายแห่งก็ถูกสอดแทรกด้วยต้นไม้สีเขียวอย่างตั้งใจ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งที่เป็นแลนด์มาร์กอย่าง Garden by the Bay และ Jewel Changi Airport อีกด้วย

5. ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ ประเทศสวีเดน

แม้ในอดีตประเทศสวีเดนจะเคยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษเนื่องมาจากการเกษตรและอุตสาหกรรม ทว่าตอนนี้ได้มีชื่อติดอันดับแรกๆ ของประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะนอกจากรัฐบาลจะออกนโยบายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมจนทำให้ขยะกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ถูกนำเข้าสู่วงจรรีไซเคิล ด้วยการสั่งห้ามซื้อขายพลาสติกที่โครงการรีไซเคิลไม่อนุญาต รัฐบาลสวีเดนก็มีแผนการใช้พลังงานทดแทนด้วยการลงทุนกับโครงการไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงจากลม น้ำ และอื่นๆ ด้วย  ปัจจุบันสวีเดนเป็นประเทศที่มีการใช้พลังงานทดแทนมากที่สุดในยุโรป เนื่องจากการผลิตพลังงานในประเทศกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มาจากพลังงานนิวเคลียร์และน้ำ โดยมีเป้าหมายอีกว่า จะใช้พลังงานทดแทน 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2040 และในปี 2045 จะไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเลย

นอกจากนี้ล่าสุดยังมีอังกฤษซึ่งเป็นชาติแรกที่ออกมาประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ และอีกหลายประเทศในโลกที่เริ่มผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้โลกของเรารอดพ้นวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หากประเทศไทยของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกนั้น ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะผลักดันนโยบายอะไรออกมาหรือเปล่า

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup