Connect with us

Subscribe

Life

วางแก้วในมือลงก่อน

ผลตรวจสอบพบเครื่องดื่มหวานเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง

ผลตรวจสอบสารอาหารใน ‘ชานมไข่มุก’ ทำเอาอ้าปากค้างไปตามๆ กัน เมื่อพบว่าชาไข่มุกของแบรนด์หนึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูงเกือบ 19 ช้อนชา ทั้งที่ปริมาณซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดให้กินได้ต่อวันคือ 6 ช้อนชาเท่านั้น!! ข่าวร้ายยังไม่หมด… เพราะมีผลวิจัยบอกอีกว่า คนที่ติดเครื่องดื่มหวานๆ พวกนี้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งมากกว่าคนอื่นด้วย

Reason to Read

  • กลุ่มตัวอย่างที่ตรวจพบความเสี่ยงโรคมะเร็งมีพฤติกรรมชอบดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ โดยชนิดที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือมะเร็งทรวงอก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ปริมาณเครื่องดื่มหวานที่คนกลุ่มนี้บริโภคต่อวันจะเพียง 100 มิลลิลิตร หรือประมาณครึ่งหนึ่งของแก้วขนาด Short ในสตาร์บัคส์เท่านั้น

หลายคนอาจได้เห็นและอ้าปากค้างกันไปแล้วเมื่อได้อ่านรายงานจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ‘ฉลาดซื้อ’ ที่นำเครื่องดื่มชานมไข่มุกจากแบรนด์ต่างๆ มาตรวจสอบสารอาหาร ก่อนจะพบว่าชานมไข่มุกของแบรนด์หนึ่งมีปริมาณน้ำตาลมากถึง 18.5 ช้อนชา!! ทั้งที่ปริมาณน้ำตาลซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดให้นำเข้าสู่ร่างกายได้ต่อวันคือ 6 ช้อนชาเท่านั้น ส่วนผลเสียที่จะเกิดก็อาจไม่ใช่โรคอ้วนเพียงอย่างเดียว เพราะมีผลวิจัยล่าสุดบอกอีกว่า น้ำตาลหวานๆ ช่วยก่อมะเร็งได้ดีเลยล่ะ

ผลวิจัยดังกล่าวทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างชาวฝรั่งเศสที่มีอายุเฉลี่ย 42 ปี จำนวนกว่า 1 แสนคน แบ่งเป็นเพศหญิง 79 เปอร์เซ็นต์ และเพศชาย 21 เปอร์เซ็นต์ โดยทุกคนมีสุขภาพดีและเต็มใจเข้าร่วมงานวิจัยในครั้งนี้ ทีมวิจัยใช้เวลาติดตามกลุ่มตัวอย่างอยู่นานถึง 9 ปี (ตั้งแต่ปี 2552-2561) โดยให้ผู้ร่วมงานวิจัยตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มหวานในแต่ละวัน รวมถึงอาหารอื่นๆ อีกกว่า 3 พันเมนู ก่อนจะเริ่มพบว่ามีผู้ร่วมงานวิจัยประมาณ 2 พันคนที่เข้าตรวจสุขภาพและได้รับรายงานเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีความเสี่ยงมีพฤติกรรมบริโภคเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ อาทิ น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ 100% หรือเครื่องดื่มผสมน้ำตาลสังเคราะห์ ผลวิจัยระบุว่า คนเหล่านี้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งชนิดทั่วไปสูงถึง 18 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะมะเร็งทรวงอกที่พบโอกาสมากกว่ามะเร็งชนิดอื่นคือ 22 เปอร์เซ็นต์ แม้ปริมาณเครื่องดื่มหวานที่กลุ่มตัวอย่างนี้บริโภคจะเฉลี่ยแล้วเพียง 100 มิลลิลิตรต่อวันเท่านั้น!! (ประมาณครึ่งหนึ่งของแก้วขนาด Short ในสตาร์บัคส์)

ทั้งนี้ มะเร็งชนิดอื่นที่ตรวจพบโอกาสเกิดรองลงมา ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทว่าทีมวิจัยกล่าวว่าไม่อาจโทษเครื่องดื่มหวานได้ทั้งหมด เพราะปัจจัยอื่นก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต กรรมพันธุ์ หรือการสูบบุหรี่ รวมถึงปัจจัยทางอ้อมที่เนื่องมาจากน้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน และโรคนี้ก็เป็นอีกสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

หากได้ยินเช่นนี้แล้ว การพยายามควบคุมปริมาณการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรเริ่มใส่ใจ เพราะผลเสียที่ตามมานั้นราคาแพงกว่าเครื่องดื่มในมือของคุณหลายเท่าตัว

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup